14 บาตร : ตอนที่ 2 พระใหม่
เมื่อวานผมเป็นเณร
วันนี้ผมเป็นพระสงฆ์แล้ว
หลังพิธีการอุปสมบทผ่านไปด้วยเวลา 12 ชั่วโมง ! 
สำหรับการบวช คิดว่าคงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก ก็เหมือนกันงานบวชที่หลายคนเคยไปตามงานของบรรดาเพื่อนบรรดาญาติ เพียงแต่คราวนี้มีจำนวนคนมากถึง 200 คน และจะต้องใช้โบสถ์ถึง 3 วัด

ผมไม่นึกเลยว่าการบวชมันจะยากเย็นขนาดนี้ ที่เคยๆ อ่านในหนังสือ พระพุทธเจ้าท่านก็พูดกับคนที่จะมาบวชแค่ว่า "เอหิภิกขุ" แล้วหาเครื่องบวชมาให้ครบก็จบแล้ว การที่เกิดไม่ทันตอนท่านมีชีวิตมันลำบากอยู่เหมือนกันนะ..

หลังจากเพลียมา 1 วัน กับ 1 คืน ผมเตรียมตัวไปอาบน้ำสักหน่อย อากาศที่เชียงรายตอนค่ำยังไม่หนาวเท่าตอนเช้า คิดว่าน่าจะพออาบได้สบายๆ ผมเอาของเก็บเข้าเต๊นท์ที่วัดเตรียมไว้ให้พระบวชใหม่ แล้วเอาขันน้ำ สบู่ แปรงสีฟันไปที่ห้องน้ำ

ห้องน้ำวัดคงไม่เกินจินตนาการของคนที่อ่านอยู่ทุกคน ฝาห้องน้ำเป็นไม้อัด ตีเป็นห้องน้ำขนาดเล็กพอหมุนตัวได้ มีก๊อกน้ำ มีส้วม มีถังน้ำ แต่ที่ผมคาดไม่ถึงและคิดว่าทุกคนคงจะคิดไม่ถึงเหมือนกันก็คือ..

มีเครื่องทำน้ำอุ่นด้วย..

เป็นอะไรที่โคตรน่าประหลาดใจ รู้สึกดีใจเล็กๆ ที่วัดใส่ใจรายละเอียดขนาดนี้ พระที่มาบวชส่วนใหญ่ก็คนเมือง คงจะไม่ทนทานต่อความหนาวของอากาศใกล้ภูเขาแบบนี้เท่าไหร่ พระหลายรูปต่อคิวกันเข้าห้องน้ำ ขณะที่ก็มีอีกหลายรูปเหมือนกันที่อาบกลางแจ้ง ส่วนผมน่ะเหรอ..

อาบน้ำเย็นสิ เรามาเพื่อทดสอบตัวเอง เราต้องพยายามทำตัวลำบากๆ เข้าไว้ ใช่มั้ย?

"น้ำเย็นไหมครับ?" หลวงพี่รูปหนึ่งถามผม ตอนที่ผมอาบเสร็จ ดูแกสั่นๆ เพราะลมหนาวข้างนอก ผมตอบไปว่าเย็นสบายดี ใจก็พลางนึกว่าจะกลัวอะไรกับความหนาวความเย็น เราต้องชนกับมันสิ เป็นพระจะเอาแต่ติดสบายได้ไง พวกนี้นี่ไม่ทนเอาซะเลย

ตีสามเช้าวันรุ่งขึ้น อุณหภูมิ 7 องศา ผมอาบน้ำอุ่น..
หลักการณ์ที่ตั้งเอาไว้เมื่อวานคืออะไรไม่รู้


ก่อนจะทำวัตรเช้าตอนตี 4 พระใหม่ทุกรูปยังคงทะเลาะกับจีวรของตัวเอง ผมพยายามแล้วพยายามอีก จีวรก็ยังไหลลงมากองกับพื้น จนสุดท้ายก็ขยุ้มทุกอย่างกอดไว้กับเอว แล้ววิ่งไปให้พระพี่เลี้ยงสวมจีวรให้ พระพี่เลี้ยงก็ดูเหมือนจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกคนเตรียมรออยู่ในห้องใต้ศาลาทำวัตรตั้งแต่พระใหม่ยังไม่อยากจะลุกจากที่นอน

การสวดมนต์ทำวัตรเช้าเป็นไปอย่างเนิบช้า พระครูที่ทำหน้าที่นำสวดก็สวดช้าซะเหลือเกิน นึกในใจว่าทำไมไม่รีบๆ สวดเล่า สวดเสร็จจะได้เอาเวลาเอาไปทำอย่างอื่น..

เอาเวลาไปทำอะไร...?

ใช่..  ผมจะเอาเวลาไปทำอะไร ตอนนี้ทีวีก็ไม่มี คอมพิวเตอร์ก็ไม่มี งานก็ไม่ต้องทำ ผมจะรีบไปไหน?
ผมหันมองไปหาเจ้านาย ผู้ชายที่ดูรีบร้อนจะทำทุกอย่างให้เสร็จไวก่อนเวลาเสมอ กำลังค่อยๆ อ่านบทสวดมนต์ทีละบรรทัด ทีละบรรทัด ผมคิดว่าแกจะคิดเหมือนผมหรือเปล่า?

หรือว่าแกอาจจะกำลังดีใจที่ได้ทำอะไรโดยที่ไม่ต้องสนใจเวลา?

ระหว่างที่ผมคิดไป ปากก็สวดไป รู้สึกตัวอีกทีการทำวัตรเช้าก็เสร็จสิ้นลงแล้ว ตอนนี้พระใหม่ทุกรูปเข้าแถวรอ "ครูบาฯ" หรือเจ้าอาวาสที่วัดนี้ผมนำการบิณฑบาตร ผมตื่นเต้นมากที่จะได้บิณฑบาตรแบบจริงจังครั้งแรกในชีวิต อาหารที่ปนๆ กันมาในบาตรแบบที่เค้าร่ำลือกัน วันนี้ผมจะได้ลองแล้ว

ปรากฏว่าอาหารเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ซะงั้น

สิ่งที่ผู้คนเอามาใส่บาตรมีแค่เงินกับของแห้ง ส่วนอาหารนั้น พระทุกรูปจะได้เข้าไปในครัวตักสิ่งที่ต้องการใส่มาในบาตรตัวเอง แล้วมานั่งฉันตรงพื้นที่ที่เตรียมไว้

ผมตักนู่นนิด นี่หน่อย แบ่งโซนในบาตรเหมือนตอนกินข้าวแกง ของทอดไว้มุมนึง เอาผักๆ ไว้ตรงนี้ เอาแกงไว้อีกฝั่ง แล้วมานั่งอย่างสบายใจ "เออ ก็ดีเหมือนกัน คิดซะว่ามาเข้าค่าย"

แต่มันไม่ใช่นี่หว่าเฮ้ย !!

ผมรู็สึกเคืองตัวเองที่คิดแบบนี้มาก พอให้พรญาติโยมเสร็จปั๊บ ผมทำการคลุกทุกอย่างรวมกันในบาตรทันที !! กระหล่ำปลีคลุกรวมกับแกงพะแนง ไก่ทอดผสมกับน้ำพริก ข้าวทุกเม็ดต้องมีสี ไม่เหลือข้าวขาวในบาตร แต่ที่ผมลืมนึกไปก็คือ

มันมีผัดปลาดุกอยู่ในนั้นด้วย.. 

แล้วในบาตรผมก็เต็มไปด้วยก้างปลา ทุกคำที่กินต้องคอยระวังก้างไม่ให้ไหลลงคอ จากมื้อที่ควรจะกินได้อย่างง่ายๆ กลายเป็นช่วงเวลาที่กินอย่างยากเข็ญ กินไปเอาก้างออกจากปากไป กินไปคายก้างโยนทิ้งไป กินไปบ่นในใจไป พระรูปอื่นฉันกันเสร็จหมดแล้ว ผมยังค่อยๆ เขี่ยข้าวแยกจากก้างในบาตร กว่าจะได้ลุกก็ใกล้เวลาปฏิบัติธรรมภาคเช้าพอดี

พอถึงเวลาฉันเพล ผมกินแบบเรียบง่ายตามที่คนทั่วๆ ไปเค้าจะพึงกินกัน...


SHARE
Written in this book
14 บาตร
ในชีวิตของผู้ชายคนนึงจะบวชไปเพื่ออะไร ?
Writer
Nai-F
teller
พอว่างก็มานั่งคุยกับตัวเอง คุยแล้วก็อยากให้คนอื่นรู้ว่าคุยกับตัวเองแล้วได้อะไร?

Comments

Karnwiwat
2 years ago
รอตอนต่อไปครับ
Reply