Scandinavia 1st Time - Stockholm is a giant city
ขอเริ่มต้นก่อนที่จะเขียนถึงสวีเดน ต้องเริ่มก่อนว่าการเดินทางไปสวีเดนของเราคือการเดินทางโดยเรือเฟอร์รี่ขนาดใหญ่ ที่มีเตียงสองชั้นคล้าย ๆ เบาะนอนรถไฟสองชั้น มีห้องน้ำในตัว การไปสวีเดนของเรานั้นออกเดินทางจาก Helsinki เวลาประมาณห้าโมงครึ่ง แล้วก็ล่องอยู่บนเรือเพื่อข้ามทะเลบอลติกไปยัง Stockholm ซึ่งเราจองโฮสเทลไว้ และเป้าหมายของการไปสวีเดนมี 2 ประการคือ ไปเยี่ยมเพื่อนที่ KTH Institute และไป Goteborg เพื่อท่องเที่ยว และนั่งรถไฟไปยัง Malmo (อ่านว่ามาลเมอร์นะจ๊ะ) เพื่อข้ามไปยัง Copenhagen ประเทศเดนมาร์กนั่นเอง โดยขอตัดภาพมาที่สต็อกโฮล์มก่อนเพราะว่าเราท่องเที่ยวในสวีเดนมากที่สุด

ก่อนอื่นขอเล่าประสบการณ์บนเรือเฟอร์รี่ก่อน สำหรับคนที่เคยนั่งเรือสำราญแล้วผมว่าความหรูหรามันจะลดระดับลงมาสักครึ่งหนึ่งของเรือสำราญ แต่ก็มีครบถ้วนเหมือนกัน ภายในห้องของเราก็มีเบาะเตียง 2 ชั้น ปลั๊กไฟ และห้องน้ำในตัว ภายในก็จะมีร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ และ Duty Free ให้บริการ ส่วนความบันเทิงก็จะมีการแสดงดนตรี มีคลับ (ผับแดนซ์ของบ้านเรา) ให้บริการเช่นกัน ซึ่งบริษัทที่เราเลือกเป็นบริษัทเดินเรือสัญชาติฟินแลนด์ ของภายในจึงถูกโหลดมาจากฟินแลนด์เสียส่วนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...วอดก้ายี่ห้อ Finlandia ด้วยความที่ของบนเรือจะแพงกว่าบนบก เราจึงได้ซื้อน้ำตุนเอาไว้จากฟินแลนด์แต่ก็ล้มเหลว (ที่เป็นน้ำโซดานั่นแหละ) เราก็เลยมาซื้อน้ำข้างบน และรวบรวมเหรียญซึ่งเอากลับไปแลกไม่ได้มาซื้อเบียร์กินกันสองคน แล้วก็ออกไปดูทะเลยามค่ำคืน ท้ายสุดก็กลับมานอนเพื่อเราจะไปเก็บภาพพระอาทิตย์ยามเช้า พอตื่นมาตอนเช้า ฝนตก!!!!!!!!!! อดเก็บภาพ ก็กลับมาอาบน้ำเก็บของเพื่อเตรียมขึ้นบก และเรือก็เทียบท่าเวลา 10 โมงเช้าตามเวลาท้องถิ่น

เมื่อย่ำแดน Stockholm เราต้องซื้อตั๋วขนส่งมวลชนแบบเหมาวัน ซึ่งมี 1 วัน แล้วก็ไป 3 วันเลย สำหรับคนที่มาทางเรือ เราขอแนะนำให้ท่านซื้อแบบ 1 วัน หรือแบบที่มันเป็นเฉพาะโซน เพื่อที่ท่านจะได้นั่งเข้าเมืองแล้วไปแสวงหาส่วนลดนักเรียนที่ SL Centre ที่ตั้งอยู่ที่สถานี Stockholm Central แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ซื้อไปเถอะ แต่ผมก็แนะนำว่าที่เที่ยวส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในโซน 1-4 นะครับ ซื้อตั๋วเฉพาะโซนก็จะถูกกว่า แต่ด้วยความที่เราจะไป KTH Institute ซึ่งอยู่โซน 7 เราเลยต้องซื้อแบบเหมาวันแบบปกติ ผมกับเพื่อนเอาของไปฝากไว้ที่โฮสเทลก่อนเพื่อรอเช็คอินตอนบ่าย ๆ เย็น ๆ แล้วก็เดินทางไปหาเพื่อนที่สถานี universitet เพื่อนก็ได้พาทุกคนไปเดินสำรวจคุณภาพชีวิตนักเรียนสวีเดนว่าอยู่กันอย่างไร เอาเข้าจริงดีกว่าอังกฤษอีก ห้องพักใหญ่กว่า อากาศดีกว่า เสียอย่างเดียวคือหอพักไกลจากมหาวิทยาลัยไปหน่อย โดยหลังหอของเพื่อนคือเรียกว่า Lappis เป็นโซนที่อยู่อาศัยของนักศึกษาที่บริหารจัดการโดยองค์กรไม่แสวงหากำไร ความโชคดีของที่นี่คือมีโอกาสเห็นแสงเหนือโดยที่ไม่ต้องไปไกลถึงนอร์เวย์ ขออธิบายหน่อยว่า KTH ย่อมาจาก Kungliga Tekniska Högskolan แปลว่า Royal Institute of Technology เป็นมหาวิทยาลัยคล้าย ๆ กับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ บ้านเรา โดยเน้นการศึกษาเฉพาะด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี ซึ่งถ้าใครเข้าได้ก็ถือว่ามีประวัติที่ดีมาก KTH จะมีมหาวิทยาลัยเพื่อนบ้านคือ Stockholm University ชื่อก้องโลกนั่นเอง ต้องให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่ารัฐบาลสวีเดนยกเลิกสวัสดิการเรียนฟรีสำหรับชาวต่างชาติแล้วตั้งแต่ปี 2014 แต่อย่างไรก็ตาม ค่าเล่าเรียนก็ถือว่ายังไม่แพงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ที่มีการเก็บค่าเล่าเรียนนักศึกษาต่างชาติในอัตราแพงกว่าคนท้องถิ่นที่มากกว่าเท่าครึ่ง

หลังจากเจอเพื่อนเสร็จ เราก็ไปเที่ยวในเมืองต่อ สต็อกโฮล์มถือว่าเป็นเมืองที่เที่ยวได้ไม่ยากนักเนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญจะอยู่ใกล้ ๆ กันหมด คืออยู่ในบริเวณตัวเมืองและเขต Gamla Stan (อ่านว่า กัมลา-สถาน ก็ได้นะง่ายดี) แต่ด้วยเวลาที่เราออกมาจากโซน Lappis ก็นับว่าพระอาทิตย์ใกล้ตกแล้ว เราเลยไป Gamla Stan ก่อน เขตนี้จริง ๆ ถือเป็นบริเวณเมืองเก่าซึ่งเต็มไปด้วยตึกอนุรักษ์และพิพิธภัณฑ์มากมาย สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นจุดเด่นสำคัญคือบริเวณพระราชวังสต็อกโฮล์ม ซึ่ง...ใหญ่มากเมื่อเทียบกับตัวคน สำคัญคือพระราชวังนี้เป็นพระราชวังที่พระราชวงศ์อยู่จริง แต่เปิดบางส่วนเป็นพิพิธภัณฑ์ ความใหญ่โตของพระราชวังนี้ต้องบอกว่าหาคำบรรยายใด ๆ ไม่ได้ เพราะว่าทางเดินขึ้นยังเหมือนเดินขึ้นเนินเขา และทุกสถาปัตยกรรมของสวีเดนคือเน้นความใหญ่โต ซึ่งผมเคยเห็นแล้วที่อัมสเตอร์ดัม แต่ที่นี่คือใหญ่กว่ามาก เหมือนออกแบบมาให้ยักษ์อยู่ HAHA! เราเดินถ่ายภาพกับสถานที่ต่าง ๆ จนกระทั่งเราเจอทหารหน้าพระราชวัง และเพื่อนผมก็ไปขอถ่ายรูปกับทหารหนุ่มสุดหล่อ แต่!!!! ถูกเขาไล่ออกนอกวง เพราะเขามีวงล้อมรอบเวลาปฏิบัติหน้าที่

พอเราเดินมาไม่นานพระอาทิตย์ก็คล้อยลงสู่ขอบฟ้า ผมและเพื่อนเลยตัดสินใจเดินข้ามฝั่งเพื่อไปถ่ายรูปอาคารหอประชุมของ Stockholm ซึ่งเป็นสถานที่รับรางวัล Nobel Prize นั่นเอง เราเดินซึมซับบรรยากาศความเป็นสวีเดนในยามเย็นอยู่นาน เดินไปพลางถ่ายภาพไปในเมืองใหญ่ พอเสร็จภารกิจเราก็นั่งรถสาธารณะกลับโรงแรมเพื่อเอาของไปเก็บและดำเนินการเช็คอินให้เรียบร้อย แล้วจึงออกมาเดินในยามค่ำคืนต่อเพื่อไปออกตั๋วรถไฟสำหรับวันรุ่งขึ้น

หมายเหตุ เนื่องจากมีเด็กน้อยกลอยใจรุ่นน้องทุนรัฐบาลของผมกำลังติดตามบล็อกของผม และเธอกำลังเรียนอยู่ที่สวีเดน หากมีข้อผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่ด้วยนะครับ
SHARE
Writer
marutsoon
salaryman
จบการศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับทุนรัฐบาลมาศึกษาในระดับปริญญาโท สาขานโยบายสาธารณะ ที่ University of Nottingham สหราชอาณาจักร ปัจจุบันทำงานอยู่ที่กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม

Comments

PlainplainGirl
4 years ago
ไม่เคยไปขอถ่ายรูปแฮะ :*) อ่านแล้วอมยิ้มเลย ปล ข้อมูลถูต้องและละเอียดมากๆค่ะ 55
Reply