ฉันถูก เธอถูก เราจึงผิด
....ฉันไม่เคยเชื่อว่าความถูกต้องมีอยู่จริง
แน่นอนว่าความผิดเองก็เช่นกัน

พวกเราต่างถูกปลูกฝังมาตั้งแต่ยังเล็ก
'ทำอย่างนั้นไม่ดีนะ มันไม่ถูกนะ' 
แล้วแม่ก็ตีมือเล็กๆของเรา
'ทำแบบนี้เก่งมาก ทำต่อไปนะคะ'
แล้วคุณครูก็ให้ขนมเราเป็นรางวัล

แหม่...ง่ายจัง
แค่ทำแบบที่เขาว่าดี เราก็จะได้รางวัล
อะไรที่ทำแล้วโดนตี ก็จะไม่ทำ
ไม่นานมันก็จะกลายเป็นนิสัยเราเรียนรู้ข้อควรปฎิบัติในสังคมโดยไม่รู้ตัว แต่เราไม่เคยรู้ว่าสังคมอื่นเรียนรู้แตกต่างจากเราอย่างไร
สังคมเล็กๆจากในครอบครัว
เริ่มขยายเข้าสู่โรงเรียน มหาลัย จนถึงที่ทำงาน
เพื่อนฝูง ครู อาจารย์ รุ่นพี่ รุ่นน้อง เจ้านาย 
คนมากมายหลั่งไหล เข้ามาในชีวิตของเรา
บ้างก็เหมือนน้ำที่ผ่านมาและผ่านไป
บ้างก็เข้ามาพักพิง หรือเกาะแน่นเช่นปลิงเองก็มี

ในบรรดาคนเหล่านี้ สนิทบ้างไม่สนิทบ้าง
ก็ต่างมีนิสัยใจคอไม่เหมือนกัน
เราต่างมีทั้งชอบ และไม่ชอบอะไรบางอย่างของอีกฝ่ายเสมอ
แล้วสิ่งที่เราไม่ชอบในการกระทำของเขา
....เขา 'ผิด' หรือไม่?
ลองสมมุติดูว่า
คุณเตือนเพื่อนด้วยความหวังดี
'ถ้าจะทำอันนี้ คิดดีๆก่อนนะ'
แต่เพื่อนคุณหาว่าคุณไปดูถูกเขา
ก่อนจะเริ่มว่าคุณเสียๆหายๆ

สรุปแล้ว
....คุณผิดหรือเขาผิด?

คุณก็ต้องมองว่าเขาผิด 
และเขาก็ต้องมองว่าคุณผิด
ทั้งที่แท้จริงแล้วคุณถูกที่เตือน 
แต่ผิดที่คุณไม่รู้ว่าเขารับคำพูดเหล่านั้นไม่ได้ 
เขาเองก็ถูกที่จะไม่พอใจกับคำพูดของคุณ 
แต่ก็ผิดที่เขาไม่รู้ว่าคุณทำเพียงเพราะหวังดี 

....แต่ใครเล่าจะบอกว่าตัวเองผิด
พอใจ = ถูก , ไม่พอใจ = ผิด
แน่นอนว่ามนุษย์เราใช้ความพึงพอใจและความไม่พึงพอใจจากคนหมู่มาก มาสร้างเป็นกฎหมู่เพื่ออ้างว่าสิ่งใดถูกและสิ่งใดผิด จากกฎหมู่กลายเป็นกฎหมาย รักษาความสงบในสังคม แต่กฎหมายก็ไม่ได้รองรับทุกความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล

....แล้วการกระทำที่ถูกต้องคืออะไร?
แม้กระทั่งการกระทำเล็กๆน้อยต่อคนอื่น
การกระทำไหนจึงถูกต้อง และสมควรที่สุด
ในเมื่อทุกคนถูกสอนมาแตกต่างกัน
หากพูดกันตามหลักปรัชญาแล้ว
คงเถียงกันไม่มีวันจบ
ทฤษฎีมากมายเกินกว่าจะเขียนเล่า

แต่เท่าที่ฉันจะตระหนักได้
ฉันก็เข้าใจว่า ฉันสามารถไม่พึงพอใจใครก็ได้
แต่ฉันไม่สามารถตัดสินได้ว่าเขาผิด
ฉันสามารถชื่นชอบการกระทำใดก็ได้
แต่ฉันก็ไม่สามารถตัดสินได้ว่าการกระทำนั้นถูก
หากเราเข้าใจว่าเขาเกิดและเติบโตมาเช่นไร เราจะไม่มีคำถามสักคำต่อการกระทำใดๆที่เขาทำ เช่นเดียวกับที่เราเลือกกระทำสิ่งใดๆในแบบที่เราเป็น

....ตราบใดที่เราไม่ยึดตัวเราเป็นที่ตั้ง เราจะเรียนรู้ว่าคนอื่นนั้นเรียนรู้ต่างจากเราอย่างไร 
เช่นนั้นเขาจึงเป็นเขา และเราจึงเป็นเรา

เมื่อนั้นความพอใจไม่พอใจกลายเป็นเรื่องรอง
แต่ความเข้าใจในเหตุผลแห่งการกระทำเป็นเรื่องหลัก

'ถูกและผิดก็จางหายไป'
SHARE
Written in this book
The way we are living
เป็น อยู่ คือ แบบมนุษย์
Writer
HUBBLE
Observer
until next time...sleep

Comments