La La Land : ดวงดาวที่ส่องสว่างเพียงในฝัน
La La Land เป็นหนังที่อยากดูมานานมาก ตั้งแต่เข้าโรงจนได้รับรางวัล Oscar และ          Golden Globe ในที่สุดวันนี้ก็ได้มีโอกาสดูผ่านทางช่อง Mono 29
City of star ทำนองเอื่อยๆ กับ เนื้อร้องที่เพ้อฝัน เพลงเป็นสื่อกลางการเล่าเรื่องที่ดี เพราะก่อนที่เราจะมาดู City of star เป็นเพลงที่เราฮัมบ่อยมาก ด้วยทำนองเอื่อยๆและเนื้อร้องที่เพ้อฝัน ทำให้เหมาะกับการปลดปล่อยฝันกลางวันของเราในช่วงเวลาที่ไม่ต้องใช่ความคิดใดๆ พอมาดูหนังพร้อมกับมีเพลงนี้ร่วมด้วยยิ่งทำให้เรารู้สึกไปกับหนังมากขึ้นอีก เพราะเพลงนี้ทั้งเศร้าและเข้าถึงอารมณ์ของหลายๆตอนมาก ซึ่งมีตอน 2 ตอนที่เราจำได้แม่นคือ ตอนที่MiaและSebastianร้องด้วยกัน เหมือนต่างคนต่างพยายามตามล่าความฝันจนเหนื่อยล้า ปนอารมณ์ตัดพ้อกับสิ่งที่ผ่านมา แต่ทั้งคู่ก็ยังคนจะช่วยกันจุดประกายความฝันของกันและกันต่อไป และตอนที่ 2 ที่ชอบคือ ฉากสุดท้ายที่ Sebastian เล่นเปียโนเป็นทำนองที่ร้าน seb’s (เป็นชื่อที่ Mia ตั้งให้) สายตาของที่ทั้งสองส่งให้กัน ทำให้เรารู้สึกได้ถึงความเศร้า และความรัก ที่มีต่อกันอย่างเหลือล้น แต่มันคงเป็นเพียง 1 % จากทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ในหัวใจของทั้งคู่ที่สามารถแสดงออกมาได้
 แม้ว่าจะหนาวเหน็บซักเพียงไหนเธอก็ยังอยากจะลองโดดลงไปอีกครั้งอีกเพลงที่ชอบคือ Fools who dream เป็นที่เล่าราวของป้าMiaที่ไปอยู่ปารีส แล้วมีอยู่วันนึงที่เธอกระโดดลงแม่น้ำที่หนาวเย็นด้วยเท้าเปล่า แม้ว่าจะหนาวเหน็บซักเพียงไหนเธอก็ยังอยากจะลองกระโดดลงไปอีกครั้ง เรื่องราวนี้ทำให้เรารู้สึกว่าคนๆนึงพร้อมที่จะกระโจนเข้าสู่ความฝันไม่ว่าจะล้มเหลวซักกี่ครั้ง ซึ่งเป็น Key message ที่ส่งต่อกำลังใจให้กับนักล่าฝันหลายๆคนได้ดีทีเดียว
สิ่งที่เกิดขึ้นมันเกินความเป็นจริง ความสุขของทั้งคู่ที่เกิดขึ้นในฉากต่อๆไปเป็นเพียงการสนับสนุนข้อเท็จที่เกิดในตอนแรกเท่านั้นและฉากสุดท้ายที่ชอบคือ ตอนย้อนเวลาไปที่ Sebastianเล่นเปียโนช่วงคริสต์มาส แล้วจูบกับ Mia ต่อทั้งๆที่เพิ่งโดนไล่ออกจากร้านนั้น มันเป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่าทุกอย่างคือความฝัน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันเกินความเป็นจริง ความสุขของทั้งคู่ที่เกิดขึ้นในฉากต่อๆไปเป็นเพียงการสนับสนุนข้อเท็จที่เกิดในตอนแรกเท่านั้น เพราะความฝันเป็นสิ่งเดียวที่เราสามารถออกแบบได้ดังใจที่ต้องการ อย่างไรก็ตามเรายังต้องอยู่กับความจริงในปัจจุบันต่อไป


สุดท้ายสิ่งที่เรามองเห็นได้จากหนังเรื่องนี้คือ ความไม่สมบูรณ์ แม้ว่าตัวละครจะได้คว้าดวงดาวแห่งความฝันของแต่ละคนสำเร็จแล้ว แต่ยังมีอีกดวงหนึ่งคือดาวแห่งความรักของทั้งสองที่ไม่ทำให้เรื่องนี้จบอย่างไม่สมบูรณ์แบบ หนังเรื่องได้ทำมาเหมือนชีวิตจริงของปุถุชนมากขึ้นคือ สมหวังปนความผิดหวังในชีวิตของมนุษย์คนหนึ่ง





SHARE

Comments