ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ กับ ชายหนุ่ม

ข้างทางที่ไม่มีผู้ใด และแทบไม่มีสิ่งใด

ศิลปินนั่งเขียนภาพข้างกองผลงานศิลปะของเขาที่มากมาย
มองภายนอกแล้วราวกับเขาหลงทางมาชั่วชีวิต
เขานั่งขัดสมาธิ ในคราบความซ่อมซ่อ มอมแมม
แต่เสื้อผ้าการแต่งกายและเครื่องประดับราคาแพงของเขานั้น
ก็พอจะบ่งบอกได้ว่าเขาเองก็มีรสนิยม(ในแบบของเขาเอง)
สีหน้าของเขานิ่ง แต่ไม่เชิงสงบ
แววตาของเขาสะท้อนให้เห็นถึงการเมินเฉยต่อโลก
และความมั่นใจอย่างสุดขีด ในขณะเดียวกันก็แฝงไปด้วย
ความหน่ายเหลือทน

เสียงย่ำกรายของชายผู้หนึ่ง
ที่เข้าใกล้เขามาเรื่อยๆทำให้เขาหันไปหาต้นตอของเสียง
ชายหนุ่มสะพายกระเป๋าเป้ที่หลัง
เดินเข้าฉากมาอย่างเรียบง่าย
และหยุดอยู่เบื้องหน้าศิลปินผู้นั้นโดยเว้นระยะห่างไว้พอสมควร
สีหน้าของเขานิ่ง แต่หาได้เหมือนกับสีหน้าของศิลปิน
สีหน้าของหนุ่มผู้นี้ช่างนิ่ง...แบบ นิ่ง
นิ่งฉิบหาย นิ่งอะไรขนาดนั้น
แววตาของเขาสะท้อนถึงความไร้เดียงสาของวัยเยาว์
ซึ่งถูกส่งต่อไปกระทบกับสายตาของศิลปินผู้นี้

ไม่อาจทราบได้ว่าเหตุใดกันแน่
ตัวเขาเองก็ยังแอบฉงนใจ
แต่ความไร้เดียงสาราวกับท้าทายศิลปินผู้นี้ชอบกล
ก่อนที่ศิลปินจะได้กล่าวอะไรออกไปเป็นวาจา
ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความสงสัยและจริงใจอย่างสุดแท้

ชายหนุ่ม : ทำอะไรอยู่หรือครับ?

สายตาของเขามองสลับระหว่างใบหน้าของศิลปินและผลงานทั้งหลายของเขา

ศิลปิน : สนใจเหรอหนุ่ม? ข้าเรียกมันว่า ศิลปะ
           โดยปรกติแล้วผลงานของข้านั้นมีคุณค่าจนตีราคาไม่ได้
           แต่หากเอ็งสนใจข้าจะพิจารณาให้

ชายหนุ่มยังคงสีหน้านิ่งไว้เช่นเดิม

ชายหนุ่ม : ไม่เป็นไรครับ ไม่เห็นสวยเลย ผมนึกว่าศิลปะแปลว่าต้องสวยเสียอีก

ความเงียบเข้าครอบคลุมพื้นที่ในขณะที่นัยน์ตาของทั้งสองจ้องกันและกัน

ศิลปิน : โอหัง ! ไอ้หนุ่ม สายตามึงมันช่างต่ำต้อย

            ผลงานข้านั้นดีที่สุดในปฐพี หามีใครเปรียบได้ไม่
           ไม่เข้าใจ เหตุใดเอ็งจึงมองไม่เห็นถึงความงามและคุณค่าของมัน
           เอ็งรู้จักศิลปะรึเปล่าเถอะ !?
           ข้าใช้เวลากว่าชั่วชีวิตเป็นพันเป็นหมื่นปี เรียนรู้ สร้างสรรค์ และ พัฒนา
           ผลงานของข้านั้นเต็มไปด้วยความละเอียดละไม
           เอ็งช่างเขลายิ่งนัก ไม่ต่างกับพวกคนอื่นๆก่อนหน้านี้ ที่ไม่เห็นค่าของมัน

ศิลปินลุกขึ้นตะคอกวจีของเขาด้วยโมหะที่ลุกเป็นไฟ
ก่อนจะแผ่วเสียงลงในประโยคสุดท้าย
ชายหนุ่มเงียบอยู่ชั่วครู่ ก่อนเอ่ยปากพูดอีกครั้ง

ชายหนุ่ม : คุณกล่าวว่า คุณใช้เวลาชั่วชีวิตของคุณไปกับผลงานนี้
              คุณทุ่มเทเพื่อมัน คุณรับรู้ถึงทุกรายละเอียดของผลงาน
              แต่หาใช่สิ่งที่ผู้อื่นภายนอกจะรับรู้ถึงมันไม่
              สิ่งที่ผมเห็นก็เพียงแค่ผลงานของคุณเท่านั้น
              ผมมองไม่เห็นหรอก สิ่งที่คุณกล่าว หากนั่นแล้วคือนิยามของศิลปะที่คุณว่า
              ผมคงไม่รู้จักมันหรอก...

ศิลปิน : หึ...แล้วเจ้าก็ยังคงจะโง่เง่าต่อไปสินะ
           สิ่งสวยงามแท้จริงนั้น
           ไม่ใช่เพียงแค่สิ่งสายตาสบพบในชั่วครู่ แล้วต้องตา เย้ายวน
           หากแต่คือเมื่อเอ็งหัดมองลึกตื้นหนาบาง
           และ เข้าถึงมันด้วยความคิด จิต ความรู้สึก จริงๆของเอ็ง
           เมื่อนั้นเอ็งจะได้สัมผัสและดื่มด่ำความงามของศิลปะ
           มิใช่แค่เปลือกและสิ่งล่อลวงเหล่านั้น

ชายหนุ่ม : กล่าวคือเมื่อคุณเขียนภาพเหล่านี้แล้วคุณได้เข้าถึงสิ่งที่ว่าใช่ไหม?

ศิลปิน : แน่นอน

ชายหนุ่ม : ชั่วชีวิตคุณ คุณจมอยู่กับผลงานของตนโดยไม่สนสิ่งอื่นใดเลยหรือ?

ศิลปิน : ความทุ่มเทเพื่อพัฒนาการย่อมเป็นเรื่องจำเป็น สิ่งต่างๆในสังคมล้วนแต่จะคอยฉุดรั้ง
           โดยเฉพาะผู้คนเหล่านั้น คำพูดวิจารณ์โอหังเหล่านั้นของพวกมัน
           ที่ไม่แม้แต่จะเปิดใจ ยอมรับและเข้าถึงศิลปะของกู ศิลปะที่คุณค่าเปี่ยมล้น

ชายหนุ่ม : อย่างนั้นแล้ว คุณเคยได้สัมผัสหรือมองตื้นลึกหนาบางของสิ่งอื่นใดบ้างครับ?
              คุณหันหลังไม่ใส่ใจกับผู้ใดในโลก มองเห็นแต่ผลงานที่อยู่เบื้องหน้า
              ไร้ซึ่งปฏิสัมพันธ์ต่อชนใดในโลกหล้า
              ใครใดกันเล่าเป็นสักขีว่างานคุณเป็นมาสเตอร์พีซ

สีหน้าของชายหนุ่มไร้เดียงสายังคงนิ่งในระหว่างที่พูด
ความเงียบเข้ามาเยือนระหว่างบทสนทนาของพวกเขาอีกครั้ง
ในขณะที่พวกเขาจ้องตากันและกัน
ราวกับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำ
.
.
.
ความเงียบถูกบรรเลงเจือกับเสียงนกร้อง และ ลมโชยพัดอ่อนผ่านกิ่งใบ
ก่อนจะตามมาด้วยเสียงเครื่องยนต์อีกหลากหลายคันบนท้องถนน
จนทำให้ศิลปินผู้นี้ตระหนักได้ว่า
แท้จริงแล้วความเงียบนี้หาได้มีจริงไม่
มันเป็นเพียงความเงียบของบทสนทนาต่างๆ
ระหว่างเขาและชายหนุ่ม ระหว่าง จิตใจ ตรรกะ สมอง อารมณ์ ความรู้สึก
เมื่อบทสนทนายุติ มันทำให้เขาได้ยินเสียงต่างๆรอบตัวอย่างชัดเจน

ศิลปิ : ไอ้หนุ่ม...แล้วเอ็งล่ะ

เป็นครั้งแรกตั้งแต่เล่ามาที่ชายหนุ่มผู้นี้แสดงสีหน้าที่ต่างออกไป
ความฉงนกระตุ้นกล้ามเนื้อบนใบหน้าให้ถูกเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน

ศิลป : เอ็งมีปฏิสัมพันธ์อย่างไรบ้าง? กับอะไรบ้าง?
         ได้ทักทายพูดคุยเพื่อนร่วมงานในออฟฟิศที่ต้องเจอกันทุกวันรึเปล่า?
         แม่ค้าขายกาแฟที่เอ็งซื้อกิน พนักงานร้านสะดวกซื้อ
         ผู้คนมากมายที่ผ่านไปมา หรือแม้แต่ นกกา ปลาในธาร
         ต้นไม้ดอกไม้นานาพรรณ สิ่งต่างๆที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นมา
         เอ็งใส่ใจสิ่งเหล่านี้บ้างรึไม่?

ศิลปินพูดออกมาด้วยความนิ่งที่แตกต่างออกไป
นอกเหนือจากภาพซ้ำของความเงียบที่เข้าปกคลุมสถานการณ์แล้ว
ครานี้เห็นที ความสงบ ก็เข้าร่วมวงด้วย

ชายหนุ่มแหงนหน้ามองฟ้า
และครุ่นคิดอยู่นานสองนาน

ชายหนุ่ม : ผมเพียงหลงทางมาและพยายามจะหาทางออก

              แท้จริงแล้วผมเองก็อาจไม่ได้มองเห็นสิ่งอื่นใดนอกจากทางของตนเบื้องหน้า
              คุณเองเข้าถึงธรรมชาติด้วยวิธีเหล่านี้เพื่อผลงานฤ?

ศิล : ก็เปล่า

ศิลปินตอบด้วยน้ำเสียงนิ่ง แอบกวนตีนเสียด้วยซ้ำไป
เสมือนทั้งคู่รับรู้ถึงปฏิกิริยาเคมีบางอย่างที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงให้ประจักษ์แก่สายตา
แต่มันถูกสัมผัส และ เข้าถึงได้
ทั้งคู่ยิ้มให้แก่กันโดยไม่มีคำพูดใดๆถูกเอื้อนเอ่ย
ความเงียบที่ไม่มีจริงของทั้งคู่ถูกฆ่าลงด้วยเสียงหัวเราะอันสดใสของทั้งคู่
ก่อนที่ศิลปินจะเขียนภาพต่ออีกครู่จนเสร็จ

ศิ : ข้ามอบผลงานทั้งหมดนี่ให้เจ้า

ชายหนุ่ม : ผมไม่เงินหรอกนะ และผมก็ยังคิดว่ามันไม่สวยอยู่ดี
              หากผมจะรับไว้มันต้องจ่ายเท่าใดกันแลกกับชั่วชีวิตของคุณ

ศิลปินผู้นั้นยิ้มด้วยแววตาสดใสและบริสุทธิ์
ในแบบที่ตัวเขาเองแทบจะลืมไปว่าเคยเป็นเจ้าของรอยยิ้มนี้
ในขณะที่ยื่นผลงานที่เพิ่งวาดให้ชายหนุ่ม

 : ไม่ต้องหรอกหนุ่ม คุณค่าของมันไม่อาจตีราคาได้...เฉกเช่นเราทุกคน

ชายหนุ่มรับและมองดูผลงานชิ้นนั้น 
เขาพบว่ามันเป็นเพียงเฟรมที่ละเลงน้ำเปล่าลงไปทั้งพื้นเท่านั้น
เมื่อเขาละสายตาออกจากผลงานก็พบว่า
ชายที่ร่วมบทสนทากับเมื่อครู่ได้หายไปแล้ว
เขาหยิบผลงานทุกชิ้น แบกไปแม้ว่าเป้เขาไม่อาจจะใส่มันลงได้ทุกชิ้น
และก้าวเดินทางต่อไปด้วยรอยยิ้ม
บัดนี้สีหน้าของชายผู้นี้มิได้นิ่งเฉยอีกต่อไปแล้ว.

   : …

เริ่มต้น.
                                                                                                             Smile :)
SHARE
Written in this book
ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ และ ชายหนุ่ม
ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ และ ชายหนุ่ม

Comments