ความทรงจำในลมหนาวชั่วคราว
หลังจากผ่านวันเสาร์ที่ยังคงร้อนในระดับที่รับได้ วันอาทิตย์ที่ฝนตกจนบางอย่างทำให้รู้สึกแปลก แล้วมันก็มาแปลกเป็นอย่างยิ่ง เมื่อตื่นขึ้นมาพร้อมกับรับรู้ถึงสภาพอากาศที่เปลี่ยนไปอย่างฉับ
พลัน... หลายอย่างเปลี่ยนไปไม่เหมือนอย่างเคย 

จริงๆ มันควรเป็นอย่างนี้เมื่อก่อนหน้านี้เสียด้วยแหละนะ

หย่อมความกดอากาศจากทางเหนือที่เข้ามาเยือนในพื้นที่ประเทศนี้เหมือนจะเปลี่ยนความคิดและความรู้สึกหลายอย่างให้กับผู้คน ทางเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือที่ประสบกับอากาศหนาวยิ่งยวดพร้อมกับได้ข่าวของหิมะที่ร่วงหล่นบนแผ่นดินของประเทศเพื่อนบ้าน แล้วมันก็เผื่อแผ่มาถึงพื้นที่ของภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑลด้วยเช่นกัน (ส่วนภาคใต้กลายเป็นฝนตกหนักพายุเข้า และมีคลื่นลมแรงแทน)

ผู้คนรอบข้างที่กระผมเดินสัญจรไปมา ตอนนี้เห็นเป็นดงเสื้อกันหนาวหลากสีหลากสไตล์ ไม่ว่าจะเสื้อแจ็คเก็ต เสื้อสเวตเตอร์ หรือแม้แต่โอเวอร์โค้ตตัวหนา บางคน (โดยเฉพาะพี่ผู้หญิง) พันผ้าพันคอที่ไม่ค่อยจะได้ใช้เท่าไหร่ในดินแดนนี้ โอกาสที่จะออกมาใช้ในตอนนี้จึงถือว่าเหมาะสมยิ่ง แม้แต่กระผมเองที่ไม่ค่อยอยากจะอยู่ในสภาพนั้นก็ยังต้องหาอะไรมากันหนาวเลย เพราะอากาศมันชวนให้ปากสั่นมาก ตอนที่ออกมาจากบ้านนี่จำเป็นว่าจะต้องสวมเสื้อแจ็คเก็ตกับหมวกไหมพรมเลยทีเดียว (ส่วนตัวเพราะหนาวตรงหัว)... และจะว่าไป คือพวกเขาเหมือนว่าจะแสดงออกมาในท่าทีอย่างนี้อย่างเต็มที่เลยทีเดียว... ก็มันเป็นช่วงเวลาของเขานี่นะ

บรรยากาศแบบนี้เหมือนฝันไปเลยมั้ยล่ะ... ก็คงแบบนั้น

คนรู้จักของกระผมถึงกับจัดชุดฤดูหนาวที่ไม่ได้สวมใส่มานานออกมาใส่แบบจัดเต็ม เพราะรู้ว่าโอกาสแบบนี้ไม่ได้มาบ่อยนัก หากว่าไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศ ที่อุณหภูมิจะต่ำกว่านั้นเสียอีก (แต่จะเอาอะไรกับประเทศที่อยู่ในเขตร้อนและร้อนแทบจะตลอดปีล่ะ แค่นี้ก็หรูแล้ว!)

หลายคนบอกว่าการที่อากาศหนาวในระดับนี้ติดต่อกันในกรุงเทพฯ ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่หาได้ยากยิ่ง จากสภาพอากาศที่เข้าใกล้ภาวะโลกร้อนไปทุกขณะ อีกอย่างคือสภาพของประเทศไทยที่รู้กันมานานว่าเป็นเขตร้อนชื้นและอยู่บนแถบเส้นศูนย์สูตร การที่มีระดับอุณหภูมิที่เทียบเท่า (หรือต่ำกว่าระดับปกติ - ประมาณฤดูร้อนหรือฤดูเปลี่ยนใบไม้ของทางฝั่งทวีปตอนเหนือ) ถือว่าเป็นอะไรที่เป็นปาฏิหาริย์ และเป็นบรรยากาศที่พวกเขาอยากจะสัมผัสสักครั้งในชีวิตเหมือนกัน

พลางทำให้คิดถึงอะไรบางอย่างที่เราอาจจะรู้จักกัน แม้เพียงชั่วขณะเดียวแล้วต้องจากกันไป โดยที่ไม่รู้ว่าจะกลับมาอีกอย่างแน่นอนในวันไหน นั่นเหมือนกับเป็นความสุขเพียงชั่วคราว แต่ความประทับใจและความทรงจำจะยังคงอยู่ตลอดไป... แม้ว่าจะไม่นานเท่าชีวิตหรือลมหายใจของคนๆ หนึ่ง แต่มันอาจเพียงพอที่จะเล่าขานถึงเรื่องที่เคยประสบให้กับคนที่อยู่ข้างหลังฟังได้

คนเราไม่ได้พบกันบ่อยๆ โอกาสบางอย่างก็ไม่ได้มาบ่อยๆ บางครั้งอาจมีเพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้นก่อนจะลาลับตลอดกาล สิ่งนั้นเหมือนกับจะบอกว่าเราควรฉวยโอกาสและทำให้ช่วงเวลานั้นมีความสุขและน่าจดจำก่อนที่มันจะจากไป คนเราอยู่ด้วยกันไม่นาน ความรู้สึกและบรรยากาศอยู่ด้วยกันด้วยไม่นาน หากว่าจะมีอะไรที่ทำให้ไม่เป็นสุขมันก็คงเหมือนกับการทำอะไรแย่ๆ แล้วปล่อยให้มันกลายเป็นแผลจดจำไปเรื่อยๆ อาจจะตลอดชีวิตก็เป็นเช่นนั้น

ชีวิตคนเรามันเป็นแบบนี้แหละ...

ระหว่างที่เขียน (ช่วงต้นๆ) อยู่เป็นช่วงสายๆ ของวันที่คาดว่าเป็นวันสุดท้ายที่จะมีบรรยากาศหนาวๆ ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล พอถึงตอนเที่ยงๆ บ่ายๆ อากาศก็จะอุ่นขึ้นตามลำดับสภาพอากาศหลังอิทธิพลเริ่มขึ้นไปทางเหนือมากขึ้น ตอนนั้นคนกรุงก็คงคิดถึงอากาศหนาวไปอีกนาน... อย่างน้อยที่สุดคือปีหน้า (ถ้ามาแล้วได้บรรยากาศแบบนี้อีกนะ)

มันคงเป็นความสุขชั่วคราวที่คนจะจดจำจริงๆ นั่นแหละ แม้ว่าจะไม่นานเหมือนปฏิกิริยาใดๆ แต่สิ่งที่ฝังลึกลงไปมากกว่านั้น คือความประทับใจที่ไม่อาจจะรู้ลืม... เหมือนกับความสุขครั้งนี้...

ในสายลมหนาว... โปรดจดจำ...
SHARE
Writer
Narin
Casual Writer
Artist / Writer in Casual Life | All fields about Art / Entertainment / Recreation คนที่เดินบนเส้นทางด้วยหัววิทย์แต่ใจศิลป์ สิ่งที่เห็นคือแรงบันดาลให้เกิดเรื่องมากมาย เมื่อการเดินไปกับศิลปะและความบันเทิงดูเป็นเรื่องน่าสนใจ

Comments