ดื่มด่ำกับความทุกข์
เคยสังเกตมั้ยครับว่า ตัวเองเคยดื่มด่ำกับความทุกข์จริงๆจังๆ แค่ไหน

นี่เป็นค่ำคืน ที่ผมปล่อยเวลาให้ผ่านไป กับนักเก็ตไก่และน้ำดำที่อยู่ตรงหน้า แถมด้วยอากาศที่อุ่นเกือบร้อนในร้านตัวตลกที่เปิด24ชั่วโมง

หลังจากที่สองสามวันมานี้ พยายามดิ้นรนหาทางปลดทุกข์ทั้งพูดคุยกับเพื่อน ส่งไลน์กระจาย อ่านหนังสือ ไหว้พระ ฟังธรรม ฯลฯ เพื่อหวังว่าก้อนทุกข์ที่อัดแน่นอยู่จะคลายลง

มันก็ช่วยได้นะ แต่สักพักก็รู้สึกใหม่ เราแค่ลืมมันไป แต่เจ้าก้อนทุกข์นั้นยังไม่ได้ถูกตัดทิ้ง

ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะผมเกาไม่ถูกที่คัน และผมไม่รู้ว่าตกลงที่คันอ่ะตรงไหนคันกันแน่ 

เป็นช่วงเวลาของความสับสน จิตหล่น มึนงง คิดอะไรไม่ออก 

และตอนนี้ผมก็เลือกที่จะไม่ทำอะไรเลย เพราะไม่รู้จะทำอะไรอีกแล้ว 

นักเก็ตไก่เริ่มจะไม่ร้อน เหี่ยวลงเรื่อยๆ และน้ำดำที่ซื้อมาจิบก็ละลายลงอย่างช้าๆ พร้อมกับความรู้สึกที่ว่างเปล่า 

เวลาที่รู้สึกล้มเหลว มันไปไม่เป็นแบบนี้เอง 

ในความล้มเหลว หดหู่ ความรู้สึกบางอย่างผุดขึ้นมาในสมอง

"ทำไมผมไม่ดื่มด่ำ และลองอยู่กับความรู้สึกพังๆแบบนี้ดูบ้าง ดูสิว่ามันจะพังไปอีกกี่วัน"...ผมคิด

ผมตัดสินใจนั่งอยู่กับมันแบบชนิดที่ไม่ทำอะไรเลยจริงๆ เป็นชั่วโมง เป็นช่วงเวลาที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของใจขึ้นๆลงๆสลับกันไปมา

ไม่ได้คำตอบอะไรหรอกนะครับ ยังรู้สึกพังๆ อยู่ทางออกทางเอิกของปัญหาอะไรผมก็ไม่เห็นอยู่ดี แต่ผมคิดว่า ผมไม่อยากละทิ้งความรู้สึกและช่วงเวลาพังๆนี้ 

เมื่อได้ดื่มด่ำดำดิ่งอยู่กับมัน ผมพบว่ามันก็ไม่ได้เลวร้ายนะ มันเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำพอๆ กับความสุขนั่นแหละ  

จะมีสักกี่เรื่องที่ร้ายแรงจนทำให้ใจพังได้ 

ชีวิตคนส่วนใหญ่ก็มีความสุขมากกว่าความทุกข์ทั้งนั้น เรามีช่วงเวลาต้องทนทุกข์ไม่นานหรอกเมื่อเทียบกับความสุข

ผมจึงได้ดื่มด่ำกับมันในค่ำคืนนี้

ผมเชืี่อว่า เมื่อไหร่ที่ข้ามผ่านจะเจอทางออก และความทุกข์นี่แหละ คือกุญแจสำคัญที่จะสร้างบทเรียนที่ทำให้เราได้เรียนรู้กับชีวิตมากที่สุดวิธีหนึ่ง เพราะความทุกข์จะทำให้เราออกจากพื้นที่เดิมๆ กล้าที่จะเผชิญสิ่งใหม่ๆ ด้วยความรู้สึกที่ว่าไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้อีกแล้ว

คุณเห็นด้วยกับผมป่ะ?

ปล.สำหรับคนที่หลงมาอ่านเจอ ผมขอโทษด้วยที่บทความนี้จะไม่มีสาระประโยชน์อะไร นอกจากการรำพึงในวันที่รู้สึกพังๆ ของผม 














SHARE

Comments