กินเยอะ
รู้สึกดีทุกครั้งที่อ้าปากกินอาหาร
แต่ครั้งนี้มันแตกต่างออกไป 
เราอ้าปาก เพื่อกินอาหารอะไรก็ได้ที่อยู่ตรงหน้า 
แล้วคิดว่า "เชอะ! อ้วนตายได้ไปเลยก็ดี" 

วันพรุ่งนี้ มองกลับมามันคงเป็นเรื่องงี่เง่าที่สุดในชีวิต บางครั้งก็กินจนอ้วก บางครั้งก็น้ำตาไหลไปกินไป บางครั้งก็กระเพาะถามหา จะทำอย่างนี้ไปทำไมนะ เหมือนอยู่ในหลุมลึกที่คนไม่เคยมอง ปากหลุมแคบลงเรื่อยๆ ท้องก็ป่องเอาๆ ถึงแม้จะมีใครสักคนโยนเชือกลงมา เราก็อ้วนเกินกว่าจะออกจากหลุมบ้าๆนี่อยู่ดี ฮ่าาาา

ร้องไห้พลางอ้วกคากระโถนก็เจ๋งไปอีกแบบนะ รู้สึกแย่ แต่ก็รู้สึกประหลาดดี รู้สึกฮาตัวเอง ที่ทำอะไรบ้าๆแบบนั้น แต่ครั้งนี้ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ฮา แค่นมหลายกล่องหลากรสชาติจนเอียน โทษรสช็อคโกแลตล่ะกัน เหม็นสุด คุกกี้นั่นก็ด้วย ฮี่ๆไม่ให้อภัยหรอกนะ ถึงแกจะอร่อยก็เถอะ! เชรอะ

เออใช่ เมื่อเช้าเราซัดมาม่าบิ้กมา แล้วก็ใส่ผักเข้าไปนะ แต่ก่อนหน้านั้นเราก็ซัดอะไรไปตั้งหลายอย่างนะ แต่ที่อ้วกออกมา ดันมีแต่ผักซะงั้น แล้วเราจะใส่ไปทำไมเนี่ยยยยย ฮาาาาาา อุตสาห์ห่วงสุขภาพตั้งนิดนึงนะเนี้ย

โอ้ะ ข้างบ้านทะเลาะกันอีกแล้ว เกลียดตัวเองจัง ที่เป็นหนึ่งในคนที่เฉยเมยต่อเสียงกร่นด่าสารพัดสัตว์ของพวกเขา มีอยู่หลายครั้งนะ คนไร้บ้านเดินเรร่อนอยู่ในซอยหมายเลขหนึ่ง มือทั้งสองข้างประนมเหนืออกเล็กน้อย ร้านอาหารเรียงรายทำทีไม่สนใจ แต่ร้านขายไก่ย่างแสดงท่าทีรังเกียจอย่างสุดจะทนออกมา มือซ้ายและขวาสะบัดกันนัวเนีย ปากก็พ่นน้ำลายดังฉอดๆ เพียงเพราะกลัวปลาดุกกับไก่แสนอร่อยจะถูกจ้องมองจนเน่า แน่นอน! เราก็เดินผ่านเฉยๆไง 

(โทรศัพท์ตกใส่หน้า โคตรเจ็บ
เราว่าเรานอนคว่ำดีกว่า 555
ถึงจะเสี่ยงต่อการจุกเสียดที่อก)

แล้วก็นะ ทุกวันที่เดินไปโรงเรียน เราก็จะเจอคนไร้บ้านคนนี้นี่แหละ ไหว้คนที่เดินผ่านแล้วขอเศษสตางค์เล็กๆน้อยๆ บางครั้งก็มีคนให้ พี่เค้าจะทำหน้าดีใจ และกล่าวขอบคุณ ก่อนเดินไปร้านขายของชำข้างๆ และซื้อเป็ปซี่สักขวด บางครั้งก็มีคนซื้อของจากเซเว่นมาให้ (เจ๋งมากลุง ใจดีมาก น่าจะเป็นพนักงานเงินเดือนคนนึงนี่แหละ)

เฮ้ยๆคิดได้และ ย้อนไปก่อนหน้านั้นล่ะกัน มีลุงคนนึงอาศัยหน้าร้านกล้องเพื่อนอนและขายของเล่นกระดาษ ด้านตรงข้ามมีวินมอไซต์ เราก็เดินผ่านทางนี้ตอนไปเรียนพอดีนะ ลุงเขาจะมีเพียงผ้าห่มหนึ่งผืน น้ำกระป๋องใหญ่ ที่เป็นขวดอ้วนๆมีหูหิ้วอะ เรารู้สึกดีตอนมีคนหยุดดูบ้านกระดาษ ตอนที่พี่วินแถวนั้นคุยกับลุงพลางต่อบ้านกระดาษก่อนเดินมารับลูกค้าหน้าที่ทำหน้าเหมือนโลกทั้งใบอยู่บนไหล่ แต่พักนึงลุงก็หายไป เราไม่เห็นลุงละ แต่งานแบบนี้ก็ต้องย้ายที่บ่อยอยู่แล้วนี่นา ฮะๆ เราเมินอีกแล้วสิ ทำเป็นไม่สนใจอะไรนี่...

แต่ก็เอาเหอะ กลับมาเรื่องคนไร้บ้านคนแรก จำได้อยู่นะ ร้านไก่ย่างกับระหว่างทางเดินไปเรียน มีอยู่ครั้งนึง ที่พี่เค้าเอาเงินที่พี่เค้าได้มา ไปร้านขายของชำร้านเดิม แลกกับบุหรี่ซองนึงกับไฟแช็ค 

(ขัดแปบนึง
เรากลับมานอนหงายละนะ
แบบจะอ้วก นมอยู่ที่คอละ)

หลังจากเสียง'ชิก'จากไฟแช็คดังแว่วๆ
เปลวไฟขนาดห้าเซนก็ผุดออกมา
และก็ดับไป 
ไฟแช็กถูกกำไว้อย่างหลวมๆ

มือที่เต็มไปด้วยเกลื้อนสีดำหยิบบุหรี่ขาวจั้วะออกมาจากซองสีเขียวที่บนกล่องเป็นรูปปอดเน่าๆ

มือนั้นนำพาบุหรี่เข้าไปกระทบกับริมฝีปากที่แห้งผาก ราวกับเสียงกลองรัวสนั่น เสียง'ชิก'ดังขึ้นอีกครั้ง

<เราหันไปมองหมูย่างนมสดแปบนึง
เลยไม่ได้มองต่อ>

คาดว่าผ่านไปไม่กี่ซู้ด เพราะพี่เค้าเพิ่งเดินออกมาจากทางที่คนเดินพลุกพล่านมายังข้างถนน เพื่อไม่ให้ควันที่เขาปล่อยออกมา ไปโดนคนที่เดินผ่าน

[จังหวะนั้นเรามองตากันแปบนึง]

ไม่เคยเห็นคนเห็นหน้าที่เศร้าและปนโล่งขนาดนั้น เป็นหน้าที่บอกเป็นคำบรรยาอธิบายไม่ได้ ว่ามันคือความเศร้าหรือความสุขจอมปลอม 

[เขาหันหน้าเข้าถนน]

ควันบุหรี่ถูกพ่นออกมาไม่ยั้ง เสียงซู้ดทำเอาบุหรี่ไหม้เร็วขึ้นจนแทบจะโดนนิ้ว ทั้งจมูกทั้งปาก ควันบุหรี่สีเทาก็ออกมาเยือนโลกภายนอกเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย ก่อนจะสลายหายไป 

[เขามองถนนยามเจ็ดโมงเช้าที่เร่งรีบ]

โทษให้กับโลกใบนี้ ประเทศนี้ เมืองๆนี้ สถานที่แห่งนี้ พื้นที่เล็กๆที่เขาเหยียบอยู่นี้ ยั้วะให้กับบุหรี่ในมือขวานี้ ไฟแช็คในมือซ้ายนี้ พ่นควันออกมารัวๆอย่างนี้ แล้วหวังจะทำให้เมืองๆนี้เป็นมะเร็งกันไปข้าง 

เราก็เหมือนเดิม ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงสิบนาที เราก็เดินด้อกแด้กๆแบบพุงพลุ้ยผ่านไป แล้วก็คิดว่า " ตอนกลางวัน จะกินอะไรดีนะ ?" ก่อนจะก้มหัวให้พี่่เขา แล้วเดินขึ้นสะพานลอยสูงละลิ่ว จนแทบจะกลิ้งลงมาตอนเดินลง

;

เขาหายไปสักพัก ไม่เดือนสองเดือนก็หกเดือน
แต่ไม่รู้เหมือนกันว่ากลับมาตอนไหน

;
SHARE
Written in this book
run.
Writer
Gottogo
eater
hate everything that can't eat.

Comments