เรื่องเล่า....จากวันนุ่งขาว
เดือนที่ร้อนที่สุดของประเทศไทย แน่นอน!! ทุกคนย่อมรู้กันดี ก็คือเดือน เมษายนของทุกปีนั่นเอง ท่ามกลางเดือนแห่งความร้อน แต่สำหรับฉันไม่ได้ร้อนเลยนะ มันเป็นอีกเดือนที่ดีที่สุดของชีวิตฉัน เพราะฉันรู้สึกเย็นสบายยยย สบายกาย สุขใจ สาเหตุที่ทำให้ฉันรู้สึกอย่างที่กล่าวข้างต้นนะหรอ มาๆ เข้าเรื่องกันนะ เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2556 ฉันได้มีโอกาสไปปฏิบัติธรรม บวชชีพราหมณ์ ณ วัดป่าแห่งหนึ่ง จังหวัดบ้านเกิดของฉันเอง จังหวัดซึ่งมีผู้คนจำนวนมากที่ได้ยินประโยคที่คนพูดกันว่า สวิตเซอร์แลนด์ เมืองไทย ก็ย่อมรู้ได้ว่าคือที่ใด ซึ่งสถานที่ปฏิบัติธรรมในครั้งนั้น ก็เป็นสถานที่ที่เอ่ยถึงว่าเป็นพื้นที่ที่ปลูกกะหล่ำปลีจำนวนมากที่สุดในประเทศไทย และที่นี่เองทำให้ฉันเย็นสบาย สุขกาย สบายใจ แล้วเรื่องก็มีอยู่ว่า ยามบ่ายอ่อน ๆ แต่ที่แห่งนั้นแดดในเดือนที่ร้อยที่สุด กลับไม่ได้ระคายผิวเราเลย แสงจากแดดมีน้อยมาก พอถึงฤดูแห้งแล้ง แน่นอนสำหรับ ตจว ย่อมเกิดไฟป่าลามท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหลงเหลง (เอ๊ะ! สำนวนคุ้น ๆ 555) ในขณะที่ พระสงฆ์ ผู้ถือศีลทั้งหลาย ฆารวาส ต่างปฏิบัติภาระกิจของตนเองตามอัศยาศัย ทันใดนั้นก็มีเสียงชายคนหนึ่งตะโกนมาว่า ไฟไหม้วัดดดดด ที่เขาลูกนู้นนนนน ช่วยกันดับไฟเร็ว รักษาวัดเราไว้ก่อน และเมื่อเสียงชายคนดังกล่าว ทุกคนต่างพากันเร่งรีบ บ้างก็หยิบถัง บ้างก็หยิบขันน้ำ บ้างก็หยิบกะละมัง ต่างพากันเร่งฝีเท้ามุ่งหน้าตรงไปยังจุดที่เพลิงไหม้นั้น การเดินทางไปนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และที่เป็นอุปสรรคคืออยู่บนเขา ที่ห่างไกลน้ำใช้ ท่อน้ำที่ทางวัดได้ทำไว้พอเปิดก๊อกหนึ่งก็ต้องปิดก๊อกอื่น ๆ เพื่อให้ได้น้ำมาใช้ที่ก๊อกนั้น ต้องเดินข้ามเขาไปถึงสองลูกจึงจะถึง เมื่อทุกคนทยอยไปถึงที่เกิดเหตุต่างคนก็ต่างช่วยกันตักน้ำเพื่อดับไฟป่า โดยไม่มีใครอิดออด รวมไปถึงเด็กน้อยชาวเขาที่หมู่บ้านนั้น (เด็กที่นั่นแก้มแดงกันจริง ๆ แดงยังกับปัดบรัชออน) ตัวเล็ก ๆ ก็ยังมาช่วยดับไฟ ต่างจากเด็กในเมืองกรุง และป้าคนหนึ่งผมก็สองสีแล้วแถมร่างกายก็อ้วน ป้าก็ยังพยายามเดินไปช่วยกันดับไฟ แต่ที่สำคัญคือป้า เขาเป็นคนเติมเสบียงให้ท้องอิ่มกันถ้วนหน้า แต่ในการเติมเสบียงนั้น ป้าต้องเดินกลับมาวัดขึ้นลงเขาด้วยเท้าถึงสองลูกเพื่อกลับไปทำมาม่าต้มหมอใหญ่ แล้วหลังจากทำเสร็จป้าก็แบกห้ามมาเองหิ้วหูหมอข้างหนึ่งอีกข้างก็มีคนมาช่วยหิ้ว ซึ่งหมอใหญ่มากกกกกกกก ในหมอเต็มไปด้วยมาม่าต้มทรงเครื่อง ต้องหิ้วข้ามภูเขาถึงสองลูกเพื่อไปให้ทุกคนได้เติมกำลังกาย นับถือน้ำใจอันยิ่งใหญ่ของป้าจริง ๆ ส่วนเรานะหรอ หิ้วถังน้ำก็ได้แค่ใบทีเหมาะสมกับตัวเองและก็ช่วยป้าแจกจ่ายมาม่าต้มทรงเครื่องให้แก่ทุกคน เราก็กินแต่น้ำเปล่าเท่านั้นเพราะถือศีลแปด รวมไปถึงพระสงฆ์ทุกรูปก็เช่นกัน 
ทุก ๆ ช่วงเวลา ทุก ๆ สถานที่ล้วนเป็นความทรงจำ
 และความทรงจำก็มีทั้งที่ทำให้เรานึกถึงภายหลังแล้วมีความสุขหรือเศร้าใจ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ทุก ๆ ความทรงจำที่เกิดขึ้น ย่อมเป็นประสบการณ์ที่เข้ามาเติมเป็นสีสันของชีวิตเรา ( :
SHARE
Writer
DhuReeDin
New writer
เขียนไปเรื่อยเปื่อย

Comments