"Design Thinking" – กระบวนการออกแบบนวัตกรรม
 หน้า HR & Management | หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ | วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม 2558
   
หลังจากที่เขียนคอลัมน์ Design Thinking มาเกือบหนึ่งปีเต็ม เมษ์ได้รับคำถามจากเพื่อนๆผู้อ่านทางอีเมล์หลายครั้งเกี่ยวกับกระบวนการ Design Thinking และการใช้ Design Thinking ในการแก้ปัญหา

วันนี้อยากจะอธิบายกระบวนการ Design Thinking ในรายละเอียดที่อาจจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆผู้อ่านในการนำเอาไปปรับใช้ค่ะ

“กระบวนการ Design Thinking” หรือ กระบวนการคิดเชิงออกแบบ เป็นกระบวนการคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างเป็นระบบ Design Thinking ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นกระบวนการคิดสร้างสรรค์ที่ใช้กันมานานในสายงานออกแบบผลิตภัณฑ์ หรือในสายงานสถาปัตย์Design Thinking มีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆในธุรกิจทุกวันนี้เพราะถูกนำมาปรับใช้ในการแก้ปัญหาและสร้างสรรค์นวัตกรรมผ่านผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ

จริงๆแล้ว วิธีการเรียนรู้ Design Thinking ที่ดีที่สุด คือการทดลองนำ Design Thinking ไปใช้ในการทำงาน แต่หากจะต้องให้สรุปแนวคิดหลักๆของ Design Thinking เมษ์คิดว่าสามารถสรุปได้เป็น 3 ขั้นตอนหลักๆ คือ (1) การเข้าใจปัญหาให้ถูกต้อง, (2) การคิดแบบไม่มีกรอบ และ (3) การเรียนรู้ผ่านการทดลองลงมือทำ

STEP 1: เข้าใจปัญหาให้ถูกต้อง (Understand) นั่นคือ การใช้เวลาทำความเข้าใจปัญหาอย่างลึกซึ้ง มีบทบาทมากต่อการกำหนดทิศทางในการแก้ปัญหา การเข้าใจปัญหาที่ถูกต้องและตั้งคำถามที่ถูกต้องเท่านั้นที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ตรงประเด็น

จริงๆแล้ว Design Thinking มีชื่อเรียกอีกชื่อคือ “Human-Centered Design” หรือการออกแบบโดยการเอา “คน” ที่เราต้องการจะแก้ปัญหาให้เป็นศูนย์กลาง

หากเราเป็น “ครู” ที่ต้องการพัฒนาการเรียนการสอนของตัวเอง สิ่งแรกที่ควรทำคือการทำความเข้าใจ “นักเรียน” ... หากเราเป็น “หมอ หรือ พยาบาล” ที่ต้องการสร้างสรรค์บริการที่ดี ก็ต้องเริ่มต้นที่การทำความเข้าใจความต้องการของ “คนไข้”

หากเราจะทำธุรกิจใด ก็ต้องเริ่มต้นที่การทำความเข้าใจ “ลูกค้า”

การทำงานกับบริษัทและ SMES ทำให้เมษ์รู้ว่าการทำความเข้าใจ “ลูกค้า” เป็นเรื่องที่หลายองค์กรมองข้าม มีองค์กรจำนวนไม่น้อย ที่พัฒนาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ออกมามากมาย แต่ “หาที่ขายไม่ได้” เพราะการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆนั้นเกิดจาก “สมมุติฐาน”

ไม่ได้เกิดจาก “ความต้องการที่แท้จริง” ของลูกค้า

STEP 2: คิดแบบไม่มีกรอบ (Brainstorm) แม้เราจะเข้าใจปัญหาอย่างถูกต้องแล้ว อีกอุปสรรคสำคัญที่ทำให้นวัตกรรมใหม่ๆไม่เกิดคือ กรอบความคิดของเรา

บางครั้ง ไอเดียใหม่ๆ คือไอเดียที่แปลกหูแปลกตา

แม้ว่าจะสร้างสรรค์ แต่ความแปลกใหม่นั้นมักมาพร้อมกับความเสี่ยงต่อการโดนประเมินหรือโดน “โยนทิ้ง”

กระบวนการ Design Thinking เน้นการแยกประบวนการสร้างสรรค์ไอเดีย (Idea Generation) ออกจากการประเมิน (Idea Evaluation) นั่นคือ คิดไอเดียออกมาเยอะๆก่อน แล้วค่อยมาประเมินว่าไอเดียไหนเป็นไปได้มากน้อยอย่างไร

บ่อยครั้งเราคิดไป ประเมินไป

ไอเดียใหม่ๆที่ “แปลก” แต่ “มีแวว” มักจะไม่มีโอกาสได้เกิด

STEP 3: เรียนรู้ผ่านการทดลองลงมือทำ (Prototype) แม้ว่าจะได้ไอเดียดีๆมากมาย บ่อยครั้งเราก็ “คิด” แต่ไม่ “ลงมือทำ”

เสน่ห์สำคัญอีกข้อของกระบวนการ Design Thinking คือการเปลี่ยนไอเดียดีๆให้ “เป็นรูปเป็นร่าง” ด้วยการสร้างต้นแบบหรือแบบจำลองง่ายๆที่สื่อสารแนวคิด

การสร้างต้นแบบคือการลงมือทำที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ ทำให้เราเห็นชัดเจนขึ้นว่าไอเดียที่เราคิดนั้นจะตอบโจทย์ของกลุ่มเป้าหมายอย่างที่เราเข้าใจหรือไม่?

หากเข้าใจผิด ก็จะได้รีบแก้ไข ... ก่อนที่จะลงทุนลงแรงเกินกว่าจะถอย

กระบวนการ Design Thinking ไม่ใช่ศาสตร์ที่ซับซ้อน และสามารถนำมาปรับใช้ได้ในหลากหลายบริบท เช่น

- Design Thinking ในการออกแบบผลิตภัณฑ์: การศึกษาลักษณะนิสัยและชีวิตประจำวันของลูกค้า สามารถทำให้เราออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมตามวิธีการใช้และข้อจำกัดต่างๆ 

- Design Thinking ในการออกแบบบริการ: ไม่ต่างจากการออกแบบผลิตภัณฑ์ การออกแบบประสบการณ์การบริการก็จำเป็นต้องเกิดจากความเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ... Design Thinking ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในธุรกิจบริการเช่น ธนาคาร โรงพยาบาล หรือการบิน
 
- Design Thinking ในการพัฒนาสังคม: องค์กรประชาสังคมมากมายนำ Design Thinking ไปใช้ในการออกแบบวิธีการแก้ปัญหาสังคม ในเมืองไทยกลุ่มเพื่อนๆและเมษ์เองก็กำลังทดลองนำกระบวนการนี้มาพัฒนาการเรียนการสอนของครูและการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน

- Design Thinking กับการใช้ชีวิต: เราสามารถประยุกต์ใช้ Design Thinking กับตัวเอง ... Stanford d. school ที่มหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ดนำ Design Thinking มาปรับใช้กับการ “ออกแบบชีวิต” ผ่านวิชา Design Happiness 
 
กระบวนการ Design Thinking คือการปรับเปลี่ยนมุมมอง พิจารณา “ปัญหา” ให้เป็น “โอกาส” ในการแก้ปัญหา

วันนี้ขอเล่าถึงภาพรวมของกระบวนการ

ครั้งต่อไปจะขอยกตัวอย่างที่น่าสนใจจากทั้งในและต่างประเทศมาเล่าสู่กันฟังค่ะ
--------------------------------------------------------------------------------------------
แนวความคิดของ DESIGN “Thinking”
DESIGN “Thinking” เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนแนวคิดเรื่องกระบวนการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และการสร้างนวัตกรรม เขียนจากประสบการณ์การจัดตั้ง Start-up ด้านการพัฒนาการศึกษาและการสอนด้านออกแบบนวัตกรรมของผู้เขียน (www.lukkidgroup.com / www.asianleadershipacademy)

เมษ์ ศรีพัฒนาสกุล จบการศึกษาด้านบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด เป็นนักเรียนนำสอนกระบวนการ Design Thinking (D.Leader) ที่ Stanford d.school และได้รับการอบรมด้าน Executive Coaching จาก Berkeley, Executive Coaching Institute
SHARE
Writer
MaySripata
Design Thinker
Co-Founder of Asian Leadership Academy and LUKKID www.asianleadershipacademy.com / www.lukkidgroup.com

Comments

sommark
3 years ago
ขอบคุณครับ อ่านแล้วนึกถึงตอนเรียนวิชา Creative Thinkingตอนปี2เยย เสียดายตอนนั้นตั้งใจเรียนไม่พอ ฮ่าๆ
Reply
boviz
2 years ago
ติดตามค้นคว้าเรื่องนี้มาสักพักแล้วครับ พอดีสนใจเรื่องนี้ ตาม Keyword : Design Thinking มาจาก Designer คนนึ่่งที่ชื่อ Tim Brown  ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ จะติดตามอ่านเรื่อย ๆ ครับ ^_^ 
Reply