ความรู้หรือจะสู้ความชำนาญ
สมัยเรียนงานอดิเรกชอบขับรถเล่น สิ่งหนึ่งที่ได้จากการชอบขับรถ/เดินสำรวจเส้นทางคือ รู้จักทำเล หนังสือที่ชอบอ่านคือ หนังสือเกี่ยวกับ
การดูฮวงจุ้ย สิ่งที่ถนัดคือการดูทำเลมิใช่ดูหุ้นแบบที่เพื่อนๆน้องๆชอบซื้อกัน ดังนั้นเราเลยชอบซื้ออสังหามากกว่า 

ในหนังสือมักบอกว่าถนนหน้าบ้านควรเป็นเส้นตรง ไม่ควรคดเคี้ยวไปมาก่อนถึงบ้าน ในใจตอนนั้นก็โอ้ว...จะมีเส้นไหนที่ตรงดิ่งตลอดล่ะนี่ ถนนจากเมืองกลับบ้านก็70+โค้งแล้ว ในใจคิดว่าบ้าอะป่าว ปรากฏว่าดันเจอจริงๆ เป็นเส้นเล็กๆ ตรงดิ่งจากเมืองจนสุดเส้นเลย สองข้างมีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น คงหาแบบนี้บ่ได้ละ แต่ติดที่ทุกคนถามว่าจะซื้อไปทำไม เรียนก็จบแล้ว กำลังจะกลับบ้าน เก็บเงินให้ถึงก่อนค่อยซื้อ ก็นานาจิตตัง 
บอกยากมันเป็คอ่ะ สุดท้ายตัดสินใจซื้อด้วยตัวเอง

ซื้อบ้านครั้งแรกยังเด็กหน่อมแน้ม ไม่รู้กระทั่งจะกู้บ้านต้องทำไง ดอกเบี้ยคืออะไร คิดอย่างไร ของแบงค์ไหนดี หาเอาทางเน็ตก็แล้ว สุดท้ายวิธีที่ดีที่สุดคือ บากหน้าไปถามคุณเจ้าหน้าที่ธนาคาร ถามทุกอย่างที่สงสัย ถามทุกๆแบงค์ เตรียมตัวเสร็จ โครงการก็เรียกตรวจบ้าน เตรียมตัวโดยอ่านหนังสือตรวจบ้าน หาความรู้ทางเน็ตมั่นใจมาก ว่าตรวจเองได้ ไปตรวจเก็บงาน แก้งาน
มาสองรอบ...ยังไม่ค่อยได้ดั่งใจ สุดท้ายเอาฟะเสียเงินจ้างเค้าตรวจแล้วกัน

คุณคนตรวจคนหนึ่งเป็นวิศวะ อีกคนเป็นสถาปนิก ช่วยกันดูรายละเอียด เราคอยดู เดินตาม คอยถามและเรียนรู้ เค้าปีนไปดูอะไร เค้าทำอะไร เราก็ทำด้วย จนได้ความรู้ส่วนนึง รู้จักตัวบ้านแทบจะทุกอณู ตรวจกันทั้งวัน ทำรายงานมา เจอจุดที่ต้องแก้อีกเกือบร้อยจุด แต่จุดใหญ่คือน้ำรั่วจากห้องน้ำชั้นบน โชคดีที่ซื้อโครงการชื่อเสียงดี รับผิดชอบ ตามแก้งานจนหมด ถ้าซื้อโครงการท้องถิ่นแถวนั้นบางโครงการไม่ให้เข้าตรวจ จากวันนั้นเริ่มคล่องหัดตรวจเองบ้าง จ้างเค้าบ้าง จนวันนี้ได้ไปตรวจให้น้องรู้สึกภูมิใจนิดๆ >\\< 
ยิ่งได้ไปดูการตรวจห้องของญาติที่เป็นสถาปนิก เหมือนเห็นตัวเองในครั้งก่อนที่เอาแต่ตรวจเรื่อง สี ความสวยงาม แต่งานระบบต่างๆ ไม่ได้ตรวจ 
บางครั้งการมีแค่ความรู้แต่ไม่เคยทำจริงก็สู้คนที่เค้าชำนาญการในด้านนั้นๆไม่ได้เนอะเคยมีคนถามอีกว่าอายุแค่นี้จะรีบซื้ออสังหาไปทำไม พวกนี้ต้องใช้เงินเย็นนะ จะไหวหรอบ้าง
เพื่อนๆแบ่งไปซื้อหุ้นบ้าง ไปเที่ยวbackpackปีละหลายที่บ้าง ซื้อรถใช้3-4คันบ้าง
"เรามันเป็นคนทะเยอทะยาน ความมุ่งหวัง ความฝันที่อยากทำให้เป็นจริงมากมาย มีแค่ความรู้กับสองมือเล็กๆนี่แหละ ตอนนี้ทำได้ก็ทำไปก่อน ไม่ทำตอนนี้แล้วแก่ตัวไปทำไม่ไหวจะมีกินไหม จะเงินที่ไหนไปเลี้ยงดูพ่อแม่ยามแก่ ตอนนี้เลยอยู่กับปัจจุบัน พยายามทำทุกอย่างให้ดีเท่าที่จะทำได้ ส่วนเราจะไหวไม่ไหว ไม่ต้องยุ่ง เราประเมินตัวเองเป็นจ้า"
ทุกอย่างสร้างได้ด้วยสองมือของเราปล.วันนี้ก็มุขเดิมน้ำเต้าหู้ก่อนนอน เพี้ยงหลับ
กลับมาอ่านอีกทีคงขำตัวเองโมเมนท์นี้ อารมณ์ไหนนี่ ดู prince of tennis ต่อดีกว่า555
SHARE
Writer
im
salary
งาน งาน งาน

Comments