14 บาตร : ตอนที่ 1 มารผจญ
มารภายนอกจะร้ายเพียงใดก็ไม่อาจเทียบเท่ามารภายในเช้าวันบวช ผมตื่นแต่หัววันอาบน้ำแต่งตัวสวมชุดขาวเรียบร้อยเตรียมเข้าสู่พิธีในช่วงบ่ายวันนี้ ทันทีที่เดินทางมาถึงวัดพร้อมกับครอบครัวของนาย ผมก็สำรวจหาที่นั่งประจำตำแหน่งตอนบวช เนื่องจากเป็นการบวชหมู่ ทุกคนจึงมีหลายเลขประจำตัวของตัวเอง ที่สำคัญ ในการบวชครั้งนี้มีคนที่จะบวชมากถึง 220 คน! 

ครอบครัวทางฝั่งแฟนผมเดินทางตามมาทีหลังแล้วก็มาถึงทันพิธีสำคัญคือการปลงผมพอดี ทุกคนที่บวชจะได้รับการปลงผมครั้งแรกจากเจ้าอาวาสที่วัด และจากนั้นก็จะมีเก้าอี้วางเรียงรายอยู่ภายนอก เพื่อเปลี่ยนหัวทุกคนให้เป็นหัวที่เกลี้ยงเกลาเหมาะแก่ความเป็นสมณชนโดยพระพี่เลี้ยงอีกทีหนึ่ง

......นี่แหละ สิ่งที่ผมกลัว

ก่อนที่จะเดินทางมาที่นี่ ผมถึงขั้นไปร้านตัดผมพร้อมกับบอกช่างว่า "ขอทรงที่ยังดูดี แต่สั้นที่สุด" เนื่องจากยังต้องไปหาลูกค้าอีก 1 วันก่อนเดินทาง แต่กระนั้นเส้นผมของผมก็ยังยาวอยู่ประมาณหนึ่งอยู่ดี

ขณะสำรวจแต่ละเก้าอี้ที่มีผู้เข้าบวชนั่ง ผมก็มองเหล่าพระพี่เลี้ยงที่ทำการโกนหัวว่าใครกันจะดูช่ำชองในการโกนมากที่สุด ช่ำชองระดับที่ผมจะไม่ต้องเสียเลือดเนื้อจากการโกนหัวในครั้งนี้ เดินไปก็ยิ่งใจสั่นไปเพราะหัวแต่ละคนมีรอยเลือดซิบๆ จากใบมีดโกนอันแสนคมกริบ และบางคนมันไม่ซิบๆ มันไหลมาเป็นหยดเลย !!

เจอหลวงลุงคนนึงพึ่งจะเริ่มโกนหัวผู้สมัคร ดูแล้วน่าจะแก่พรรษา ฝีมือน่าจะช่ำชอง คงโกนมาแล้วหลายหัว ไม่น่าจะมีการพลาดพลั้งมือได้ คิดได้ดังนั้นผมก็ยืนรอต่อคิวที่หลวงลุงรูปนี้ทันที

ฉึบ!

แม้ว่าหลวงลุงจะทำหน้าเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไร แต่ใจของผมมันว่ิงกลับไปซุกอยู่ใต้ผ้าห่มที่บ้านแล้ว เลือดที่ค่อยๆ ซึมออกมาเริ่มก่อตัวเป็นเม็ดแล้วไหลชโลมลงบนหัวที่แกกำลังโกนอยู่ ก่อนที่ผมจะหน้ามืดเลยตั้งสติเบือนหน้าหนีเดินออกมาห่างๆ ก่อน แต่สายตาเจ้ากรรมดันไปสบกับหลวงพี่อีกรูปที่กำลังว่างอยู่พอดี๊ พอดี แถมยังกวักมือเรียกผมให้เข้าไปหาด้วยสายตาที่เย็นยะเยือกอีกด้วย

"เอาวะ มาถึงนี้แล้ว ถ้าจะต้องเสียเลือดก็ถือเป็นพุทธบูชาละวะ แม่งเอ้ยย" ผมทำได้เพียงตะโกนในใจ ไม่อาจให้ใครได้ยิน ส่วนภายนอกที่แสดงออกนั้นเหมือนเฉยๆ ไม่มีอะไรให้ใครรู้

ผมกลัวจนรู้สึกหายใจลำบาก ขาสองข้างก็สั่นระริก แต่.. ผิดคาด หลวงพี่ที่ดูเหมือนพระบวชใหม่รูปนี้ โกนได้เนียนประหนึ่งพ่อครัวซูชิผู้ยืนหน้าซึเคบะมายาวนานกว่า 50 ปีกำลังลงมีดไปยังปลาทูน่าตัวเขื่องได้ปลาเป็นชิ้นน่ากินด้วยอาการอันสง่างามยังไงยังงั้น ด้วยเหตุนี้หัวผมจึงจบลงด้วยความล้านเลี่ยน โดยปราศจากบาดแผลใดๆ
แล้วมารก็เริ่มปรากฏตัวขึ้นมาทักทายผมที่กลางงานบวชนั้นเองกลางศาลาบวชขนาดใหญ่ ผู้สมัครแต่ละคนนั่งลงประจำที่พร้อมญาติอีกสองคนที่นั่งประจำอยู่เบื้องหลัง เพื่อรอทำหน้าที่มอบผ้าไตรและอัฐบริขารแก่ผู้บวชในพิธี ผมเริ่มมองหาแฟนผมและคณะที่หายไปที่ไหนก็ไม่รู้ ใจก็คิดว่าสักครู่ก็คงจะเดินกลับกันมา แต่เวลาผ่านไปหลายต่อหลายนาที จนผู้บวชโกนหัวจนครบหมดแล้ว ผมก็ยังไม่เห็นแม้แต่วี่แวว

ผมเริ่มกระสับกระส่าย ใจก็เริ่มร้อนรน ถ้าหากไม่มีคนมามอบจีวรให้ พิธีมันจะสมบูรณ์มั้ย นอกเหนือจากนั้นยังมีอะไรหรือเปล่า เค้าไปอยู่กันถึงไหน ทำไมโทรไปไม่รับ คนอื่นมากันหมดแล้ว จะมีใครเป็นเหมือนเรามั้ย มาแล้วไม่อยู่กับเราจะมากันทำไม ตกลงมาแค่เที่ยวกันใช่มั้ย ที่มากันนี่มันลำบากกันมากนักหรือยังไง

หัวโล้นก็ช่างแม่ง คนอื่นมาเพื่อเที่ยว กูจะมานั่งลำบากทนมองคนอื่นเค้าพร้อมแต่เราไม่พร้อมอยู่ทำไมวะ ไม่ต้องบ่งต้องบวชแม่งแล้วมั้ง !

มารพันมือถืออาวุธสุดพันลึก

ขี่ช้างศึก ครีเมขล์จะห้ำหั่น

ยกเสนาโห่ก้องฟ้ามาประจัญ

หมายฟาดฟันภควันต์ให้บรรลัย
เสียงเพลงที่ทางวัดเปิดว่ิงเข้ามาผ่านหูผม ทะลุเข้ามาถึงกลางใจที่ร้อนรุ่มเมื่อครู่ สติที่ขาดผึงไปถูกดึงกลับมาให้อยู่กับที่กับทาง แล้วผมก็จดจ่อกับเสียงเพลงอันนั้น เนื้อหาพูดถึงในคืนที่พระพุทธเจ้ากำลังจะตรัสรู้แล้วมีพญามารยกทัพเข้ามาผจญ

เมื่อกี้ผมเป็นอะไรไป? ผมคิดอะไรโง่ๆ ออกไปได้ยังไง? ทั้งๆ ที่เดินทางมาไกลเพื่อบวชถึงขนาดนี้?

แทนที่จะกลัวคิดพะวงเรื่องโน่นนี่ ผมนึกถึงคืนที่พระพุทธเจ้าเจอมารผจญเช่นในเพลง นึกถึงพญามารกับช้างคีรีเมขล์ นึกถึงกองทัพที่มีกำลังพลยิ่งใหญ่ที่บังท้องฟ้าจนมองไม่เห็นดาว นึกถึงเสียงดังสนั่นขนาดเทวดายังต้องหนีไปไกลจนสุดขอบจักรวาล แต่แม้ขนาดนั้น พระพุทธเจ้าท่านก็ยังไม่ลุกจากตรงนั้น..  ผมมีแค่ความร้อนในใจตัวเองกลับเตรียมจะลุกออกไปจากที่นั่งของผมซะแล้ว

คิดได้สักพักแฟนผมพร้อมคณะก็เดินเข้ามาและแล้วทุกอย่างก็ผ่านไปอย่างเรียบง่ายและเรียบร้อย อาจผิดแผกจากคนอื่นนิดหน่อย ตรงที่พอมีคนแหล่เรื่องพระคุณแม่ ผู้สมัครบวชเริ่มมีน้ำตาปริ่ม บางคนไม่แค่ปริ่ม พวกไหลเป็นเขื่อนแตก ในขณะที่ผมกลับรู้สึกเฉยๆ อาจจะเพราะผมไม่ได้ผูกพันธ์อะไรกับพ่อแม่มากเท่าไหร่ เพราะอยู่กับยายและน้าๆมาตั้งแต่เด็ก พอคนอื่นร้องไห้กัน ผมไม่ร้อง เลยหันไปถามแม่ยายผมว่า "ถ้าไม่ได้ซึ้งเหมือนเค้านี่ เราผิดมั้ยอะ?" แม่ยายผมยิ้มๆ แล้วก็พูดว่า "เออ ไม่ต้องตามเค้าหรอก"

แล้ววันนี้ก็จบลง ผมได้กลายเป็นเณรโดยสมบูรณ์ ก่อนที่จะเข้าพิธีอุปสมบทเพื่อเป็นพระในวันพรุ่งนี้ต่อไป..
SHARE
Written in this book
14 บาตร
ในชีวิตของผู้ชายคนนึงจะบวชไปเพื่ออะไร ?
Writer
Nai-F
teller
พอว่างก็มานั่งคุยกับตัวเอง คุยแล้วก็อยากให้คนอื่นรู้ว่าคุยกับตัวเองแล้วได้อะไร?

Comments