EPISODE 11 - เด็ก คนแก่ ยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป
ช่วงสองเดือนหลังของปี ผมมีโอกาสเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศเดือนละครั้ง
นั่นคือญี่ปุ่นและมาเก๊า สำหรับคนที่ชอบสังเกตสิ่งรอบตัวแล้ว ทุกครั้งที่ออก
เดินทาง ไม่ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมปกติที่คุ้นเคย สภาพแวดล้อมจะกระตุ้น
ประสาทสัมผัสของเราให้มองและครุ่นคิดถึงสิ่งต่างๆ มากขึ้น



สนามบินไม่ว่าของประเทศไหนก็ตาม มักเป็นสถานที่ซึ่งมีบรรยากาศหลอม
รวมของหลายเชื้อชาติ ผู้คนกำลังออกเดินทางข้ามโลก ข้ามทวีป บ้างเป็น
การเดินทางไปต่างถิ่น บ้างกำลังกลับบ้าน ผมมองเด็กอายุไม่เกินสิบขวบหลายคน
ที่เดินทางมาพร้อมกับพ่อแม่(ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นคนวัยประมาณสามสิบถึงสี่สิบรุ่น
ผมนี่แหละ) แล้วก็สังเกตเห็นว่าสิ่งมีชีวิตที่ถูกจัดอยู่ในหมวด ‘เด็กยุค 2015’
มีลักษณะแตกต่างไปจากเด็กยุคเราหลายอย่างอยู่เหมือนกัน



เปล่า...ผมไม่ได้คิดจะพูด เขียนอะไรเชยๆ ประเภทว่าเด็กรุ่นใหม่ไม่ดี ไม่ได้
เรื่องสู้รุ่นเราไม่ได้หรอก แค่เพียงมองเห็นและอยากถ่ายทอดให้ฟังเท่านั้นเอง
ถึงภาวะความเปลี่ยนแปลงของโลกของสังคมเด็กรุ่นปี 2015 นั้นถ้าเทียบกับ
เด็กยุค 80-90 จะพบว่าพวกเขาดูซุกซนร่าเริงกว่ามาก มีความมั่นใจในการแสดง
ออก ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งเล่น พูดจา หรือทำนู่นทำนี่ หยิบจับสิ่งของบอกพ่อแม่
ให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ให้ ในมุมหนึ่งก็ดูน่ารักดีแต่ในบางมุมก็อาจวุ่นวาย
จนทำให้คนรอบตัวรำคาญได้เหมือนกัน



ด้วยมีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศอยู่เรื่อย ก็เลยได้เห็นชัดเจนว่ารูปแบบ
ลักษณะนิสัยแบบนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเฉพาะเด็กไทยเท่านั้น แต่เด็กชาติอื่นไม่ว่า
จะเป็นญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลี จีน ไอซ์แลนด์ อังกฤษ อเมริกาฯลฯ ก็เป็นแบบนี้
เช่นเดียวกัน คงเพราะเขาถูกหล่อหลอมจากรูปแบบสังคมที่แตกต่างออกไป
รวมทั้งรูปแบบนิสัยการเลี้ยงดูจากพ่อแม่รุ่นเราด้วย ที่ถ้าบรรยายกันง่ายๆ คือ
เรามีความผ่อนคลายและใจดีกับรุ่นลูกมากขึ้น เมื่อเทียบกับสมัยพ่อแม่ปู่ย่า
พวกเราเอง



ช่วงนี้ผมเพิ่งได้มีโอกาสดูซีรีส์ฮิตของไทยอย่างฮอร์โมนซีซั่น 3 และแลก
เปลี่ยนความคิดกับเพื่อนรุ่นเดียวกันว่า แม้ชีวิตเด็กในซีรีส์ดังกล่าวจะเป็นสิ่ง
ที่นำเสนอเพื่อความบันเทิงและไม่อาจเป็นตัวแทนเด็กทั้งหมดในสังคมได้แต่
สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือบทบาทของพ่อแม่ตัวละครเด็กวัยรุ่นเหล่านี้ หลายคน
แสดงออกว่าค่อนข้างผ่อนคลายและตามใจ เข้าใจไลฟ์สไตล์ของลูกมากขึ้น
กว่าพ่อแม่สมัยก่อนมาก ใครเคยเป็นเด็กยุคย้อนหลังไปราว 80-90 ยันเก่ากว่า
นั้นเชื่อว่าคงพอมีประสบการณ์คล้ายๆ กัน บ้างว่าต้องมีผู้ใหญ่ในบ้านประเภท
ที่ควบคุม สั่งสอนลูกค่อนข้างเฮี้ยบว่าเด็กควรทำอย่างนั้นอย่างนี้อยู่ในขอบเขต
จำกัด เช่นตั้งใจเรียนท่องหนังสือ ส่วนกิจกรรมอื่นนั้นล้วนเป็นของไร้สาระ



แต่ปัจจุบันทั้งเด็กและวัยรุ่นได้อยู่ในสภาพสังคมที่เปิดกว้างมากขึ้น ทั้งหมดนี้
ล้วนเป็นการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย ที่สมัยตอนมันยังมาไม่ถึง ตอนเวลายังเดิน
ทางมาไม่ถึงเราก็ไม่สามารถมองออกหรอกว่าคนรุ่นเราจะเติบโตขึ้นมาเป็นพ่อแม่
แบบไหนหรือมีลูกลักษณะอย่างไร จนกระทั่งมันกลายเป็นปัจจุบันให้มองเห็น



ในทางกลับกันเมื่อมองไปยังรุ่นพ่อแม่ของเรา ปัจจุบันหลายคนเข้าวัยเกษียณ
หรือเตรียมเกษียณและกำลังมีกิจกรรมยอดนิยมตามยุคสมัยคือการใช้เงินเก็บ
สะสมไปกับการท่องเที่ยวพักผ่อน มีชีวิตดี๊ดีในยุคการเดินทางสะดวก มีตั๋วเครื่อง
บินราคาถูก ใครๆ ก็บินได้ เมื่อมองไปก็จะเห็นว่าพวกเขาผ่านชีวิตมาแตกต่าง
จากเราเช่นเดียวกัน เป็นยุคที่ผู้คนส่วนใหญ่ก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเองไป
ตามระบบให้ดีที่สุด โดยไม่ต้องมาตั้งคำถามกับตัวเองเรื่อง ความฝัน เป้าหมาย
หรือค้นหานิยามการประสบความสำเร็จมากมายแบบรุ่นเรา



ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงว่าในอีก 30-40 ปีข้างหน้าเมื่อคนรุ่นเราเข้าสู่วัยเป็นคน
แก่ เราคงไม่ใช่คนแก่ที่มีวิถีชีวิตแบบเดียวกับพ่อแม่เหมือนกัน แต่จะเป็นอย่างไร
ดีหรือร้าย ลำบากหรือสบายขึ้น น่าคิดเหมือนกันครับ ที่แน่ๆ ความเปลี่ยนแปลง
ล้วนเป็นนิรันดร์ และต่อให้เราตั้งใจศึกษาบทเรียนจากคนรุ่นก่อนมามากแค่ไหน
แต่ย่อมมีบางอย่างที่จะเข้ามาจู่โจมโดยเราไม่มีโอกาสตั้งตัวอยู่ดี

SHARE
Writer
Pongwut
writer
เป็นนักเขียนที่มีผลงานตีพิมพ์ราว 70 เล่ม ทั้งสายวรรณกรรมเข้มข้นควบคู่กับงานเชิงพาณิชย์ เป็นผู้ได้รับรางวัลทางวรณกรรมจากหลายเวทีเช่น พานแว่นฟ้า สุภาว์ เทวกุลฯ ตะวันส่องอะวอร์ด นายอินทร์อวอร์ด เซเว่นบุ๊คส์อะวอร์ด มีผลงานบางชิ้นได้รับการแปลเป็นภาษาต่างประเทศ ล่าสุดในปี 2015 เป็นผู้เข้ารอบสุดท้ายซีไรต์อะวอร์ดจากนิยายเรื่อง 'ประเทศเหนือจริง'

Comments

Gottogo
3 years ago
ครูหนูก็บอกว่าเด็กสมัยนี้แปลก ไม่เหมือนสมัยก่อน ไม่เรียบร้อยเหมือนก่อน ไม่ค่อยเชื่อฟังหรือกลัวครูเท่าไหร่ หนูก็ว่า เอ แล้วสมัยก่อนเป็นยังไงกันนะ 555 หนูว่าน่าจะมาจากพวกเทคโนโลยีด้วยแหละ แบบสะเพร่ามากขึ้น เพราะหลงทางก็มีกูเกิลแมป ไม่ต้องไปซื้อแผนที่ให้วุ่นวาย (หนูเกิดมาในช่วงรอยต่อระหว่างคอมตูดใหญ่กับมือถือแบนๆพอดี 555 )
Reply
Pongwut
3 years ago
ใช่แล้วครับ ความจริงก็คงเป็นการหล่อหลอมจากสังคมและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นหลักด้วยแหละ 

Twin
3 years ago
คิดว่าท้ายที่สุดอาจเป็นสูงสุดคืนสู่สามัญก็ได้ค่ะ
เมื่อรุ่นพ่อแม่เราสบายตอนแก่เพราะก้มหน้าก้มตาทำงานหนักในช่วงวัยรุ่นถึงวัยกลางคนแล้ว
รุ่นเราก็คงเป็นไปในลักษณะอยากสบายตอนแก่แต่ก็ไม่ได้สบาย
เพราะไม่ยอมทำงานหนักแบบรุ่นพ่อรุ่นแม่ในตอนที่ยังมีแรง
จนสุดท้ายก็กลายเป็นต้องทำงานไปเรื่อยๆจนแก่ล่ะมั้ง
หาเงินมาสนองตัณหาตัวเองไปเรื่อยๆ
ยิ่งเทคโนโลยีที่ก้าวไกลทำให้เห็นอะไรมากขึ้น
ความอยากได้อยากมีก็มากขึ้นตามไปด้วย
สุดท้ายรู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นว่า อ้าว แก่ซะแล้ว

บางคนในรุ่นเราอาจจะแก่ไปแล้วมีความสุขแม้จะยังต้องทำงานหนัก
เพราะได้ทำตามความฝันตั้งแต่สมัยยังหนุ่มยังสาว
แต่บางคนนอกจากจะต้องทำงานหนักจนแก่แล้ว
ยังอาจต้องแบบรับความรู้สึกของการวิ่งตามหาความฝันไปเรื่อยๆไม่เจอสักทีก็ได้
Reply
Pongwut
3 years ago
นะครับ เราก็สังเกตรุ่นพ่อแม่มาแล้วก็มีหลายอย่างไม่อยากทำตาม ก็เลือกทำอีกแบบ ในเส้นทางที่ต่างออกไป พอรุ่นลูกก็อาจจะคิดอีกแบบ

Reply
131216
2 years ago
อ่านบทความนี้แล้วอยากมีอายุยืนยาว สุขภาพแข็งแรงช่วยเหลือตัวเองได้จนวันสุดท้าย แก่ไปแล้วยังมีสมองที่ไม่เลอะเลือนสามารถเข้าใจความเป็นไปรอบตัว อยากไปเห็นโลกในวันข้างหน้าให้นาน อยากบอกเล่าสิ่งต่างๆที่เราได้เห็นใหเเขาได้เห็น
Reply