สภาวการณ์ของ UX ในปี 2016 ตอนที่ 3
ผ่านไปสองตอนแล้วนะครับ (ซึ่งผ่านไปได้สองจากสิบข้อเอง - -") เพื่อเป็นการเดินเกมเร็วขึ้น ผมเลยตัดสินใจจะเพิ่มจำนวนข้อ ในแต่ละตอนนะครับ ซึ่งอาจจะทำให้เนื้อหาต่อตอนยาวขึ้นเล็กน้อย แต่เราจะได้ไปจนจบถึงเป้าหมายกันได้เร็วขึ้นครับ

สองตอนที่แล้วเนื้อหาจะพูดถึงเรื่องของมุมมองในด้านของ Pixel และการทำ Prototype ไป โดยผมทิ้งลิงก์เอาไว้ด้านล่างให้สำหรับผู้สนใจแล้วนะครับ ลองตามไปอ่านกันได้สำหรับคนที่พึ่งเข้ามาเจอบทความตอนที่ 3 เป็นตอนแรก

และถ้าเพื่อน ๆ ท่านใดอยากแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงสร้างสรรค์ก็ทิ้งไว้ที่คอมเมนท์ได้เลยนะครับ เอาล่ะ ไปต่อกันเลยดีกว่า :D


3. การออกแบบโดยอิงกับเวลา 

ไม่นานมานี้การมีนักสถาปัตยกรรมข้อมูล (Information Architect) อยู่ในทีมของคุณ มันช่างเป็นประโยชน์เลอค่าเพราะพวกเขาจะช่วยแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนของข้อมูลที่มีจำนวนมากจากเว็บไซต์ และแอปพลิเคชั่นของคุณได้

พวกเขาจะช่วยออกแบบหน้าจอ (และออกแบบหลังบ้าน) ที่ช่วยลดความแออัดที่อาจจะเกิดขึ้น จากข้อมูลมากมายที่ “จำเป็น” จะต้องแสดงผลในเวลาเดียวกัน เพราะทุก ๆ ตัวล้วนแต่จะสำคัญทั้งนั้น (ส่วนตัวผมยังจำวันที่ตัวเองตกอยู่ในวงล้อมของที่ประชุมลูกค้า ซึ่งเขาเชิญกันเข้ามาทุกฝ่าย และทุกฝ่ายก็บอกว่าตัวเองสำคัญที่สุดสำหรับบริษัท ดังนั้นเขาต้องได้พื้นที่บนหน้าโฮมเยอะที่สุด ><)

แต่เราแยกแยะอะไรที่สำคัญต่อผู้ใช้งานจริง ๆ ยังไง? เราจะออกแบบระบบนำทางที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานเจอข้อมูลที่เขาต้องการได้อย่างไร?

หมุนนาฬิกาให้เวลาเดินหน้าจากตอนนั้นอีกสักสองสามปี พวกเรากำลังทำการออกแบบโดยอิงกับเวลา เพื่อให้มีข้อมูลทุกอย่างพร้อม (เช่น หน้าโฮมเพจของอเมซอน) ในจำนวนที่เหมาะสมสำหรับผู้ใช้งานในเวลาที่เขาต้องการมัน ยกอย่างเช่นแอปของ Uber ซึ่งเขาจะ : 

1. แสดงให้เห็นปุ่ม “กำหนดสถานที่รับ (Set pick up location)” ให้คุณเห็น ก่อนที่คุณจะทำการเรียกใช้บริการ Uber

2. แสดง “เส้นทางการเดินทาง (ETA)” ในขณะที่คุณกำลังรอคนขับมารับอยู่

3. ชวนให้คุณ “ให้คะแนนคนขับ (Rate your driver)” เมื่อการเดินทางสิ้นสุดลง

คนทั่วไปมักอยากจะทำอะไรแค่ทีละอย่าง
และพวกเขาต้องการคำแนะนำทางเลือกขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อบอกให้เขาทำทีละขั้น ๆ 

เนื่องด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ และระบบเซ็นเซอร์ของอุปกรณ์นั้นฉลาดมากขึ้นรวมทั้งมีความแม่นยำมากขึ้นเรื่อย ๆ ประสบการณ์ของผู้ใช้งานในปี 2016 จึงมีแนวโน้วจะเป็นแบบ Linear มากขึ้น (ลำดับข้อมูลแบบเป็นเส้นตรงเข้าใจง่าย ๆ อ่านง่าย ๆ บนลงล่าง ซ้ายไปขวา) และงานของเราก็จะเน้นไปที่ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งอย่างเจาะจง 

ผู้ใช้งานจะรู้สึกคุ้นเคยกับความเรียบง่ายของประสบการณ์แบบ Linear มากขึ้น Sitemap จะมีระดับขั้นมากขึ้น และแคบลง ๆ และการจัดรูปแบบข้อมูลก็จะวนเวียนอยู่กับเส้นทางการใช้งานของผู้ใช้งาน (User Journey) ซึ่งมันครอบคลุมไปมากกว่าแค่หน้าจอแสดงผล และเหล่า Pixels

ปี 2016 ต้องเป็นเวลาที่น่าตื่นเต้นสำหรับเหล่าดีไซเนอร์แน่นอน

4. UX : บทบาทและภาพรวม 

มันเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก ๆ สำหรับเหล่า UX ดีไซเนอร์ ในที่สุดเราก็ได้เห็นเหล่า UX ดีไซเนอร์ได้รับภาระความรับผิดชอบที่เพิ่มมากขึ้นในองค์กรหลากหลายประเภท ประสบการณ์ของผู้ใช้งานไม่ใช่สิ่งที่ใช้เพื่อสร้างความแตกต่างอีกต่อไป แต่มันเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ มันแปลว่าบริษัทต่าง ๆ ไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่จำเป็นจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้าน UX อย่างน้อยหนึ่งคนสำหรับสินค้า และบริการของพวกเขา

ใช่ครับ มันยังมีการโต้เถียงเกี่ยวกับหน้าที่และขอบเขตการทำงานของผู้เชี่ยวชาญด้าน UX อยู่ ในตอนนี้ที่เราตระหนักแล้วว่า ทุก ๆ คนในทีมล้วนมีผลกระทบต่อประสบการณ์ของผู้ใช้งานของผลิตภัณฑ์ เราเลยใส่คำว่า “UX” ไว้ที่ตำแหน่งงานของทุกคน : “วิศกร UX” “UI/UX ดีไซเนอร์” “นักสถาปัตยกรรม UX” “วิศวกร UX Front-end”

แนวคิดของการเป็นแค่ “UX ดีไซเนอร์”
ที่กำลังจะแพร่หลายกันอยู่นั้น
กำลังจะจางหายไปในเร็ววันนี้
 
ถ้าทุก ๆ คนมีหน้าที่ในความรับผิดชอบ และให้ความสำคัญกับประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้งานที่เป็นเลิศ แล้วอะไรล่ะคือหน้าที่ของ UX ดีไซเนอร์ในทีมสำหรับปี 2016 นี้?

ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือการมั่นใจว่าทุก ๆ คนภายในทีม ตั้งแต่ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ไปจนถึงพนักงานดูแลลูกค้า ต้องเข้าใจหน้าที่ของตนเองในการเพิ่มพูนประสบการณ์การใช้งานที่ดีของลูกค้า และต้องเข้าใจว่ามันสำคัญยังไงกับธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้าน UX จำเป็นที่จะต้องก้าวเข้ามา และสวมบทบาทเป็นศูนย์กลางในการให้ความร่วมมือสำหรับทุก ๆ ความพยายาม เพื่อให้ทุก ๆ ฝ่ายทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี

มองอีกมุมหนึ่ง ในระหว่างที่เรากำลังทำให้เรื่องที่เข้าใจยาก ๆ กลายมาเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่ายนั้น เราควรมุ่งมั่นที่จะเสริมความเชี่ยวชาญจากผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ ใส่เข้าไปในทีมให้มากขึ้นด้วย อย่างเช่น นักกลยุทธ์ด้านการวางเนื้อหา นักวิจัยด้าน UX ผู้เชี่ยวชาญด้านการยูสบิลิตี้ และดีไซเนอร์ด้าน Interaction เป็นต้น

และในตอนหน้าเราจะพูดคุยกันถึงเรื่องเกี่ยวกับกลยุทธ์ด้านเนื้อหา และการที่บริษัทต่าง ๆ จะก้าวเข้ามาเป็นบล็อกเกอร์รายใหม่ครับ


ที่มาของบทความ : https://medium.com/user-experience-design-1/the-state-of-ux-in-2016-4a87799647d8#.yz5wsuapn

ที่มาของรูปภาพประกอบ : http://www.parachutedigitalmarketing.com.au/blog/digital-strategy/the-difference-between-information-architecture-ia-website-navigation/

บทความตอนอื่น ๆ ของเนื้อหาเรื่อง "สภาวะการณ์ของ UX ในปี 2016"
สภาวะการณ์ของ UX ในปี 2016 ตอนที่ 1 : http://bit.ly/UX2016EP01
สภาวะการณ์ของ UX ในปี 2016 ตอนที่ 2 : http://bit.ly/UX2016EP02
SHARE
Written in this book
MAXincube
ชีวิตบรรณาธิการ และ สำนักพิมพ์ MAXincube
Writer
bangkokian
part time teenager
The greatness of art is not to find what is common but what is unique.

Comments