สภาวการณ์ของ UX ในปี 2016 ตอนที่ 4
มาต่อกันเลยครับกับตอนที่ 4 ผมจะค่อย ๆ ทยอยนำมาโพสนะครับ ตอนนี้แปลไปครบทั้งหมดแล้ว แต่จะค่อย ๆ นำมาให้อ่านกันทีละข้อสองข้อ จะได้ไม่ยาวเกินไปจนน่าเบื่อครับ

เรามาเริ่มกันเลย..


5. บริษัทจะกลายมาเป็นบล็อกเกอร์รายใหม่ 

คุณคลิกเข้าไปที่ลิงก์บทความเรื่อง UX ที่น่าสนใจ และก็รู้ว่ามันเขียนขึ้นโดย.. บริษัทแห่งหนึ่ง จากที่เคยเป็นชื่อแบบ “ปีเตอร์ มอร์วิลล์” “เจฟฟ์ เซาโร” และ “ดอน นอร์แมน” ก็เริ่มกลายเป็นชื่อที่เราคุ้น ๆ อย่าง.. “InVision” “UXpin” “Adobe”

ในปี 2015 เนื้อหาเรื่อง UX ที่ถูกแชร์มากที่สุดถูกเขียนขึ้นโดยบริษัท และโพสเอาไว้ในบล็อกของบริษัทเอง

มันเยี่ยมมากล่ะ! อย่าเข้าใจผมผิดนะ การที่เรื่องราวของ UX ได้รับความสนใจจากธุรกิจต่าง ๆ และในหมู่ดีไซเนอร์มันเป็นข่าวที่ดีมากสำหรับพวกเราที่จ่ายค่าเช่าบ้านด้วยงานด้าน UX เลยนะ และมันก็ไม่มีวิธีขายงาน UX ด้วยวิธีที่ดีกว่าการพูดถึงมันอีกแล้ว

ในขณะที่มันอาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับ UX ดีไซเนอร์ ที่จะพูดถึงกรณีศึกษาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นของทั้งโครงการ (เพราะมันไม่ใช่งานที่จะทำได้ด้วยตัวคนเดียว) แต่สำหรับบริษัทเหล่านี้มันเป็นเรื่องง่ายไง เพราะพวกเขาเป็นผู้ดูแลผลลัพธ์ของงานเหล่านี้โดยตรง และเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับทุกขั้นตอนตลอดขั้นของการพัฒนา

แล้วด้านที่แย่ล่ะ? อืม มันก็มีบ้างแหละนะ เมื่อบริษัทออกมาเขียนถึงประเด็นที่เฉพาะเจาะจงอะไรสักประเด็น พวกเขาต้องการจำนวนคลิก พวกเขาต้องการสร้าง SEO ให้ไซต์ของเขา พวกเขาต้องการไปอยู่แถวหน้าในด้าน UX ด้านงานดีไซน์ และก็ด้านการสร้าง Prototyping ผลก็คือการเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมากของบทความที่เต็มไปด้วยคำยอดนิยมบรรจุอยู่ภายใน และลิงก์ไปสู่ฟรี E-book และหัวข้อที่ล่อให้คนเข้ามาอ่าน (Click-bait) ซึ่งจะช่วยเพิ่มจำนวนตัวเลขคนที่เข้ามาสู่เว็บไซต์ของพวกเขา

มาดูคำแนะนำสำหรับปี 2016 กันดีกว่า : ทุกครั้งที่คุณเข้ามาถึงเนื้อหาของบทความเหล่านี้ ท่องเอาไว้ให้ขึ้นใจเลยว่าพวกเขาอาจจะกำลังพยายามขายอะไรบางอย่างให้คุณอยู่ ซึ่งอาจจะดี หรือไม่ดีก็ได้ ท่องเอาไว้เลยให้ขึ้นใจเลยครับ 

จึงเกิดคำถามขึ้นมาว่า : เหล่าผู้เกี่ยวข้องกับงานดีไซน์ และเหล่านักเขียนจะลงทุนลงแรง และพยายามเขียนเนื้อหาเพิ่มขึ้นในปีหน้าเพื่อช่วยร่างขอบเขตในอนาคตของ UX อย่างบริสุทธ์ใจอยู่อีกหรือเปล่า?


6. กลยุทธ์ด้านเนื้อหาในฐานะของสถาปัตยกรรมข้อมูลรูปแบบใหม่

สิบปีที่แล้ว (ปี 1996) บริษัทต่าง ๆ ต้องการที่จะมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง มันต้องเป็นเว็บที่ดูมั่นคงแข็งแรง เต็มไปด้วยข้อมูลมากมาย เป็นศูนย์รวมของทุก ๆ อย่างที่เชื่อมต่อกับแบรนด์ของพวกเขา และแน่นอนว่าเว็บไซต์เหล่านั้นต้องมีการจัดการเนื้อหาต่าง ๆ ในทิศทางที่เหมาะกับผู้ใช้งานด้วย

หมุนเวลาเดินหน้ามาอีกนิดนึง ในยุคถัดมาบริษัทต่าง ๆ เป็นเจ้าของเว็บไซต์หลายอัน ไมโครไซต์อีกหลายอัน ยังมีแอปมือถืออีกหลายตัว แล้วก็ช่องทางบนโซเชียลอีกหลาย ๆ ช่อง อีกทั้งยังมีบล็อก ยูทูปแชนแนล ระบบอินทราเน็ต และก็เว็บไซต์ภายในองค์กร และก็กรุ๊ป Slack (และอีกมากมายล้านแปดที่กำลังจะตามมา)

ข้อมูลเนื้อหาต่าง ๆ ไหลผ่านช่องทางเหล่านี้ทุกวัน และใครบางคนก็ต้องรับหน้าที่ที่จะทำให้ทุกข้อมูลมันดูโอเคสำหรับแต่ละช่องทางอย่างเหมาะสม ทำไม อย่างไร และที่ไหนก็ตามที่เราใส่ข้อมูลเข้าไป ซึ่งทั้งหมดนั่นมันก็พาเราไปสู่การวางกลยุทธ์ด้านเนื้อหาขนาดมหึมา

กระแสเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่ได้เกิดมาจากที่ไหนก็ไม่รู้เฉย ๆ แต่ผลที่เกิดขึ้นในปี 2015 ก็คือว่ามันเป็นปีที่กลยุทธ์ด้านเนื้อหา (และชัดเจนว่านักกลยุทธ์ในด้านเนื้อหาด้วย) ก็ได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างชัดเจนในกระบวนการดีไซน์ ในองค์กรหลาย ๆ แห่ง เพื่อร่วมวางแผนให้เกิดประโยชน์

ปี 2016 เป็นปีที่คุณได้อัพเดท Portfolio ของคุณซะทีใช่มั้ยครับ?

ที่มาของบทความ : https://medium.com/user-experience-design-1/the-state-of-ux-in-2016-4a87799647d8#.yz5wsuapn

ที่มาของรูปภาพประกอบ : http://savewithspp.com/2013/11/04/nov-4-best-from-the-blogosphere/

บทความตอนอื่น ๆ ของเนื้อหาเรื่อง "สภาวะการณ์ของ UX ในปี 2016"
สภาวะการณ์ของ UX ในปี 2016 ตอนที่ 1 : http://bit.ly/UX2016EP01
สภาวะการณ์ของ UX ในปี 2016 ตอนที่ 2 : http://bit.ly/UX2016EP02
สภาวะการณ์ของ UX ในปี 2016 ตอนที่ 3 : http://bit.ly/UX2016EP03 
SHARE
Written in this book
MAXincube
ชีวิตบรรณาธิการ และ สำนักพิมพ์ MAXincube
Writer
bangkokian
part time teenager
The greatness of art is not to find what is common but what is unique.

Comments