เรื่องนี้อึดอัดมากแก(1)
คือ หลังจากปล่อยใจให้อึดอัดมาหลายสัปดาห์
จนลืมว่า มีที่ที่ไม่รู้จักเรา และล้อเราไม่ได้แน่ๆ
เราสามารถระบายได้ กับเรื่องที่เราไม่เคยเจอ
ไม่เคยเจอมาก่อนตลอดสิบเจ็ดปี
"แฟน หรือ บอยเฟรนด์"

คือ ไม่ใช่อะไรนะ แต่แบบ สัมผัสได้ 
ว่าตอนเด็กๆแอบชอบเพื่อนไรงี้
(แบบ ตอนป.4นะ)
เราจะแอบซื้อยางลบที่เขาอยากได้
ไปซ่อนไว้ใต้โต๊ะ (นั่งข้างๆกัน เล่นกันบ่อย *หล่อ*)
แล้วพอมันเจอ.....
มันก็ถามว่า......

"เห้ย ของแกเปล่า?"

แล้วมันก็ส่งห่อกระดาษสมุดโรงเรียนยับๆ 
ที่ข้างในใส่ยางลบรูปตัวการ์ตูน
(ที่เราเล่นด้วยกันบ่อยๆ แยกโต๊ะ เอาไม้บรรทัดทำเป็นสะพาน แล้วหยิบยางลบวัวมาข้ามสะพาน... มันก็น่าจะรู้นั่นแหละ ว่านั่นยางลบเรา แต่คือ
แบบ ที่กระดาษเราก็เขียนคำว่า 'ให้' ไว้นะเว้ย 
'ไมไม่อ่านวะะะ ว้อยยยย หงุดหงิด)
เรามองหน้ามัน
"เออ ของเราเอง"
แล้วจากนั้น
เราก็งอนมัน
(.....เหมือนสวยเลือกได้เนอะแก)

ต่อมาตอนป.6 เราแอบชอบเพื่อนห้องอินเตอร์
แก คือเค้าดูดีอีกแล้ว 
แต่รู้ปะ เราแยกไม่ออกกับเพื่อนมันอีกคน
แบบ จำสลับกัน จนพอมาคิดดีๆ ก็ฮาดี 5555

เออ นึกถึงอีกเรื่อง
(ทำไมเพิ่งนึกได้นะ!) 

ตอนเราเด็กกว่านั้น ป.3 มั้ง
เราไปบ้านผีสิง ของพี่ม.ปลาย
เราเกาะไหล่เด็กลูกครึ่งข้างหน้าเรา
แน่นมากๆ จนไหล่มันแดง 
แต่รู้มะ ตอนอยู่ในบ้านผีสิงอะ 
มันตะโกนเรื่องฮาๆตลอด 
ทุกครั้งที่มันหันมามองเรา แล้วเห็นว่าเราไม่ไหว 
มันก็จะโวยวายบ้าบอของมันไป

ออกจากห้องเรียนที่รุ่นพี่ทำเป็นบ้านผีสิง
(จำได้ว่าน่ากลัว ไม่เข้าใจเหมือนกัน 
ทั้งๆที่มีแต่กระดาษสีกับฟิวเจอร์บอร์ด)
เพื่อนข้างหลังเราร้องไห้ เราก็ปลอบเพื่อน
เห็นนายลูกครึ่งแม่งบีบไหล่ตัวเอง
แล้วยิ้มแหะๆให้เรา 
มันถกเสื้อให้ดู

....เลือดซิบเลยจ้าาาาาาาา
(สงสัยเราลืมตัดเล็บ ครูตีแน่ ไม่ดีๆ)

เราบอก เฮ้ยขอโทษๆ มันบอก
"ไม่เป็นไรๆ"
แล้วมันก็เดินไป 

...แล้วเราก็ไม่รับรู้ถึงตัวตนของนายนี่อีกเลย
(รู้แต่มันอยู่ห้องอินเตอร์(ห้องเดียวกับคนดูดี อิอิ))
จนตอนป.4
เข้าค่ายจ้าาาาาาาา 
เราได้ไปสักที่ จำไม่ได้แล้ว จำได้แต่ลมเย็นๆ
ทุกครั้งที่เราเจอนายลูกครึ่ง 
มันจะหลบตาเรา แล้วก็ไปท้อคกิ้งกับเพื่อนมัน
ด้วยเสียงอันดังสนั่น...ลั่นสะเทือนทรวง

หลังกลับจากค่าย
เราก็ได้เห็นมันบ่อยขึ้น 
เพราะมันก็เป็นเด็กดื้อ ที่ครูชอบแกล้ง
เพื่อนเราก็เมาท์มัน ว่ามันแสบแค่ไหน
เพื่อนมันก็เรียกมัน "ฝรั่งขี้นกๆๆๆ"
(แปลว่าอะไรวะ มาจากอะไร บอกที) 

จนมีค่ายค้างคืนที่โรงเรียน
(สปอยล์เลยว่าเราชอบตอนนี้มาก)
(เออ นึกขึ้นได้ 
เราจำไม่ได้ว่ามันย้ายโรงเรียนไปตอนไหน
ไม่รู้ว่าตอน ป.4 หรือ ตอน ป.6 )

มันเป็นค่ายกางเต้นท์ที่โรงเรียนใช่มะ
เราก็กางเต้นท์ตั้งแต่เย็นจนมืด 
ที่สนามบอลของโรงเรียน
หลังจากกางเต้นท์เสร็จเราก็หามุมปลอดครู 
เอาเต้นท์บัง จับๆดูพื้นหญ้าว่าเปียกมั้ย
พอเราเช็คเราก็นั่งลงกับพื้น

ท้องฟ้าดำสนิทเพราะเป็นคืนเดือนมืด
แต่สิ่งที่ทำให้เราแสบตาคือแสงไฟ
จากหลอดไฟที่ครูตั้งไว้ 
เราเอามือบังแสงจ้านั่น 

แล้วเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า

เพราะอยู่ต่างจังหวัดเลยเห็นดาวเรียงราย
แข่งกันส่องแสงอยู่บนท้องฟ้าสีเข้ม

เราเริ่มนอนลง กับพื้นหญ้า 
เอามือข้างนึงปิดแสงหลอดไฟ
มืออีกข้างก็เอื้อมไปจะจับดาว 

ระหว่างนั้น เราเอามือที่บังแสงนีออนออก
เราเจอนายลูกครึ่งยืนอยู่ตรงหัวเรา
เราสะดุ้ง แล้วรีบลุกขึ้นมา วิ่งหนีไป 
ตอนนั้นมันก็หนีเราเหมือนกันนะ ฮา
แต่มันกลับมาที่เดิม พร้อมถุงนอน
แล้วตะโกนเสียงดังๆว่า
"เฮ้ยยยยย ดูดาวโว้ยดูดาว" 

เราหัวเราะอยู่หลังเต้นท์
เพราะเพื่อนมันนับสิบรุมมัน
ให้ตัวติดอยู่กับถุงนอนที่ปูไว้ 
พร้อมกับเสียงครู ที่บอกให้อย่านอน
เดี๋ยวไม่สบาย น้ำค้างมันเยอะนะ
(แต่ตอนหนูทำ ครูไม่เห็นใช่มะ...)

มันบอกครู
"ผมจะนอนตรงนี้ทั้งคืนเลยครู"

ตอนนั้นเราคิดว่า มันคงเห็นว่าเราแปลกๆ
เลยลองทำตามบ้าง
เพราะตอนนั้น เรายังไม่รู้เลย ว่า
"แอบรักจริงๆ" เป็นยังไง 

เรามองหน้ามัน
มันนอนดูดาวตรงนั้น จนเพื่อนมันหายเกือบหมด
แต่สุดท้าย
มันก็ตัดสินใจ
เก็บถุงนอน 
แล้วเดินเข้าเต้นท์ไปเงียบๆ

นี่เป็นค่ายสุดท้ายของการเป็นเด็กประถมแล้ว

หลังจากนั้นมันก็ย้ายโรงเรียนไป
(จำได้ละ มันย้ายไปตอน ป.6 
เหอะ น้ำมันตับปลาด่วนๆ 
อาจจะอัลไซเมอร์ก่อนแก่ )
.....
ทำไมวะ ทั้งที่ตอนป.5 เราเริ่มอ้วน
เราใส่แว่น เราตัดผมสั้นเพราะเหา 
มันยังชอบเราอยู่หรอ
 
เด็กๆนี่ดีเนอะ ชอบกัน ไม่ต้องอะไรมาก
แต่ก็โรแมนติคแบบแปลกๆ 
บอกตรงๆ เราว่าเราก็ชอบลูกครึ่งนั่นเหมือนกัน
มองมันแล้วยิ้มๆ เหมือนจะบ้า
ไม่งั้นคงจำไม่ได้
ว่าเคยเจอมันตอนไหนบ้างนั่นแหละ

แต่รู้มั้ย
เราพยายามข่มความคิดนี้มากๆ
เพราะมันไม่หล่อ..เราเลยพยายามไม่ชอบ
(ถึงเงียบๆ แต่ก็ส่องหล่อๆนะค้า
....ทำไหมแย๋แต๋เด๊กเหล๋ยเนี๋ย)
(นี่ไม่ได้ฮานะ แต่ตอนเด็กเราคิดงั้นจริงๆ
คิกว่าส่องคนหล่อ แล้วใจเต้น
แปลว่าเราชอบเค้าจริงๆ
จริงๆ มันแค่หล่อ ไม่ได้มีผลต่อจิตใจเรา
แต่แค่มีผลต่อระบบสูบฉีดเลือดเท่านั้นเอง...)


แต่ทำไมวะทั้งที่ตอนป.5 เราเริ่มอ้วน
เราใส่แว่น เราตัดผมสั้นเพราะเหา
มันยังชอบเราอยู่หรอ
นี่เรียกว่ารู้ใจตัวเองตอนสายเกินไป
แต่ก็เนอะ ถ้ามีก็คงจะเป็นปั้บปี้เลิฟ
.........ที่กูไม่เคยมี!!

ตอนนี้มันก็คง 17 แล้ว มีแฟนสาวสวยๆ 
มีชีวิตที่ดี บางทีอาจจะกลับ
บ้านเกิดที่มันอยู่ สักประเทศยุโรปๆ 

แต่รู้ป่าว แซม
เค้าไม่ได้เป็นแบบตอนเด็กๆแล้ว
เค้าเกลียดเมนส์มากอะ แซม 
มันทำเค้าฮอร์โมนพลุ่งพล่าน 
จนอยากจะกระโดดตึกตาย

เราเศร้า จนอยากระเบิดตัวตาย
เราแทบไม่รู้สึก
ว่าเรามีชีวิตอยู่เลย เหมือนอยู่ไปวันวันอะ แซม 
 
แต่ขอบคุณนะแซม
ที่เป็นส่วนหนึ่ง ในเรื่องที่เรานึกขึ้นแล้ว
มั่นใจได้เลยว่า หลังจากนี้นะ
เราจะไม่ลดคุณค่าของตัวเอง
เราจะเลิกกินแบบหมูแล้ว
เราจะเลิกทำร้ายตัวเองแล้ว
เป็นกำลังใจให้เราด้วย
ถึงเราจะอารมณ์สองขั้วเป็นบางเวลา 
เราจะพยายาม 
SHARE
Written in this book
ท่อระบายน้ำ
ระบายเรื่องต่างๆในชีวิตแบบง่ายๆ 555555 อย่าหวังอะไรจากในนี้เลย
Writer
Gottogo
eater
hate everything that can't eat.

Comments

24Hphobia7
5 years ago
ฝรั่งขี้นกคือฝรั่งไทยอ่ะคับ ลูกเล็กๆกลิ่นแรงๆ นกชอบกินแล้วก็เอาเม็ดมันไปทิ้งทุ่นที่อื่น แล้วก็จะงอกงาทออกมาเป็นต้น ทฤษฎีเดียวกะมะระขี้นกฮะ ไม่รู้ว่าใครเริ่มเอาไปเรียกชาวต่างชาติ ว่าฝรั่งขี้นก5555
Reply
Gottogo
5 years ago
เพิ่งรู้เลย 5555 ฟังมาตั้งแต่เด็ก
นึกภาพเป็นผู้ชายต่างชาติใส่หมวกปีกกว้าง
แล้วนกก็ขี้ใส่ตลอดเลย 5555555555
24Hphobia7
5 years ago
5555555 อันนั้นมันฝรั่งนกขี้(ใส่)รึเปล่า มาบอกข้อมูลแบบนี้กลายเป็นทำลายภาพจำใครไปรึเปล่านี่5555 แต่จำแบบนั้นมันก็เท่กว่าเห็นเป็นลูกฝรั่งเขียวๆเล็กๆเยอะเลยฮะ 😊