คุณเป็น "คนรักแบบไหน ?" : เรื่องควรรู้ก่อนมีแฟน (ตอน 2/3)
หากคุณกำลังจะคบใคร หรือกำลังคบใครอยู่…

อย่างที่เราเล่าก่อนหน้านี้ว่า “ความใช่” อย่างการชอบหรือมีอะไรเหมือนๆกัน หรือเรื่องสถานะ พื้นเพ เหมาะสมกัน นั้น

ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่จะทำให้ทุกคู่ไปกันรอด!!! 


……….

เพราะสุดท้ายแล้ว ปัญหารักล่มหลายครั้งๆ ถ้าไม่ใช่เรื่องมือที่สาม ก็มักเกิดจาก “ไม่เข้าใจกัน”
 
ซึ่งถ้าให้เจาะลึกลงไป ที่ว่า “ไม่เข้าใจกัน” นั้น ก็คือไม่เข้าใจและรับไม่ได้กับ อุปนิสัยของอีกฝ่าย ที่ว่า “ไม่เข้าใจกัน” นั้น ก็คือไม่เข้าใจและรับไม่ได้กับ อุปนิสัยของอีกฝ่าย 

นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญ ที่เราอยากชวนให้คุณ รู้จักตัวคุณเองก่อน ว่าคุณเป็นคนรักแบบไหน?
ว่าตอนคุณมีความรัก คุณมักจะมอง และปฏิบัติต่อความตัวเองและคนรัก อย่างไร ?

ในทางกลับกัน คุณเองก็จะได้ลองคิดต่อว่า แล้ว “เค้า/เธอ” นั้นน่าจะเป็นคนรักแบบไหน? ด้วย

เพราะท้ายที่สุดแล้ว คุณจะได้เข้าใจตัวเอง และเข้าใจอีกฝ่าย ว่ายังคง “ใช่” จริงหรือไม่  หรือถ้าอยากจะไปต่อจริงๆ คุณจะต้องระวัง หรือปรับอะไรบ้าง ? 


ตามทฤษฎีการผูกมัด (Attachment Theory) ซึ่งมักนำมาศึกษาเกี่ยวกับเรื่องอุปนิสัยกับความสัมพันธ์ของมนุษย์ แบ่งคนไว้ 4 แบบ


ซึ่งหากพูดในแง่ของ “ความรัก” ขอเรียกสั้นๆว่า “คนรัก 4 แบบ” ละกัน  โดยวิธีแยกคือดูจากวิธีที่คนคนั้นมองตัวเองและคนอื่น ว่าเป็นแบบ บวก(+) หรือ ลบ(-) 


1. คนรักแบบที่ 1 หรือ แบบมั่นคง  คือ คนที่มองตัวเองบวก และคนอื่นบวก

2.คนรักแบบที่ 2 หรือ แบบหมกหมุ่น คือ คนที่มองตัวเองลบ แต่คนอื่นบวก 

3. คนรักแบบที่ 3 หรือ แบบไม่สนใจความรัก  คือ คนที่มองตัวเองบวก แต่คนอื่นลบ

4. คนรักแบบที่ 4 หรือ แบบกลัวความรัก คือ คนที่มองตัวเองลบ และคนอื่นก็ลบ

เอาล่ะ มาอ่านแต่ละแบบโดยละเอียดดีกว่า ....



[ 1. คนรักแบบที่ 1 หรือ แบบมั่นคง ] 


คุณเป็นคนที่โชคดีมาก เพราะพื้นฐานคุณเป็นคนที่เต็ม ในทางกลับกัน คุณเองก็เป็นคนที่เชื่อใจคนอื่น
 
เวลาที่คุณมีความรัก คุณจึงบริหารความรู้สึกและอารมณ์ได้ดี คุณอาจจะหึง แต่ถึงจะหึง คุณก็ไม่รู้สึกกลัวมาก หรือจิตตกมาก(เมื่อเทียบกับคนรักแบบที่ 2 และ 4)
 
หรือถ้าคุณกำลังอกหักหรือเศร้า คุณก็ฟื้นตัวได้เร็ว เพราะพื้นฐานคุณเป็นคนรักตัวเองเป็น
[ 2. คนรักแบบที่ 2 หรือ แบบหมกหมุ่น ] 

คุณเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเอง แคร์และรักคนอื่นมากกว่าตัวคุณเอง ลึกๆคุณกลัว รู้สึกไม่มั่นคง เลยทำให้คุณโหยหาความรัก และการมีอยู่ของใครสักคน

คุณจึงเป็นคนที่ติดแฟนมาก แต่อีกด้านหนึ่ง  เมื่อจัดอันดับแล้ว คุณได้คะแนนสูงสุดในเรื่อง
“ความอบอุ่น” “ความเอาใจใส่”

ซึ่งนั่นก็เข้าใจได้ ก็เพราะคุณแคร์และต้องการอีกคนหนึ่งมากไง คุณเลยทุ่มเท เอาใจใส่มากกกกก
แต่บางทีก็อาจมากไป จนกลายเป็น “หมกหมุ่น” และ “ครอบงำ” จนทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัด

ในทางกลับกัน คุณเองก็มีความสุขกับความรักได้ยากเพราะคุณจะกลัว และคิดมาก กลัวว่าอีกฝ่ายไม่รักคุณ (ก็เพราะคุณมองตัวเองในแง่ร้ายเสมอ

คุณเป็นคนขี้หึง และมักจะชอบคิดไปด้วยว่าตัวเองแพ้แน่ แพ้คู่แข่งแน่ๆ เพราะลึกๆคุณไม่มั่นใจในตัวเอง และเวลาหึง คุณมักจะตามสืบ ตามดู 

แถมพอหึง คุณจะจิตตกและเครียดกว่าชาวบ้าน เพราะลึกๆคุณกลัวที่จะเสียคนที่คุณยึดไว้ แต่โชคยังดีว่า เวลาคุณหึง คุณมักจะสื่อสาร  อาจจะโวยวาย แต่อย่างน้อยก็ไม่เครียดฝังใน (เหมือนคนรักแบบ 4) 

เพราะพื้นฐานคุณรักอีกฝ่ายมากกว่าตัวเอง คุณเลยมักหาวิธีพยายามประคองความสัมพันธ์ให้ไปต่อได้
 
ส่วนตอนเฮิร์ท น่ะหรอ คุณก็โคตรเจ็บปวดน่ะซิ เพราะเดิมคุณก็กลัวการขาดอีกคนหนึ่งไปอยู่แล้ว ยิ่งมาอกหักด้วย คุณก็ยิ่งเสียเซลฟ์ไปกันใหญ่อีก และคงไม่พ้นที่จะโทษแต่ตัวเอง (เพราะคุณไม่ค่อยรักตัวเองไง)

..... 

ถ้าให้แนะนำ คุณต้องพยายามรักและเชื่อมั่นในตัวเองให้มากๆนะ เชื่อสิว่า คุณมีดีแน่นอน คุณต้องเอาชนะความกลัว ความไม่มั่นใจ ตรงนี้ไปให้ได้

แล้วคุณจะเบาใจเรื่องอีกฝ่ายหนึ่งลง พอใจเบาลง หมกหมุ่นน้อยลง คุณก็จะทำให้อีกฝ่ายมีสเปซมากขึ้น อึดอัดน้อยลง … แล้วทุกอย่างก็น่าจะดีขึ้น โดยเฉพาะใจตัวเอง

[ 3. คนรักแบบที่ 3 หรือ แบบไม่สนใจความรัก ] 


เรียกชื่อแบบนี้ไม่ใช่ว่าคุณเป็นคนเห็นแก่ตัวนะ คุณอาจเป็นคนนิสัยดีคนหนึ่ง นี่แหละ แต่แค่พื้นฐาน คุณออกจะเฉยๆหรือไม่ค่อยสนใจเรื่องความสัมพันธ์กับคนอื่นเท่านั้นเอง

ขณะเดียวกัน คุณเป็นคนที่เต็มด้วยตัวเองอยู่แล้ว คุณเลยมักเพลิดเพลินกับเรื่องที่ตัวเองสนใจมากกว่า เช่น ชอบทำงาน ชอบงานอดิเรก

“ไม่มีแฟน ฉันก็อยู่ได้แบบสบายๆ” นั่นเพราะคุณเต็มด้วยตัวคุณเองอยู่แล้ว

ซึ่งถ้าหากคุณมีแฟน คุณมักได้ฉายาว่า “คนเย็นชา” เพราะพื้นฐานคุณไม่ค่อยสนใจเรื่องความสัมพันธ์ คุณเลยไม่ค่อยพยายามสื่อสาร หรือทำอะไรเพื่อประคับประคองความสัมพันธ์ 

คุณอาจไม่ใช่คนขี้หึง แต่ถ้าหึงหรือมีปัญหาทะเลาะกัน คุณก็มักจะเลี่ยงที่จะพูดคุย และเงียบๆไปเลย

ที่สำคัญ คุณไม่ค่อยกลัวการจากไปหรือเลิกกันเท่าไหร่ เพราะพื้นฐานคุณไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้เท่าไหร่ เวลาอกหัก คุณก็มักจะหายดีเร็วกว่าคนอื่น (ผิดกับ “คนรักแบบ 2” ราวฟ้ากับเหว 555)
 
…….

ทีนี้ เราว่าคนแบบคุณถ้าจะมีปัญหากับแฟน ก็เพราะคุณเย็นชา นี่แหละ ซึ่งถ้าคุณอยากให้คุณกับแฟนไปต่อได้ คุณอาจต้องพยายามสื่อสารหรือทำอะไร ให้มากขึ้นอีกหน่อย

อาจไม่ต้องขนาดคนรักแบบ 2 แต่อย่างน้อย ก็พูดบ้าง ทำอะไรให้แฟนได้ชื่นอกชื่นใจบ้าง ก็จะช่วยให้เค้า/เธอ มีกำลังใจยังอยากไปกับคุณต่อด้วยเนอะ


[ 4. คนรักแบบที่ 4 หรือ แบบกลัวความรัก ] 


ในบรรดาคนรักทั้ง 4 แบบ คุณเป็นคนที่สับสนมากที่สุด เพราะลึกๆคุณเองคล้ายคนรักแบบที่ 2 คือไม่มั่นใจในตัวเอง คุณจึงโหยหาใครอีกคนเหมือนคนรักแบบที่ 2  แต่ทว่า คุณก็ดันเป็นคนไม่เชื่อใจคนอื่นด้วยน่ะซิ

พอจะมีความรัก หรือมีใครเข้ามา คุณเองก็อยากมีแฟนกับเค้าบ้างนะ แต่อีกใจก็ไม่กล้า เพราะกลัวเจ็บ กลัวต้องเลิกรา คุณเลยไม่ค่อยเปิดใจที่จะคบใคร หรือกล้าจะคบใครแบบนานๆ 

……

คุณเองต้องการความรัก แต่ด้วยความที่ไม่เชื่อใจใคร และไม่คิดว่าจะคบใครนานๆได้ คุณเลยมีนิสัย “ปากแข็ง” “เงียบ”  ว่าง่ายๆ คุณมักเลี่ยงการพูด การกระทำที่ประคับประคองความสัมพันธ์ (เมื่อเทียบกับคนรักแบบที่ 1 และ 2)

คุณเป็นคนขี้หึงเหมือนกัน แต่ถึงจะหึง ก็ไม่พูด ไม่แสดงออก ไม่โวยวาย (ต่างจากคนรักแบบที่ 2 แต่จะแสดงออก จะสื่อสาร) เลยกลายเป็นว่าคุณมักจะเครียดฝังใน เพราะทำได้แต่เงียบ และเลี่ยงๆปัญหา
 
แต่ทว่า คุณมักไม่กลัวการเลิก ด้วยเหตุผลคล้ายคนรักแบบที่ 3 คือ คุณไม่เชื่อในความสัมพันธ์นั่นเอง

…….

ถ้าให้เราแนะนำ เราว่าคุณอาจเจอปัญหาคล้าย คนรักแบบที่ 3 คือ เป็นแฟนประเภท “ไม่พูด”  
แต่กรณีคุณดูจะแย่กว่านะ เพราะลึกๆ  คุณเองก็ต้องการใครสักคน แต่คุณต้องทำตัวเหมือนนางเอกละครไทย คือ “รักนะ แต่ฉันขอเก็บมันเอาไว้”

เราว่าคุณอาจต้องพยายามสื่อสาร ทำอะไรบ้างนะ และให้โอกาสตัวเองที่จะมีความรัก ความสัมพันธ์ อย่างที่ใจลึกๆเรียกร้องต้องการ 

อ่านต่อตอนสุดท้าย
SHARE
Writer
Thesismungming
Writer
ถ่ายทอดมุมมอง "ความรัก" ด้วยข้อมูลวิชาการ แบบง่ายๆ สามารถติดตามได้ที่ เพจ: ธีสิสมุ้งมิ้ง

Comments