อยากสวย ทำไมไม่ค่อยสวย ก็ไอ้กระจกเฮงซวยส่องแล้วไม่สวยยังเงี๊ยะ!!
วันหยุดสุดเปื่อยกับเสื้อยืดตัวโคร่งและกางเกงสีจี๊ดจ๊าดสะใจ
ที่แน่นอนว่าสีเสื้อท่อนบน กับกางเกงท่อนล่าง
ไม่ได้เข้ากันเลยซักนิดเดียว
ผมที่ไม่ได้หวี กระเซอะกระเซิง ไม่เป็นทรง
หน้า No Make up ใส่แว่นตาทรงโบราณหนาเตอะ 
ในมือถือขวดเบียร์ ดูหนังในห้องนอน และไร้ชายหนุ่มข้างกาย!!!

‘Bridget Jones's Diary’ บันทึกรักของสาวลอนดอนวัยสามสิบกว่าที่ในฉากแรกของเรื่องก็พบกับสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า ‘สาวโสด’ ใส่ชุดนอนเน่า ๆ นอนอืดอยู่ในห้อง 
ในมือถือแก้วไวน์ อินไปกับเพลงที่กำลังเปิดคลอและร้องไห้ไปกับมัน 
ระหว่างดูหนังเรื่องนี้ ในใจคิด “นี่มันชีวิตกูชัดๆ” 

อ้อ..ลืมบอกไป ย่อหน้าแรกที่บรรยายมาทั้งหมดนั้น คือเราเอง 
เห็นไหมว่าไม่ต่างอะไรกับนางเอกในเรื่องนี้เลยจริง ๆ -*-

แต่เดี๋ยวก่อน !!ที่บอกว่าเหมือนน่ะ เหมือนแค่ฉากแรกเท่านั้นนะ
เพราะคนอย่างชั้นมันไม่ใช่นางเอกย่ะ (หลบมุมกล้องและทำหน้าร้ายที่สุดเท่าที่จะทำได้)

โดยทัศนะคติส่วนตัวล้วนๆแบบไม่มีอะไรมาเจือปน
เราแอบรู้สึกว่านางเอกในเรื่องนี้ไม่ได้แย่เลยด้วยซ้ำ
แล้วก็ไม่ได้อ้วนจนถึงขั้นที่ผู้ชายจะรับไม่ได้
แต่ด้วยความที่คาแรคเตอร์ของนางเอกจะเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างขี้อาย
และซุ่มซ่าม (นิสัยเหมือนตัวคนเขียนอีกละ แต่เราไม่ขี้อายนะ พูดเลย 55 ) 
เลยทำให้ความสวยหรือเสน่ห์ที่เธอมีลดลงไปค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว

แต่นางเอกก็คือนางเอกวันยั่งค่ำ นางเป็นชะนีที่โชคดีที่เจอผู้ชายที่แสนจะอบอุ่นกระซิบข้างๆ หู
ด้วยประโยคที่ฟังกี่ครั้งก็คงจะเคลิ้มไปตามๆกัน ว่า " I like you a lot, just as you are " 
หรือจะแปลง่าย ๆว่า ผมรักคุณในแบบที่คุณเป็น โอ่ย!!! นี่มันละครชัด ๆ แต่ก็เอาเถอะไม่เถียงเลยว่าจะมีผู้ชายที่พูดประโยคเทือกๆนี้กับผู้หญิงในชีวิตจริง แต่ก็อีกนั่นแหละ ฝั่งนางมารตัวดำที่คอยจะเถียงแบบข้างๆคูๆว่า แล้วมันจะมีจริงๆหรอวะ ?
 
ในกรณีที่เราผิวสวย หน้าตาดี ปากนิด จมูกหน่อย เวลาหน้าสดก็ดูอ่อนกว่าวัย 
แถมยังเป็นผู้หญิงที่ทำตัวน่าทะนุถนอม มองกี่ทีก็ไม่เบื่อ
อันนี้เดี๊ยนไม่เถียงเลยค่าว่าคงจะมีผู้ชายที่คิดแบบนั้นจริงๆ 
แต่คำถามคือ แล้วถ้ากูเป็นในแบบตรงกันข้ามล่ะ?? นั่นไง!! ปัญหาเกิด 
เพราะเอาเข้าจริงๆผู้ชายก็ยังคงเป็นสิ่งมีชีวิตที่ชอบมองสิ่งสวยๆงามๆ
ไม่ต่างกับผู้หญิงที่ชอบแอบมองผู้ชายหน้าตาดี
เป็นแบบนี้กันทุกราย เชื่อเหอะ
แต่ถ้าเราเป็นชะนีที่หน้าสด ไม่แต่งหน้า  ไม่แต่งตัว ไม่ดูแลตัวเอง มิหนำซ้ำยังทำนิสัยอย่างกับผู้ชาย 
ไม่มีความน่าทะนุถนอมเลยซักนิด (ขณะพิมพ์ก็รู้สึกเหมือนด่าตัวเองพอประมาณ แต่เค้า
ไม่หน้าสดนะ เค้าแต่งตัวด้วยนะเอ้ออออ)

ถามจริงเหอะ? ผู้ชายที่ไหนมันจะเดินมาบอกว่าผมชอบในแบบที่คุณเป็นวะ
สุดท้ายรูปลักษณ์ภายนอกก็ยังคงสำคัญอยู่ดี
หรือจะเถียง???

แล้วผู้หญิงประเภทที่บอกว่าชั้นอ้วน ชั้นดำ ชั้นไม่น่ารัก ชั้นไม่สวย
หยุดค่ะ หยุดคิดแบบนี้ มันคือความคิดที่ผิดมหันต์
ก็บอกแล้วไงว่าผู้หญิงทุกคนมีความสวยในตัวเอง
แต่ที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าความสวยนั่นคือ “ความมั่นใจ”
พอเรามั่นใจเราก็จะกล้าที่จะแสดงออกถึง “ความเป็นตัวของตัวเอง”
และพอคุณเป็นตัวของตัวเอง คุณก็จะกลายเป็นผู้หญิงที่สวยและมีเสน่ห์ขึ้นมาได้ไม่ยาก

บางคนอ่านแล้วก็อาจจะเกิดคำถามว่า อ้าว..แล้วถ้าไม่มีความมั่นใจ
จะไปเอาความมั่นใจมาจากไหน 
เริ่มต้นง่ายๆคือการมองเห็นข้อดีในตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นนิสัย หรือหน้าตา
บางคนอาจจะบอกว่าชั้นเป็นคนอัธยาศัยดี ยิ้มง่าย หรือบางคนอาจจะบอกว่าชั้นมีดวงตาที่สวยงาม นั่นแหละคือข้อดี ดึงมันออกมา และใช้พลังภายในที่มีทั้งหมดในการที่จะเริ่มต้นให้ตัวเอง
ทำอะไรซักอย่างกับมัน

เคยดูสัมภาษณ์ของโอปอลล์ ปาณิศรา ว่าเค้าเคยโดนล้อตอนเด็ก ๆว่าดำ และไม่สวย
จนกระทั่งต้องแอบเข้าไปในตู้เสื้อผ้า หลับตาลง เพื่อที่จะอธิษฐานแล้วตื่นขึ้นมาพบว่า
ตัวเองจะต้องหายไป โอปอลล์ทำอย่างนั้นซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า แต่ท้ายที่สุด
สิ่งที่เธอเจอคือ ยังไงตัวเธอ ก็คือตัวเธอวันยังค่ำ 
ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงไปจากนี้
ดังนั้นสิ่งที่ทำได้คือเราต้องยอมรับในตัวเรา และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

ตอนที่เราดูสัมภาษณ์เรานึกถึงตัวเราเอง
เพราะตอนป. 4 เราจำได้ว่าช่วงนั้นเปาบุ้นจิ้นกำลังดัง ด้วยความที่เราเป็นเด็กที่ตัวดำ
ตอนนั้นเพื่อนๆในห้องก็ล้อเราว่า “เปาบุ้นจิ้น เปาบุ้นจิ้น เป้าบุ้นจิ้น”
ต่อหน้าเพื่อนๆเราก็หัวเราะไปกับมันแหละ ทำตัวเหมือนไม่รู้สึกอะไรกับสิ่งที่เพื่อนพูด
แต่พอเจอหน้าแม่ เราเล่าเหตุการณ์ให้แม่ฟังทั้งหมด แล้วน้ำตาก็ไหลพราก
น้อยใจเพื่อนๆที่ทำไมต้องว่าเราแบบนั้น เราจำเหตุการณ์นี้ได้แม่นแล้วก็มักจะมาเล่าให้เพื่อนๆฟัง ซึ่งเรารู้สึกว่าเนี่ยมันคือปมของเราตอนเด็ก ๆนะ จนกระทั่งมีพี่ที่เค้าทำเพจชื่อ “ตอนฉันยังเด็ก”
 เค้าก็สัมภาษณ์เกี่ยวกับความทรงจำวัยเด็ก เราก็ยังคงเล่าเรื่องนี้ให้พี่เค้าฟัง 

และนี่คือบทสัมภาษณ์ที่เราเล่าให้ฟังในเพจที่ว่า :  
"หนูตัวดำใช่มะ ช่วงนั้นเปาบุ้นจิ้นดังมาก เพื่อนผู้ชายมันก็จะชอบล้อ เปาบุ้นจิ้น! เปาบุ้นจิ้น! 
เปาบุ้นจิ้น! ด้วยความเป็นเด็กเราไม่ชอบให้ใครมาล้อหรอก ตอนนั้นเรียบร้อย เพื่อนแม่งก็
วาดพระจันทร์แล้วก็เอามาติดหน้าผากหนู บอกเออเหมือนว่ะ"

"จำได้ว่าวันนั้นแม่พาไปโรงพยาบาลไปเยี่ยมใครไม่รู้ ก็ยืนรอแม่อยู่หน้าห้องแต่แม่ก็อยู่แถวนั้นแหละ ยืนร้องไห้หน้าห้อง แม่ถามว่าเป็นอะไร ร้องไห้ทำไม หนูก็บอกว่าเพื่อนล้อหนูว่าดำอะแม่ แม่ก็เงียบไปแป๊บนึง"

"แล้วเราดำจริงๆรึเปล่าล่ะ ดูแม่ถามดิ หนูก็พยักหน้าหนึ่งที แม่พูดประมาณว่า ก็ต้องยอมรับสิ เราเปลี่ยนไม่ได้ก็ให้เปลี่ยนความคิด เพื่อนล้อก็ปล่อยเขา เชื่อปะ ? หลังจากนั้นหน้ามือเป็น หลังมือเลย เวลาเพื่อนล้อหนูก็ขำ เล่นไปกับมัน แล้วก็เป็นแบบนี้มาจนถึงปัจจุบัน"

:คำสอนของแม่ส่งผลมากขนาดนั้น

"สำหรับหนูครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตนะ เพราะว่าเราจะเป็นคนยังไงตอนนี้ ขึ้นอยู่กับว่าตอนเด็กเราเจออะไรมาบ้าง ถูกสอนและเรียนรู้มาแบบไหน เพราะที่บ้านเลี้ยงแบบไม่บังคับแต่ไม่ได้ตามใจ อิสระมีให้ตามกรอบที่มันควรจะเป็น ที่บ้านจะเฮฮาคุยกันเหมือนเพื่อนเลยทำให้หนูเป็นคนแบบนี้

:เป็นคนแบบไหน

"ฮา รั่ว ต๊อง"

หลังจากเหตุการณ์นั้นเราก็กลายเป็นคนละคน
จากเด็กตัวดำที่เอาแต่ย้ำตัวเองว่าชั้นดำ ชั้นไม่สวย ชั้นคือเปาบุ้นจิ้น
เราก็ใช้ชีวิตตามปกติ แล้วพอโตขึ้นเราก็พบว่าตัวเองมีความสุขกับการใส่เสื้อผ้าสีสันฉูดฉาด
จะแดง จะเหลือง จะน้ำเงิน เอามาเหอะ เราใส่หมด
เพราะเราคิดว่าถ้าไม่ใส่ตอนนี้ หรือถ้าเราไม่ enjoy กับมันตอนนี้
แล้วเราจะไปใส่มันตอนไหน
ก็ชีวิตคนเรามันมีแค่หนึ่งชีวิตนี่นา จริงมั้ย?

เราว่าทุกสิ่งที่เราเป็น หรือตัวตนของเรา มันไม่สามารถบังคับให้ใครมาชอบเราได้
มันไม่ใช่ทุกคนหรอกที่เค้าจะยอมรับในสิ่งที่เราเป็น หรือจะเข้าใจเราทั้งหมด
สิ่งที่เราทำได้คือเป็นตัวเรา แบบไม่ต้องฝืน ไม่ต้องพยายาม
เพราะท้ายที่สุดถ้าเราไม่ยอมรับตัวเอง แล้วใครจะยอมรับในตัวเรา 

เราเคยอ่านหนังสือ'ชีวิตไม่ใช้ ไม่ใช่ชีวิต' ของคุณหนุ่มเมืองจันท์ บอกไว้ว่า
"ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหน คุณก็จะอยู่ที่นั่น 
นั่นคือความจริง ดังนั้นถ้าคุณไม่ชอบตัวเอง
ก็แปลว่าคุณจะอยู่กับคนที่คุณไม่ชอบตลอดเวลา"

คุณจะอยากอยู่กับคนที่คุณไม่ชอบไปตลอดชีวิตหรอ? คงไม่หรอกนะ 
ดังนั้นมันไม่ยากหรอกที่เราจะหันมาชอบตัวเอง หรือว่าส่องกระจกแล้วพูดว่า 
“วันนี้ชั้นสวยจัง” หรือจะคิดในใจว่า “โชคดีแค่ไหนที่ได้เกิดมาเป็นเรา” 
มันคือการพูดกับตัวเองแต่ในสิ่งดี ๆในทุกๆเช้าที่ลืมตาตื่นขึ้นมา 
ยิ้มหวานให้คนในกระจกหนึ่งครั้งในทุกๆวัน บางครั้งอาจจะดูเหมือนเป็นคนหลงตัวเอง
แต่มันก็ดีกว่าโทษตัวเอง หรือเอาแต่บ่นว่าชั้นมันไม่เอาไหน  
ซึ่งอย่างหลังทำให้เสียสุขภาพจิต และหน้าแก่กว่าวัย  ไม่ดีเลยซักนิด 

เมื่อพูดถึงเรื่องความสวยเราก็นึกถึงภาพยนตร์สารคดีเรื่อง 
ที่แนะนำว่าสาวๆ ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
'Iris...เปรี้ยวที่ใจ วัยไม่เกี่ยว' สารคดีของคุณยาย ย้ำว่าคุณยายวัย 93 ปี
ที่ยังทำตัวเหมือนเป็นวัยรุ่นเอ๊าะๆ และแต่งตัวได้จี๊ดจ๊าดจนสาว ๆต้องอายกันเลยทีเดียว
ครั้งแรกที่เราเห็นโปสเตอร์เราคิดไว้เลยว่ายังไงก็จะต้องดูหนังเรื่องนี้ให้ได้
พอเข้าไปดูแล้วได้แง่คิดในทุกๆเรื่องจริงๆ

มันไม่ใช่แค่เรื่องของการแต่งตัวเพื่อให้คนอื่นมอง หรือให้ผู้ชายมาชอบหรือชื่นชม
แต่มันคือการเคารพในความสุขของตัวเอง
คุณยายพูดถึงแฟชั่นไว้อย่างน่าสนใจว่า 
“สำหรับฉัน ความผิดพลาดทางแฟชั่นที่ร้ายแรงที่สุดก็คือ 
เมื่อคุณส่องกระจกแล้วไม่เห็น ตัวคุณเอง 
หลังจากดูก็จะได้คำตอบเกี่ยวกับนิยามความสวยที่แปลกและแตกต่างออกไป
จากความสวยที่เราถูกครอบงำหรือถูกตีกรอบจากสังคมไปอย่างสิ้นเชิง
ภาพผู้หญิงสวยในมายาคติของผู้ชายไทย  ย้ำว่าชายไทย
คงหนีไม่พ้นสาว ๆที่มีผิวขาว หน้าเกาหลี  หุ่นดี  และหน้าอกตูม  
ซึ่งพื้นฐานของหญิงไทยนั้น  ตรงข้ามจากประโยคด้านบนโดนสิ้นเชิง
เอาล่ะ  ในเมื่อเราเปลี่ยนตัวเราเองไม่ได้
สิ่งที่ทำได้ง่ายและดีที่สุดคือ เปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อตัวเอง 
เริ่ม!!!!

'คุณไม่ใช่คนสวย และจะไม่มีวันสวย
แต่ไม่เป็นไรหรอก
เพราะคุณมีสิ่งที่ดียิ่งกว่าความสวย
คุณมีสไตล์'"
- ไอริส แอพเฟล

ประโยคนี้ถือเป็นประโยคที่เด่นที่สุดในเรื่องจนมีคน Quote เอาไว้มากมาย 
แล้วเราก็เห็นด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย แน่นอนเราไม่ใช่คนสวยในแบบที่ทุกคนอยากจะมอง 
แต่เราคิดว่าเรามีสไตล์ในแบบของเรา สไตล์ในที่นี้ก็ไม่จำเป็นอีกว่าจะต้องเป็นเสื้อผ้าแบรนด์เนม หรือเป็นเสื้อผ้าที่มียี่ห้อเด่นดังอะไร แต่มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะหยิบจับอะไรใส่ลงในตัวเราแล้วรู้สึกได้ถึงความเป็นเราที่สุด

ในทุกๆวันที่ก้าวเท้าออกจากบ้าน เพื่อออกไปข้างนอก
ลองหยิบจับเสื้อผ้าในตู้แล้วดูว่าชุดไหนเหมาะที่จะใส่ในวันนี้ที่สุด
เลือกตัวที่คุณคิดว่ามันน่าจะเหมาะและเข้ากันได้ดีกับตัวคุณ
ถึงแม้คนอื่นจะมองว่ามันไม่สวยเท่าไหร
แต่ถ้าคุณมั่นใจ ก็แค่หยิบมันออกมา แล้วไม่ต้องแคร์ใครทั้งสิ้น
อย่างที่บอกไปแล้วว่า

“คุณไม่สวยแต่คุณมีสไตล์” เชื่อสิ !!!


SHARE
Writer
StoryCollector
experience hunter
เกิดจากความช่างสังเกตุผู้คน สิ่งรอบตัว จนกลายเป็นนักสะสมเรื่องราว ชอบที่จะบันทึกประสบการณ์ที่ได้เจอ ทั้งจากตัวเอง จากเพื่อน จากคนรอบตัว หรือแม้กระทั่งคนแปลกหน้า มีความเชื่อว่าทุกคนมีเรื่องเล่าในแบบของตัวเอง.. Follow me : https://www.facebook.com/storycollectorsince2018/

Comments

Twenty_Siix
3 years ago
เราเป็นคนนึงเลยล่ะค่ะ ที่ไม่เคยมองเห็นในข้อดีของตัวเอง แต่พอเมื่อได้เปลี่ยนทัศนคติ มุมมองในการมองตัวเอง ก็กลับรู้สึกดีกับตัวเองอย่างบอกไม่ถูก จากที่เคยแต่จะเข้าร้านหาหมอเพื่อปรึกษาการเสริมความงาม (แต่ไม่เคยทำหรอก) อ่านแต่บิ้วตี้ บล็อค จนกระทั่งเจอข้อความของใครไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะที่บอกว่า "ถ้าเรายิ่งเสพเคล็ดลับเพิ่มความสวย คุณก็จะไม่มีวันมองว่าคุณสวย" จากนั้นเก็ทเลยค่ะ เดินผ่านร้านคลินิกเสริมความงามไปเลย มองที่จะหาเครื่องสำอางใหม่ๆน้อยลง เพราะเพียงเท่าที่มีก็เพียงพอ และอีกอย่างที่ทำให้มองว่าตัวเองไม่มีข้อดีก็คือ ทำไมไม่มีแฟนซักที ไม่มีคนที่จะมาอยู่เคียงข้างเราซักที ถึงมีก็ประเดี๋ยวประด๋าว จนก็เริ่มกลับมาทบทวนว่า คงไม่ใช่ที่ว่าเราไม่สวยหรอก และคงไม่ใช่ว่าเราไม่ดีอีกนั่นแหละ เพียงแต่ว่าเรายังไม่เจอที่ที่เหมาะสมกับเราเองต่างหาก 
"มั่นใจในตัวเองให้มากขึ้น ไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น อย่างน้อยเราก็ต้องเป็นคนที่ดีขึ้นในทุกๆวัน จิตสวย ภายนอกก็สวยตามค่ะ"
Reply
StoryCollector
3 years ago
จริงค่ะ ถ้าเรายังมองว่าตัวเองไม่สวย แล้วคนอื่นจะมองว่าเราสวยได้ยังไง เราเป็นคนที่ไม่เคยคิดจะทำศัลยกรรมเลย เพราะไม่มีเงิน 55 ไม่ช่ายๆ เพราะกลัวเจ็บ เราว่ามันขึ้นอยู่กับความพอใจในตัวตนเราเองด้วยนะ ส่วนเรื่องแฟนอันนี้เราว่าหลายปัจจัยนะ ผู้ชายสมัยนี้น้อย ตัวเลือกเค้าก็เยอะเป็นธรรมดา การที่เราจะกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกก็คงไม่แปลก แต่เราก็ไม่ผิดที่จะเลือกอยู่กับคนที่เรามีความสุขและเป็นตัวเองได้มากที่สุดเนอะ ถ้าสุดท้ายไม่มีแฟน เรามาตั้งสมาคมคนโสดแห่งประเทศไทยด้วยกันมั้ย? 55
Twenty_Siix
3 years ago
555 น่าสนใจเลยทีเดียวเชียวล่ะ
Deux
3 years ago
จั่นเจาละฮะ ฝากขอลายเซ็นที
Reply
StoryCollector
3 years ago
งั้นเป็นจั่นเจาให้เราได้มั้ย?? 5555
Deux
3 years ago
ไม่ได้ฮะ คิวเต็ม 5555
StoryCollector
3 years ago
โอเค แยก!! 55

alittle
3 years ago
ฉันว่าฉันสวยนะ
Reply
StoryCollector
3 years ago
ดีค่ะ : )