บทสนทนาของคนแปลกหน้า ฉันมั่นใจ เราได้พบกันเพียงครั้งเดียว
"ฉันเพียงยังต้องการ ความรัก ความเอาใจใส่ แต่เหมือนหัวใจเรียกเธอเบาลงไป ลงไปทุกวัน"
เราหันกลับไปมองยังนักดนตรีเปิดหมวกที่ยืนร้องเพลง ดีดกีต้าร์อยู่หน้าสถานีรถไฟฟ้าหมอชิต
"พี่อยากฟังเพลงอะไรเปล่าครับ ถ้าผมรู้จักผมเล่นให้ได้"
หนุ่มนักดนตรีเอ่ยถามเรา
"เล่นต่อเลย พี่อยากฟังเพลงนั้นแหล่ะ"
เพลงได้บรรเลงต่อจนจบ เราหย่อนแบงค์ 20 ลงไปในกระเป๋ากีต้าร์แล้วกำลังจะเดินจากไป
"ผมเล่นเพลงที่พี่อยากฟังได้นะพี่ ตั้งแต่ผมยืนเล่นมา มีแต่คนให้เงินผม แต่เพิ่งมีพี่ที่ยืนฟังผมจนจบแล้วหย่อนเงินให้"
"อายุเท่าไหร่แล้ว เราหน่ะ"
เราเอ่ยถาม
"ปีนี้ 18 แล้วพี่"
"ทำไมถึงมาเปิดหมวกหล่ะ"
"อยู่บ้านเล่นดนตรีแล้วหนวกหูเขา หมาบ้านผมก็เหมือนจะไม่ชอบฟังสักเท่าไหร่ ฮ่าๆ"
"อยากเป็นนักดนตรีหรอ"
"ครับ ผมอยากเรียนดนตรี แต่ก็ปัญหาทั่วไปอะพี่ เดิมๆ ที่บ้านไม่ค่อยโอเค"
"อยากเข้าที่ไหน?"
"ดุริยางค์ ศิลปากรครับ"
"พี่เรียนศิลปากร"
"โคตรเท่เลยพี่"
"แต่พี่เรียนโฆษณานะ ไม่ใช่ดนตรี ถึงเมื่อก่อนจะเรียนถาปัตย์ก็เถอะ"
"ก็เท่อยู่ดีพี่ พี่เก่งจัง"
"เดี๋ยวเอ็งก็เท่ สอบให้ติดสิ ติดแล้วค่อยไปขอพ่อแม่"
"จะพยายามครับรุ่นพี่ ฮ่าๆ"
เรายิ้มแล้วจะเดินจากไปอีกครั้ง
"พี่ดูเศร้าจัง ถึงพี่จะยิ้มให้ผมตลอดก็เถอะ"
"เอ็งวัดจากอะไรว่าพี่เศร้าไม่เศร้า ถ้าไม่ใช่รอยยิ้ม"
"ก็วัดจากรอยยิ้มนั่นแหล่ะพี่ ยิ่งพี่ยิ้ม ยิ่งดูเศร้า"
น้องเก็บกีต้าร์สะพายขึ้นหลัง เราซื้อน้ำเลี้ยงน้อง ก่อนจะนั่งลงคุยกันตรงฟุตบาท

"แปลกดีวะ ที่มานั่งเล่าเรื่องแบบนี้ให้คนที่เพิ่งเจอฟัง"
"เล่าได้พี่ พี่เลี้ยงน้ำผมแล้วไง นั่งฟังไม่เห็นเหนื่อยเลย ทำไมพี่ถึงหยุดดูผมเล่นอ่ะ"
". . .แฟนพี่. . .ไม่ๆ แฟนเก่าพี่ เขาเพิ่งลงรูปว่าเขาไปเปิดหมวกมา พอเห็นเอ็งก็นึกถึง เลยหยุดดู"
น้องนั่งนิ่งไม่ได้ตอบอะไร
"เพิ่งคบได้แปบเดียวเอง"
"ไม่เกี่ยวกับเวลาหรอกพี่"
"ครั้งแรกที่คุยกัน ข้ากับเขาเหมือนเริ่มต้นด้วยความประทับใจอะไรบางอย่างในตัวกันและกัน"
"เอ็มวีแต่งงานยังบอกเลยพี่ว่า แล้วพรุ่งนี้เราจะยังคงประทับใจในกันและกันรึเปล่า"
"ไม่มีใครรู้จริงๆ คือสิ่งที่ข้ารู้"
"พี่รักเขาปะ"
"ไม่รู้หวะ ไม่ดิ ไม่กล้าพูดคำว่ารักเขาแล้วหวะ"
"ไม่เห็นมีไรต้องกลัวเลยพี่"
"ข้ารักเขา จนวินาทีที่ข้าคุยกับเอ็ง ข้าก็ยังรู้สึกแบบนั้น ข้าบอกกับทุกคนว่าข้ารักเขา แต่ข้าบอกเขาไม่ได้"
"บอกได้พี่ แต่เขาจะรับรู้หรือรับฟังรึเปล่า มันก็เรื่องของเขาเปล่า พี่แค่อยากบอก"
"แต่สิ่งที่ต้องการ คือให้เขารับรู้ไง"
"โทรหาเขาสิพี่"
"เขาบล็อคเบอร์พี่"
"ห้ะ ทำไมอะพี่ จากกันไม่ดีหรอ"
"เหมือนพี่ทำทุกอย่างพัง พี่ไม่รู้"
"พี่อยากพูดไรกับเขาอ่ะ"
"เยอะไปหมดเลยหวะ"
"ลองนึกดีๆ แล้วพูดออกมาให้สั้นที่สุดพี่ เอาเฉพาะสิ่งที่อยู่ลึกๆในใจพี่"
"แก ทุกครั้งที่เราตื่นขึ้นมา เราจะเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ว่า เป็นวันที่เท่าไหร่แล้วที่เราไม่มีกัน แล้วกว่าเราจะลุกขึ้นมาเริ่มวันใหม่ได้ มันโคตรยากเลย เราไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรในการนึกถึงแกเลย เรื่องราวทุกอย่างมันยังอยู่กับเรา รอยยิ้มของแก หน้าตาของแกตอนโมโห กลิ่นของแก สถานที่ บรรยากาศ ท้องฟ้าที่นั่น อุณหภูมิตัวของแก มือของแก เพลงที่แกร้อง เพลงที่เราฟัง หนังที่ดูกัน แม่งยังอยู่จนตอนนี้ ข้าพูดกับเอ็งนี่ก็ยังอยู่ รูปทุกอย่างคือไม่ได้ลบเลย เก็บไว้หมด มันดีมากอ่ะตอนนั้น แล้วมันจบเร็วกว่าที่คิด. . ."
"พี่ ผมบอกให้พี่พูดแค่สั้นๆ ราวกับว่าเขายืนอยู่ตรงหน้าพี่ได้แค่  10 วินาที"
". . .เราน่าจะได้กอดกันอีกครั้งเนอะ"
"แค่นั้นแหล่ะ ไปบอกเขา ถ้าเขาไม่ให้กอด ก็ไม่เป็นไร พี่ก็แค่เสียใจ ร้องไห้ หัวใจพัง แต่แล้วทำไมอะพี่ ก็มันคือสิ่งที่พี่อยากบอก อยากขอเขา เจ็บเพราะอยากได้ในสิ่งที่ต้องการมันก็โอเคเปล่าพี่"
"โอเคบ้าไรน้อง"
"ฮ่าๆ ตอนนี้พี่รู้สึกไงอะ มีความรู้สึกอื่นต่อเขาอีกไหมนอกจากรัก"
"กูไม่รู้หวะ โทษๆ ข้าไม่รู้หวะ แต่แบบ อยากรู้ว่าเขาเป็นไง โอเคไหม เหงารึเปล่า ทำอะไรอยู่ วันนี้ไปที่ไหนกับใคร อยากรู้ความเป็นไปเขาอ่ะ"
"เอ้ยพี่ ผมไม่ได่ถือ หยาบได้ๆ. . .เวลามันเดินเร็วพี่ วันนึงพี่จะไม่อยากรู้เรื่องพวกนั้น"
"วันนึงนี่วันไหนวะ"
"วันที่พี่นึกหน้าเขาไม่ออกแล้วถ้าไม่ได้ดูรูป"
"งั้นหนักเลย เทอมหน้าอยู่หอห้องตรงข้ามกัน"
"โห ชีวิตนักศึกษา"
". . ."
"พี่ว่า ตอนนี้พี่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาบ้าง. . .อะๆถามก่อน พี่ว่าเขาเป็นคนยังไง แบบนิสัย ไรแบบนั้น"
". . .เขาเหมือนเด็กผู้หญิง มีความน่ารัก ความละเอียดอ่อน อารมณ์เขาอ่อนไหวมาก อาจเพราะเขามีความเป็นศิลปินอ่ะ แล้วเขาก็เป็นคนเก่งมากๆคนนึง แบบคิดอะไรเจ๋งๆได้ แต่อาจเป็นเพราะเขาคิดอะไรเยอะตลอดเวลา มันเลยส่งผลให้เขาสับสนได้ง่ายเพราะมีเรื่องในหัวเยอะ อารมณ์นี่ไม่ต้องผู้ถึง ศิลปินอ่ะอารมณ์เป็นใหญ่"
"อ่า. . .สิ่งไหนที่ทำให้พี่หลงรัก"
"ทุกสิ่ง"
"ไม่จริง ผมให้ตอบใหม่"
"รอยยิ้ม กลิ่นกาย อุณหภูมิ โทนเสียง. . ."
"ถ้ามีคนที่มีรอยยิ้ม กลิ่นกาย อุณหภูมิ โทนเสียงเหมือนเขามารักพี่ พี่จะรักเขาไหม"
"ไม่"
"งั้นผมให้ตอบใหม่"
"ไม่รู้เลยหวะ"
"นั่นแหล่ะพี่ คำตอบ เมื่อไหร่ที่พี่ไม่รู้ว่ารักเขาเพราะอะไร หรือเอาไปเปรียบเทียบกับใคร นั่นแปลว่าพี่รักเขาแล้วจริงๆ โดยไม่ต้องมีปัจจัยอะไรเลย ต่อให้เขาไม่มีรอยยิ้ม กลิ่นกายอะไรนั่น พี่ก็รักเขาอยู่ดี"
"มึง อายุ 18 จริงปะ"
"ฮ่าๆ ครับๆ ผมอ่านหนังสือ ฟังเพลงเยอะ ก็จำๆ"
"เขาจะกลับมาไหมวะ"
"แล้วพี่ว่าตอนนี้เขาไปไหน"
"ไปจากข้า"
"อะ ไม่มีใครอยู่ที่ใดถึงนึงได้ตลอดไป ต่อให้ที่นั่นเป็นบ้าน ก็ยังมีวันที่เดินออกมา"
"เขาจะกลับมาไหมวะ"
"ถามอีกละ พี่ว่าตอนี้เขาไปไหน ไปอยู่ที่ไหน"
"คนเก่า"
"พี่ สำหรับผมนะ ผมอาจจะเด็ก แต่ผมคิดว่า สมมติผมคบใครสักคน ตลอดเวลาที่คบอะ มันแบบค่อยๆเข้าใจกันอ่ะ ปรับตัว ยิ่งถ้าคนไหนคบนานแปลว่าเราให้เวลากับการปรับตัวเข้าหากันครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ถ้าวันนึงเลิกกัน ก็แปลว่า เวลาที่ผ่านมาเราทั้งสองทำไม่ได้ ถึงบอกไงพี่ ยิ่งคบนาน ก็ยิ่งมีเวลาลองให้ปรับมาก แต่ปรับไม่ได้ แปลว่า ไม่ใช่แล้วจริงๆ แต่ถ้าเพิ่งคบไม่นานแล้วจบ อาจเป็นเพราะเรายังให้เวลาไม่มากพอ เรายอมแพ้ ถ้าแฟนพี่กลับไปหาคนเก่า ไม่มีใครรู้ว่าจะจบลงยังไงอีก พี่ก็อย่าสนใจแล้วเลย"
"คิดถึงทะเลหวะ"
"เคยไปด้วยกันหรอพี่"
"พี่เรียนศิลปากรที่เพชรบุรี แฟนพี่ชอบขับมอไซพาพี่ไปเที่ยวหัวหิน"
"งั้นพี่ไม่ได้คิดถึงทะเลหรอก พี่คิดถึงเขา"
". . .อืม"
"พี่ทำไงต่ออะ"
"นั่นคือสิ่งที่พี่หาคำตอบไม่ได้"
"ลึกๆในใจเห็นภาพอะไร"
"ภาพพี่กับเขากลับมาดีกัน"
"พี่ดูรักเขามากเลย"
"มันจบลงทั้งๆที่ยังไม่ถึงเวลา พี่คิดแบบนั้น เราแปลนอะไรกันไว้หลายอย่าง สุดท้ายมันพังลงทุกอย่าง"
"ไม่พังหรอกพี่ แปลนนั้นพี่ก็ทำต่อไป ทำคนเดียวเลย"
"อ่อนแอเกินไป ทำไม่ได้"
 "งั้นก็รอ รอให้พี่เข้มแข็ง แล้วค่อยทำ"
"เขาคิดว่าข้าไปโกหกเขา"
"แล้วพี่โกหกเขาเปล่า"
"ไม่เลย ทุกครั้งที่เขาถาม ข้าย้ำคำตอบเดิมทุกครั้ง แต่เขาฝังใจไปแล้วว่าข้าโกหก"
"พี่เอาความจริงเปลี่ยนใจใครไม่ได้หรอก เพราะเขาตัดสินจากข้างในของเขาอ่ะ"
"เมื่อวาน ข้าดันไปช่วยเพื่อนข้า ซึ่งส่งผลให้เขาต้องผิดหวังกับอะไรบางอย่าง เขาคงเกลียดข้าไปแล้ว"
"เกลียดก็เกลียดดิพี่ จะเกลียดมานานแล้วหรือเพิ่งเกลียด ก็ปล่อยเขาไป"
". . ."
"โอเคๆ เขาเกลียดพี่เพราะหลายๆเรื่องถูกไหม"
"ถูก ข้าทำตัวเองทั้งนั้นแหล่ะ ทำให้เขาไว้ใจไม่ได้ ความจริงจากปากข้ามันคือความสงสัยของเขา ซึ่งเขาไม่ผิด ส่วนเรื่องที่ข้าไปพูดอะไร แล้วส่งผลต่อเขา อันนี้ข้าบังคับปัจจัยภายนอกไม่ได้จริงๆ เพื่อนขอให้ข้าช่วย ให้ข้าพูด ข้าชั่งใจนะ ว่าถ้าเขารู้ ข้าจะต้องโดนเขาเกลียด แต่ข้าก็ช่วยเพื่อนไป เอ็งคงงงกับเรื่องที่ข้าพูด แต่ช่างเถอะ"
"พี่ทำทุกอย่างเพื่ออะไร"
"ไม่รู้หวะ หลายๆอย่างทำเพื่อเขา บางอย่างก็ทำเพื่ออย่างอื่น เรารู้ว่าถ้าความสัมพันธ์มันพัง มันจะรู้สึกแย่แค่ไหน ใครให้ช่วยอะไรเพื่อรักษาความสัมพันธ์ ข้าก็ช่วย"
"งั้นเปลี่ยนเป็นทำเพื่อตัวเองดูสักครั้งไหมพี่"
"ยังไง นี่ข้าต้องให้เด็กมัธยมเตรียมเอนท์มาบอกหรอวะ"
"ฮ่าๆ เอาหน่อยพี่ ทำเพื่อตัวเองก็ ทำทุกอย่างที่พี่อยากทำอ่ะ"
"ไม่รู้ว่าอยากทำไร ไม่ดิ ไม่รู้ว่าต้องทำไงมากกว่า"
"พี่อยากง้อเขาหรอ"
"เออ แต่ก็ทำไม่ได้ ข้าเข้าไปก็มีแต่จะแย่ลงเพราะเขาเกลียดข้าไปแล้ว ย้ำ เขาเกลียดข้าไปแล้ว"
"งั้นพี่ว่า ตลอดเวลาที่คบกันมา ส่วนที่ดีที่สุดขอพี่ที่มีกับเขาคืออะไร"
"ในทุกความสำเร็จเขา ข้าพร้อมเป็นผู้ช่วย โดยไม่หวังอะไรเลย ข้ารักงานของเขา ข้าให้กำลังใจเขา ข้าให้เขาเป็นอย่างที่เขาอยากเป็น ข้าอยู่ข้างเขาและความฝันเขา ข้าสนุกไปกับสิ่งที่เขารัก ที่สำคัญ ข้าไม่เคยโกหกเขาได้เลย พอจะปิดบังอะไร สุดท้ายข้าก็บอกเขาอยู่ดี ถึงได้โดนโกรธบ่อยๆ และข้าว่า ข้าดูแลเขาดีนะ ทุกอย่างตั้งแต่กินอะไรเลอะปาก ยันพยุงหัวขึ้นไปนอนบนหมอนตอนเมา"
"พี่อาจจะรู้สึกอยู่คนเดียวก็ได้ เขาอาจไม่ได้มองว่าที่พี่ทำมันพิเศษอะไร"
"ข้ารู้ดี แต่ก็ยังหลอกตัวเอง"
"อยู่ที่เขาอะพี่ ทุกอย่างเลย อย่างน้อยก็เคยรักกัน นี่คืออย่างน้อยนะ ความรู้สึกมันยากอะพี่ ที่มั่นคง วันนี้พี่บอกว่ารักเขามาเป็นร้อยครั้ง พรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาพี่อาจจะรู้สึกว่าเขาเป็นใครก็ไม่รู้"
"แต่เขาไม่กลับมาแล้ว ไม่ว่าข้าจะทำยังไง"
"ไม่กลับก็ไม่กลับพี่ แต่ผมว่าถ้าเขาจะมีใครใหม่ตอนนี้ ก็ไม่น่าใช่นะ จากที่ผมฟัง ผมว่าพี่เขาน่าจะเป็นคนเท่ๆคนนึงที่ไม่ทิ้งคนนึงไป แล้วไปพยายามหาคนใหม่ทันที"
"ก็คงรออ่ะ รอไปเรื่อยๆ รอจนเขาลับตาไป รอจนมองไม่เห็นเขาแล้ว"
"ไม่มีใครกลัวการกลับมาขนาดนั้นหรอกพี่ ลองกันอีกสักครั้งก็คุ้มนะ ถ้าเราลองใหม่กับคนที่เขามีความรู้สึกให้เรามาโดยตลอด วันนึงก็คงแพ้ใจ ผมว่าสำหรับเขาพี่ไม่ใช่คนที่ดีที่สุดหรอก ไม่ใช่คนที่รักที่สุดด้วย ไม่ใช่คนที่ใช่ที่สุดอีกนั่นแหล่ะ แต่เป็นคนที่เขาเคยลองเสี่ยง แล้วไม่เป็นอย่างใจ พี่ทำเขาผิดหวัง เพราะฉะนั้นเขาจะกลับมาไม่กลับมา ก็อยู่ที่ว่าพี่จะทำให้เขายอมเสี่ยงอีกครั้งได้ไหม"
". . .ยากหวะ"
"เรื่องในอนาคตช่างเถอะ มันไม่แน่นอน เอาเป็นว่าไปบอกเขาให้ได้ในสิ่งที่พี่อยากบอกที่เพิ่งบอกกับผมไป"

"เราน่าจะได้กอดกันอีกครั้งเนอะ"

- - - -
ค่ะ เมษาค่ะ เรื่องที่เล่ามานี่ยาวสักหน่อย แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง สุดท้าย เรากลับบ้าน น้องกลับบ้าน โดยที่เราไม่รู้จักกันแม้กระทั่งชื่อ ขอบคุณบทสนทนา 
.
บอกทุกคนในโลกได้ว่ายังรู้สึก ยังเก็บทุกอย่าง แต่บอกเจ้าของความทรงจำที่มีร่วมกันไม่ได้.
SHARE
Written in this book
the summer moon's orbit
can you erase me who is a girl in your memory?
Writer
_MAYSAH_
moon
เรื่องนี้เกิดขึ้นจริง.

Comments

Anonymous
2 years ago
เราดีใจที่พี่กลับมาเล่านะ สู้ๆค่ะพี่ แต่เราก็รู้สึกแบบพี่นะ  ถ้ากลับไปได้อีกครั้งก็คงดี 55555555 
Reply
BarBie
9 months ago
ชอบ
Reply