ทำไม "ผู้ชาย" ถึงไม่ค่อยแสดงความรู้สึก
คงมีผู้หญิงหลายคนเจอปัญหาว่า แฟนหนุ่ม เป็นคนไม่ค่อยอ่อนหวาน ไม่บอกรัก ให้ได้ชื่นอกชื่นใจ บ้างเลย


หรือบางคนกำลังคุยๆกันอยู่ แต่ชายคนนั้น ยังไง๊ยังไง ก็ไม่ยอมปริปาก พูดความรู้สึก ให้รู้สึกมั่นใจอะไรได้บ้างเลย


ซึ่งคุณอาจจะมองว่านี่คือ “ธรรมชาติ” ของเพศที่ต่างกัน 
แต่หากว่ากันตามงานวิจัยสายสังคม “การแสดงออกทางอารมณ์” ที่ต่างกัน

ไม่ใช่ “ธรรมชาติ” แต่เป็นเพราะ “ค่านิยม” ที่ปลูกฝังกันมา  

.....
 
“เป็นผู้ชายอย่าร้องไห้” (“Boys, don’t cry”) 


เป็นวลีที่เราคงเคยได้ยินกันบ่อยๆ


มีงานวิจัยหลายชิ้นพบว่า “ค่านิยมเหมารวมลักษณะแต่ละเพศ" โดยเฉพาะ เรื่องการแสดงออกของอารมณ์ ว่าผู้หญิงร้องไห้ได้ ผู้ชายร้องไห้ไม่ได้ ทำนองนี้


มีผลทำให้ผู้ชาย รวมทั้งผู้หญิงด้วย มองว่า “ผู้ชายไม่ควรแสดงออกเรื่องอารมณ์ ความรู้สึก” เพราะมัน “ไม่แมน” หรือ มัน “ตุ๊ด” (homophobia)ผู้ชายไม่ควรแสดงออกเรื่องอารมณ์ ความรู้สึก เพราะมัน “ไม่แมน  
ผลเลยทำให้ผู้ชายส่วนใหญ่ “ไม่กล้าแสดงความรู้สึก อารมณ์” เพราะลึกๆ กลัวว่า จะขัดกับภาพที่สังคมกำหนดไว้ 


ดังนั้น ถ้าผู้หญิงจะน่าสงสาร เพราะถูกตราว่า “เป็นเพศที่อ่อนไหวง่าย” ผู้ชายก็น่าสงสาร เพราะถูกกรอบไม่ให้แสดงความรู้สึกออกมา ถ้าผู้หญิงจะน่าสงสาร เพราะถูกตราว่า “เป็นเพศที่อ่อนไหวง่าย” ผู้ชายก็น่าสงสาร เพราะถูกกรอบไม่ให้แสดงความรู้สึกออกมา 

จึงมีงานวิจัยพบว่า ผู้ชายมักมีปัญหากับการจัดการความเครียด เพราะผู้ชายไม่กล้าพูดเรื่องส่วนตัว แชร์ความรู้สึกอารมณ์กับใคร แม้ทั้งกับเพื่อน ครอบครัว และแฟน


นักวิชาการบางคนพบว่า ปัญหานี้ทำให้ผู้ชายบางคน กลายเป็น “คนบ้างาน” “ติดเหล้า” เป็นต้น (บางที ปัญหาผู้ชายติดเกม อาจมาจากสาเหตุนี้ก็ได้)

 เพราะผู้ชายไม่มีทางออก แบบ “บ่น” “ปรึกษาเพื่อน” แบบผู้หญิงได้ 


เมื่อผู้ชายไม่กล้าแสดงความรู้สึก ก็เลยกลายเป็นปัญหาคู่รัก ต่ออีก

เพราะผู้หญิงชินกับการแสดงอารมณ์ ความรู้สึกได้ ในขณะที่ผู้ชายไม่ได้เป็นอย่างนั้น เลยไม่ลงตัวกัน 


จริงๆ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ไขได้ง่ายๆ หากผู้ชายไม่ยอมเปิดใจและกล้าที่จะทำตามสิ่งที่ตัวเองต้องการจริงๆ


แต่อย่างไรก็ดี สำหรับผู้หญิงที่หงุดหงิดกับ “ความไร้อารมณ์” ของผู้ชาย อย่างน้อยถ้าได้รู้ว่าผู้ชายเค้ามีความเครียดจากเรื่องนี้


บางที คุณอาจให้อภัยและเข้าใจเค้ามากขึ้นก็ได้น้ำตาเป็นสิ่งที่ธรรมชาติให้มา แต่บางคน 
ไม่สามารถปล่อยออกมาได้ มันน่าเศร้าเนอะ
 
 อ้างอิงข้อมูลจาก

1) “The role of gender stereotypes in the social acceptability of the expression of intimacy” (2013) by A. Celeste Gaia

2) “Gender Differences in Self-Disclosure to Various Target Persons” (1980) by Josep h. Stokes, Ann Fuehrer, and Laurence Childs

3) “Why Men Have Trouble With Intimacy” http://goodmenproject.com/featured-content/the-good-life-why-men-have-trouble-with-intimacy/
SHARE
Writer
Thesismungming
Writer
ถ่ายทอดมุมมอง "ความรัก" ด้วยข้อมูลวิชาการ แบบง่ายๆ สามารถติดตามได้ที่ เพจ: ธีสิสมุ้งมิ้ง

Comments

Narmning
4 years ago
น่าสงสารนะทั้ชายและหญิงทำไมต้องมีกรอบแบบนี้ด้วย

Reply
Thesismungming
4 years ago
จริงค่ะ แต่หลายๆเรื่องมันก็ฝังรากจนกลายเป็นความเชื่อ หรือแม้แต่เป็น "ความรู้" ไปแล้วก็มีค่ะ ^^
Narmning
4 years ago
น่าสงสารนะทั้ชายและหญิงทำไมต้องมีกรอบแบบนี้ด้วย

Reply
KornSupakorn
4 years ago
ขอบคุณมากครับ ผมชอบบทความนี้คือมีอ้างอิงลงท้ายด้วยไว้ตามอ่านนะครับ
Reply
Thesismungming
4 years ago
ขอบคุณนะคะ ^_^
JelJarabee
4 years ago
บางทีก็งง ว่าเขาได้เอาวิญญาณมาป่าว
Reply
docgy
1 year ago
ไม่ได้ไร้หัวใจนะ !
Reply