ว่าด้วยเรื่องความประหยัด
เนื่องด้วยช่วงนี้ทำงานในจังหวัดติดกันสามวัน เลยมีเวลาว่างเวิ่นอยู่ในเมือง นั่งกินข้าวไป
มองดูผู้คนขวักไขว่เดินไปมา 
บ้างมีแก้วกาแฟยี่ห้อดังในมือ 
บ้างนั่งจับกลุ่มพูดคุยกินข้าวในร้านอาหาร
บ้างดูรอบหนัง จองตั๋วหนัง
บ้างก็ นั่งเล่นมือถือเป็นสังคมก้มหน้า

จะว่าไปก็นึกขึ้นได้ มีคนถามว่า"ถ้าย้อนเวลากลับไปในวัยเด็กได้ จะบอกอะไรกับตัวเราตอนนั้น"
"จงเป็นแบบที่เป็นอยู่ เพื่อที่จะเป็นเราในวันนี้" 

หนึ่งในเรื่องดีๆเวลามองย้อนไปคือเรื่องความประหยัด ที่ถูกสั่งสอนมาตั้งแต่ตอนเด็ก 
สมัยก่อนเวลาไปโรงเรียน คุณแม่จะให้เงินผูกหนังยางกับเสื้อไป 3-5 บาท แม่บอกเสมอว่าถ้าอยากได้อะไรก็ต้องเก็บเงินซื้อเอง ในตอนนั้นกินข้าวโรงเรียนชามที่ประหยัดที่สุด แล้วเอาเงินที่เหลือไปหยอดกระปุก กับอาชีพสอบแข่งเก็บเงินก็ทำรายได้ได้ดีทีเดียวเชียว โตมาหน่อยเข้ามัธยม มีกระเป๋ากระโปรงละ ได้เงินไป20บาท กินข้าว10บาท น้ำก็กินจากตู้น้ำ ไม่ต้องซื้อ ที่เหลือเก็บหยอดกระปุก หลังจากเก็บเงินหยอดกระปุก...อยากได้หนังสือ เทปเพลง ก็เอาเงินจากในกระปุกนี่แหละไปซื้อ สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นเวลาซื้อของที่อยากได้จริงๆ มันคือความรู้สึกที่ว่า...เราก็ทำได้นะ เริ่มตั้งเป้าหมายสูงขึ้น แต่ตอนนั้นคงเด็กไป เป้าที่ว่าเลยเป็นจำนวนเงิน

นั่งหวนรำลึกถึงอดีตสักพักก็ก้มหน้าลงมาเจอชามข้าวตัวเอง กินข้าวเจ้ข้างห้างนี่มาหลายปีแล้ว(เฉพาะเวลาที่มาห้างคนเดียว เวลามากับครอบครัวก็พาไปกินตามร้าน มาคนเดียวกินข้าวราคาเกิน50บาทคิดหนัก กินไม่ลง) เจ้ขายราคาย่อมเยาว์ชามละ25บาท กับข้าวสองอย่าง พนักงานแถวนี้ กินกันตรึม ซื้อข้างห้างใส่ถุง มานั่งกินตามม้านั่ง นั่งมองดูผู้คนเพลิน เพลิน 
ยังคงรู้สึกขอบคุณแม่ที่สอนให้เราประหยัดอดออมตั้งแต่เด็ก จนมีวันนี้

พรุ่งนี้กลับไปอยู่หลังเขาของเราที่เดิมดีกว่า 
กิน อยู่ ค่าไฟฟรี จ่ายค่าน้ำเดือนละ 10 บาทอิ อิ
SHARE
Writer
im
salary
งาน งาน งาน

Comments