นิทาน ชายขัดหม้อ(2)
อัตนาเศรษฐีเริ่มขายสินทรัพย์ของตน ไปที่ละแห่งที่ละอย่าง เพื่อลงทุนในเหมืองเพชร ของ ปมาท

การสร้างเส้นทาง จ้างชาวบ้านให้ละทิ้งงานสวนงานไร่ เดินสายเเนะนำงานใหม่ที่ให้ค่าตอบแทนมากกว่า มีผู้ที่จะทำงานในสวนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆดูท่า แล้ว กิจการเหมืองคงเป็นไปด้วยดี

หลายเดือนหลังจากนั้น เหมืองเพชร แห่งเดียวในหุบเขา กิจการเป็นไปด้วยดี และมีผู้สนใจเรื่อยๆ หลากหลายคนเริ่มละทิ้งหน้าที่การงานของตน บ่ายหน้าเดินทางสู่หุบเขา ทำหน้าที่ของแรงงานแลกค่าแรงที่ได้มากกว่า เห็นผลเร็วกว่างานไร่งานสวน

กิจการเหมืองเพชรเป็นไปได้ด้วยดี การขุดเจอเพชร กลับเป็นเรื่องปกติ เห็นได้บ่อยครั้ง เพชรหลากหลายคันรถม้าถูกส่งไปขายตามเมืองต่างๆส่งผลให้กำไร ของการทำเหมือง ถูกส่งคือให้กับ ปมาท และอัตนาเศรษฐี

อัตนาเศรษฐี ร่ำรวยขึ้นมามากกว่าจากแต่ก่อน ครานี้ จากที่เขามักจะนำเงินไปจำหน่ายกับ พื้นที่ที่เป็นไร่หรือสวน เขากลับนำไปลงทุนกับสินทรัพย์หายากแปลกๆจากต่างเมือง หรือสมบัติของมีค่าต่างๆ

ห้องเก็บสมบัติในคฤหาสต์เริ่มเต็มไปด้วยสมบัติจำนวนที่มากขึ้นเรื่อยๆ ถูกส่งเข้ามาเรื่อยๆ จนเต็มห้องเก็บสมบัติในที่สุด

แต่เรื่องร้ายกลับเกิดขึ้นหลังอัตนาเศรษฐีเจอเรื่องดีๆไม่นาน

รถขนส่งเพชร ที่ถูกนำมาจากเมืองเพื่อนำเข้ามาขายในเมืองเกิดโจรดักปล้นหลายครั้ง จนอันตาเศรษฐีต้องจ้าง ทหารรับจ้างฝีมือดีที่แลกมาด้วย เงินค่าจ้างจำนวนมาก

หลังจากนั้นไม่นาน โจรหลากหลายกลุ่มได้ร่วมตัวกัน เข้าปล้น เหมืองเพชร เข่นฆ่าแรงงานและ ทหารรับจ้างไปหลายคน ด้วยความจวนตัว ทหารรับจ้างคนหนึ่งได้โยนดินปืน และกองไฟเข้าไปในเหมือง ในระหว่างการชลมุน อันนำมาซื่งการทำให้เหมืองเพชร ถูกถล่มอย่างแรงด้วย แรงดินปืน และพังลงมาปิดปากทางอุโมงค์ถ้ำ

หลังเหตุการณ์เหมืองถล่มปากถ้ำ อัตนาเศรษฐีเสียทรัพย์สินไปจำนวนมหาศาลในการปกปิดข่าว และให้เงินชดเชยค่าเสียหาย ให้กับญาติผู้เสียชีวิต ทรัพย์สินในคลังสมบัติเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ รวมทั้งข้าทาสบริวารก็ได้ตีจากไป เนื่องจากเงินเบี้ยเลี้ยงที่อัตนาเศรษฐีไม่สามารถให้ได้แล้วนั้นเอง

อัตนาเสรษฐีนับวันก็ยิ่งมอมเมาตัวเองด้วย สุรา ไม่เป็นอันทำอะไร อันเนื่องมาจากความเครียด จากทรัพย์สินที่ลดลงไปและผู้คนที่ครหาในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เมหืองเพชร

สาติ ชายขัดหม้อ ก็ยังรับใช้คฤหาสต์แห่งนี้ต่อไป จวบจนกระทั้ง เหลือแค่ เขา ที่ยังคงทำงานรับใช้ อัตนาเศรษฐีอยู่

วันหนึ่ง อัตนาเศรษฐี ได้เดินเข้ามาที่โรงครัวด้วย แววตาที่เหม่อลอยสติไม่ได้อยู่กับเนื้อกับตัว

อัตนาเศรษฐี เจอ สาติ กำลังขัดหม้อ อยู่ในโรงครัว เพื่อที่จะเตรียมอาหารให้กับเจ้านายจองตน

ด้วยความสงสัย อัตนาเศรษฐีได้ถามกับสาติ ว่าทำไหมยังรับใช้ตนอยู่และได้ระบายความคดแค้นที่ตนมีอยู่ในใจให้ฟัง

สาติ จึงว่าความไปว่า

"อันที่จริง ที่ข้ายังรับใช้ท่านอยู่นั้น ไม่ใช่เพียงแค่ข้าจะสงสารท่านหรอก แต่ความเป็นจริงแล้ว อาชีพ นักขัดหม้อที่ข้าทำอยู่ก็ทำให้ข้า มีความสุข เช่นกัน เพราะทำให้ตัวข้าเอง ได้มีสติอยู่กับปัจจุบัน อยู่กับรอยเขม่าของหม้อ อีกทั้งยังได้ขัดเกลา ใจของตนไปกับการขัดหม้ออีกด้วย" 

อัตตนาเศรษฐีได้ฟังดังนั้นก็ได้แต่เพียงพยักหน้าเอาไว้

สาติ จึงพูดขึ้นต่อ

"ที่ท่านทุกข์มากนั้น ก็เป็นเพียงเพราะท่านยึดติดกับทรัพย์สิน ที่เสียไป อันที่จริงแล้ว ไม่มีสิ่งใดในโลกที่คงอยู่ได้ตลอดไป มีเพียงแค่ตัวเราเท่านั้น ที่จะอยู่เป็นคู่ตัวเราไปตลอด ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุขเช่นไร มีเพียงแค่ตัวท่านเท่านั้น ไม่ใช่ทรัพย์สิน ไม่ใช่ที่ดิน ไม่ใช่เพชรพลอย ไม่ใช่คำคน ที่ท่านยึดติด จะอยู่กับท่านตลอดเวลา ดังนั้นแล้ว ปัญหาต่างๆ ตลอดจนความสุขก็มีทิศทางที่มาที่ไปของมัน แน่นอนว่าท่านต้องหาทางแก้ได้ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง"
 
อัตตนาเศรษฐีได้ฟังคำดังนั้น ก็เกิดความปิติยินดีเป็นอย่างยิ่ง ความเครียดถูกระบายหายไป ความยึดมั่นในอัตตาของตน ทรัพย์สินตนก็หายไป

อัตตนาเศรษฐีก็ได้เริ่มชีวิตใหม่ ด้วยความพยายามขันแข็ง ต่อหน้าที่การงาน และไม่ยึดถือสิ่งใดอีกต่อไป


 ตัวละครดังกล่าว ทั้ง สาม ตัว ผมต้องการให้เเต่ละตัวละครเเทนคำสอนสำคัญทางพระพุทธศาสนา ซึ่งมี
อัตนาเศรษฐี  เเทน อัตตา ความยึดมั่นถือมั่นในตนเอง
สาติ เเทน สติ พินิจพิจารณาถึงเหตุ
ปมาท  เเทนความประมาท ในการกระทำการใดๆ

เรื่องนี้ได้รับเเรงบัลดาลใจจากการที่ผมมีโอกาศได้ไปร่วมค่ายอาสาพัฒนาชนบท ค่ายกลางปี2558 เเละมีโอกาศได้ทำหน้าที่ล้าง/ขัดหม้อ บวกกับได้เเลกเปลี่ยนความรู้กับพี่ๆ จึงเป็นที่มาของนิทานเรื่องนี้

SHARE
Written in this book
นิทาน
Writer
ChaLermmKul
Slacher x นักอยากเขียน
|Dysthymia - นักอยากเขียน - นักเรียนรู้ - เฝ้ามองท้องฟ้า -จงเป็นนักศึกษาตลอดชีวิต |

Comments