สวัสดีครับ

(1)

"สวัสดีครับ
ชายหนุ่มเปล่งเสียงออกมาอย่างเหนียมอาย 
ก็หมายถึง เขาก็อยากจะตะโกนเหมือนกัน 
แต่ก็อายเกินกว่าจะตะโกนออกมาดังๆ

เมื่อไร้เสียงตอบรับจากคนที่ถูกทักทาย
เขาตัดสินใจเอื้อมมือไปสะกิด
และหวังว่าคำทักทายงี่เง่าเบาๆเมื่อกี้
จะทำให้คนข้างหน้าไม่หันมาตบเขาสักที

และทันใดนั้น

เขารู้สึกถึงบางอย่างมาสะกิดเขาจากข้างหลัง
เขาหันหลังจนกระดูกคอลั่นกร๊อบแกร๊บ

"ครับ?"


แต่ก็ว่างเปล่า

ไม่มีใครอยู่ข้างหลังเขาเลย

เขาหัวเราะอย่างเหนียมอาย
ก็หมายถึง เขาก็อยากจะหัวเราะดังๆนะ 
แต่ก็กลัวเกินกว่าจะหัวเราะออกมาดังๆ

เขาหันหลังกลับไป คนข้างหน้าก็ยังยืนอยู่

แต่แล้ว เขาเพิ่งเริ่มสงสัย ว่าที่นี่มันที่ไหนกันแน่
พอมองไปรอบๆ ก็เจอแต่สิ่งที่คุ้นตา
ถึงจะคุ้นตา แต่ก็บอกไม่ได้ว่าที่ไหนกันแแน่
ใจหวังว่าคนข้างหน้าจะบอกอะไรได้ 
จึงตัดสินใจจะทักทายคนข้างหน้าอีกรอบ 

คราวนี้เขาตัดสินใจจะบีบไหล่คนข้างหน้าไว้
พร้อมทั้งจะไม่หันหลังกลับไป 
หาอะไรก็ตามที่สะกิดเขาไว้คราวก่อน 

"สวัสดีครับ" 

เขาคว้าไหล่คนข้างหน้าดังหมับ
แต่ก็ไร้ซึ่งการตอบรับเช่นเดิม 

ยกเว้นแต่แรงบีบไหล่จากข้างหลัง
ที่แรงขึ้นเรื่อยๆ 

เขาหันหลังโดยไม่ได้ตัดสินใจอะไร

และเขาก็แทบจะตัดสินใจได้ทันที
ว่าเขาไม่ควรทำเช่นนั้นเลย

เขาสาบานกับตัวเองเลยว่า 

คนที่เขาเห็นคือตัวเขาเอง
ทั้งคนที่อยู่ข้างหน้า 
ทั้งคนที่อยู่ข้างหลัง

เขาหันหน้ากลับอีกรอบ 

และพบว่าที่เขาเห็นไม่ใช่ใครที่ไหน 

แต่เป็นพื้นถนนคอนกรีตสีเข้ม
ที่ถูกชะโลมไปด้วยความมืดยามเที่ยงคืน

เขาเงยหน้าขึ้นหวังมองแสงดาว
แต่ก็ลืมไป ว่าเขาตัดสินใจโดดลงมาเอง

(2)

"สวัสดีครับ"

เขาแทบจะลืมตาขึ้นทันที ที่เสียงนี้ดังขึ้นมา 
แต่เขาใช้เวลานานกว่านาทีจึงจะลืมตาขึ้น 

เขาสาบานกับตัวเองเลยว่า

คนที่เขาเห็นคือตัวเขาเอง
แต่น่าแปลกที่ดูแก่กว่าหน่อย 

เขายิ้มแบบเหนียมอาย
ก็หมายความว่าเขาทั้งคู่ก็ยิ้มนั่นแหละ 

"กล้ามเนื้อยังล้าอยู่นะครับ 
อาจจะรู้สึกแย่นิดหน่อย"

เขาถูกอุ้มขึ้นมาจากเตียงนอนขนาดคิงไซส์
หลังจากกระพริบตาได้ เขาก็เริ่มมอง
และพบว่าที่นี่ คือบ้านของเขาเอง

เขาเริ่มรู้สึกเหนื่อย ทั้งๆที่ถูกอุ้มอยู่

หลังจากลงบันไดก็พบกับรถเข็น
รถเข็นคนไข้ธรรมดาแบบพับเก็บได้ 

เขาถูกวางบนรถเข็นนั้น 
เมื่อเขาพยายามก็ขยับบางส่วนของร่างกาย
ส่วนนั้นก็จะเริ่มสั่นอย่างรุนแรง

เขา หมายถึง เขา คนที่แก่กว่านะ
ก็เริ่มเดินพารถเข็นไปรอบๆบ้าน
ทุกสิ่งดูเก่าลง แต่ก็ได้รับการดูแลอย่างดี

เขายิ้ม ก็หมายถึงหน้าของเขาสั่นอย่างรุนแรง
เขาเริ่มง่วง หลังจากส่งสายตาให้ตัวเองตอนแก่
เขาก็ผล็อยหลับไปคารถเข็น 

(3)

"สวัสดีครับ"

เขาสะดุ้งตอนได้ยินเสียงเล็กๆของเด็กผู้ชาย
ดังลอดมาจากข้างเตียง
เขาหันไปมอง 

เขาสาบานกับตัวเองเลยว่า

คนที่เขาเห็นคือตัวเขาเอง
แต่เป็นสมัยที่เขาอายุสิบขวบ
และท้วมกว่าเขาตอนสิบขวบเล็กน้อย

"พี่ตื่นแล้วหรอครับ? 
ทำไมถึงต้องนอนนานๆด้วยครับ? 
เมื่อไหร่จะพูดได้หรอครับ? 
พี่เล่นไรเป็นบ้างอะ?"

คำถามนับสิบพรูออกมาจากปากเด็กน้อย 
แค่เขาฟังก็เหนื่อยแทนแล้ว 

เด็กน้อยเริ่มปีนเตียงและนอนข้างๆเขา 
น่าแปลกที่เด็กน้อยเริ่มนวดแขน
จากที่ชาๆก็เริ่มรู้สึกถึงแรงนวด

เด็กน้อยเริ่มนวดขาต่อ
โดยตั้งคำถามไม่หยุด

หลังจากเขานอนไปอีกงีบ
เด็กน้อยก็หายไปแล้ว

ทำให้ห้องกว้างๆดูกว้างกว่าเดิมทันที

เขาพยายามจะขยับขา และแขน 
คราวนี้มันทำตามคำสั่งอีกครั้ง

หลังจากพยายามให้ตัวเองลุกขึ้นมานั่งได้
ขั้นต่อไปที่หวังไว้ก็คือยืนและเดิน

แต่ไม่เป็นไปตามคาด เขาเหนื่อยเกิน
ทำให้เขาล้ม โดยฟาดเอาแจกันบนโต๊ะลงพื้น
เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแจกันอยู่ตรงนั้น

เขานอนนิ่งๆ และกำลังจะหลับอีกรอบ

เขาก็เริ่มจำได้ 
ว่า....

อะไรนะ?

(4)

"สวัสดีครับ"

เขาสะดุ้ง แต่ก็ต้องประหลาดใจ 
เพราะเขายืนอยู่บนสะพานลอย
โดยที่มีขาข้างหนึ่งก่ายแนวรั้วกั้นไว้

เขามองซ้ายมองขวา เห็นข้างล่างมีรถคันหนึ่ง
เป็นรถเก๋งที่เปิดไฟกระพริบไว้ และข้างๆเขา
ก็มีชายอีกคนกำลังเอื้อมมือมาจับไหล่

เขารีบชักขาตัวเองกลับทันที 

"สวัสดีครับ" 

ชายหนุ่มเปล่งเสียงออกมาอย่างเหนียมอาย
ก็หมายถึง เขาก็อยากจะตะโกนเหมือนกัน
แต่ก็อายเกินกว่าจะตะโกนออกมาดังๆ


เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำเช่นไร
ได้แต่หวังว่าชายข้างหน้าจะช่วยอะไรเขาได้บ้าง 

"สบายดีไหมครับ" 

.....
SHARE
Written in this book
run.
Writer
Gottogo
eater
hate everything that can't eat.

Comments