เดินหน้าเข้าคลอง!
คุณเคย "คิด" ว่ากำลัง "คิด" อะไร แบบจริงๆจังๆมั้ยครับ? (จริงๆจังๆที่ว่านี่เอามาขยายคำว่า "คิด" คำแรกนะครับ)

แล้วคุณเคย คิดอะไรไม่ออก ทั้งๆที่รู้สึกว่า กำลังจะเข้าใกล้ความคิดนั้นอยู่แล้วเชียว แต่...มันคืออะไร? คุณจะไม่มีวันรู้ เพราะคุณดันคิดไม่ออกไง บางที สิ่งที่คิดออกในตอนนั้นกลายเป็นอีกเรื่อง คุณก็อาจจะทำเนียนๆว่า เออ เรื่องนี้แหละ ที่กูกำลังคิดอยู่ (แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย)

ในขณะที่บางวัน เหมือนหัวคุณก็แล่นฉิว คิดนู่นคิดนี่ออกหมด โยงใยเรื่องนู้นเรื่องนี้ได้อย่าง'สนุกสนาน' แต่ก็ไม่เสมอไปครับ เพราะหลายคนก็สามารถโยงใยเรื่องที่เป็นทุกข์ เรื่องความแค้นในอดีต เรื่องที่ทำให้เกิดความอิจฉาริษยา จนทำให้ชีวืตตัวเอง'หม่นหมอง'ไปเลยก็มีให้เห็น (เผลอๆ อ่านข้อความนี้ ก็เศร้าได้ละ ใจเย็นๆครับ กลับมาก่อน)

ดูเหมือนผมจะโฟกัสไปที่สุข กับ ทุกข์ ซึ่งอาจจะดูลงลึกไปในจิตใจเกินไปหน่อย ลองมามองไปที่เป้าหมายของการ "คิด" เบื้องต้นก่อนดีกว่า ว่า เรา"คิด"ไปเพื่ออะไร หาคำตอบ แก้ปัญหา ทำชีวิตให้มันดีขึ้น ดีกว่าอยู่เปล่าๆ กระตุ้นสมองเพราะกลัวเป็นอัลไซเมอร์ หรือ ใช้หาเงิน!!!

ซึ่งแน่นอนว่า เราได้เห็นกันตลอดชีวิต ว่าวิธีคิดที่ทำให้หาเงินได้นั้น จะนำมาซึ่งความสุข ผ่านสื่อต่างๆทั้ง หนังสือ วิทยุ โทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต เรายังได้เห็นการนำวิธีคิดเหล่านั้นมาแปรรูปเป็นสินค้าขายอีกทีเสียด้วยซ้ำ แต่เขาอาจจะบอกตรงๆบ้าง ไม่บอกตรงๆบ้าง เช่นบางคนก็เน้นคำว่า "รวย" แต่บางคนอาจเลี่ยงไปในระดับถัดไปคือคำว่า "สุข" ไม่มีใครถูกใครผิดหรอกครับ ไม่ต้องรีบไปตัดสิน ผมแค่อยากชวนคุณคิดว่า อะไร?ทำให้คนบางคนคิดเก่ง คิดจนขายความคิดได้ แล้วอะไรทำให้เราต้องซื้อหาความคิดเหล่านั้นกันอยู่ตลอดเวลา

ผมคิดเอาเองว่า เพราะคนเหล่านั้น "คิดเป็นระบบ.." (ถุย! นี่คงเป็นเสียงบวกกิริยาของคุณที่อยากจะสื่อสารว่า "แค่นี้กูก็ คิด ได้" ใจเย็นๆครับ อย่าเพิ่งหนีไป กลับมาก่อน) ผมกำลังหมายถึง ระบบเครือข่าย หรือ Network ครับ พูดคำว่าเครือข่าย อย่าเพิ่งนึกถึงวิธีค้าขายแบบ MLM นะครับ พยายามคัดทิ้งออกไปจากหัวสมองก่อน เพราะมันจะทำให้คุณสับสน 

ผมคิดว่า การคิดแบบเป็นระบบเครือข่าย สวยงามกว่านั้นมาก แต่เราต้องหัดเริ่มจากการจินตนาการว่า คุณกำลังอยู่ในดินแดนพิเศษ ชื่อย่อว่า กทม. และตัวคุณเองก็มีความอิสระที่จะเคลื่อนที่ (แต่เอาเฉพาะบนดิน กับ ในน้ำ) คุณยังมีความพิเศษในตัวคือ ว่ายน้ำเก่ง เร็ว แถมไม่เหนื่อยด้วย ที่สำคัญขึ้นจากน้ำตัวไม่เปียก  แล้วบ้านคุณอยู่ติดกับ"คลอง"สะอาดๆ ที่เชื่อมไปสู่แม่น้ำสะอาดๆ แถมคลองบ้านคุณยังซ่อกแซ่กไปในเมืองจนไปเจอทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดินได้ ทีนี้คุณก็จะรู้สึกไม่มีปัญหาใดๆกับการเคลื่อนที่จากจุด A ไป จุดB ในดินแดนสุดพิเศษนี้ เพราะคุณจะพบว่าทุกๆครั้งที่จะเดินทาง คุณจะเห็นแผนที่ในสมองที่ลากเส้นเชื่อมโยงหลายๆแบบให้คุณเลือกว่า เดินทางแบบไหนจะลัดที่สุด ง่ายที่สุด เร็วที่สุด หรือ แม้แต่ยากที่สุด อ้อมที่สุด แต่มันมีคุณค่าบางอย่างซ่อนอยู่ คุณก็ยังมีสิทธิ์นำมาทางเลือกนั้นมาประกอบการตัดสินใจเดินทาง

ผมให้ภาพจินตนาการเท่านี้พอ ทีนี้ถ้าใช้ภาพที่ว่านี้มาแปรรหัสกลับมาเป็น "ความคิดในการแก้ปัญหาที่ต้องเจอในชีวิตประจำวัน" ผมไม่เคยรู้สึกว่าผมมีบ้านริมคลองใสๆ แล้วผมก็จะคิดต่อว่า ต่อให้บ้านผมติดคลองใสสะอาดที่ว่านั่น ผมก็อยากมีราชรถมาเกย หรืออย่างน้อยเราก็ขอขับรถของตัวเองไปทางถนน ตรงๆ ง่ายๆ ไม่มีเหรอ เงื่อนไขต่างๆพรั่งพรูกันออกมา จนหันไปอีกที คนที่อยู่บ้านติดกัน กระโดดลงคลองว่ายจ้วงๆไปต่อรถไฟฟ้า ถึง ที่หมายเรียบร้อยละ ทำไมเป็นอย่างนั้น? ก็เพราะคนที่เห็นระบบเครือข่าย และเชื่อมต่อจุดเหล่านั้นเร็วเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งแก้ปัญหาได้เร็วเท่านั้น จุดที่สำคัญของบทความนี้ก็คือ เรามีข้อแม้มากเกินไปหรือเปล่า? กับ เรามองเห็น Network ต่างๆที่ซ่อนอยู่ในชีวิตหรือไม่?
ทั้งสองข้อนี้นี่แหละ ที่ผมกำลังเผชิญและรู้สึกว่าตัวเองสอบตกเรื่องพวกนี้มากๆ จนต้องมาเขียนบันทึกเตือนตัวเองให้ มองคลองที่มีอยู่ให้สวย วาดเส้นทางให้ดี แล้วโดดลงไปซะ หลงทางก็ย้อนกลับมา ทบทวนข้อผิดพลาด แล้วเริ่มใหม่ ทำซ้ำไปซ้ำมาแบบนี้ พอถึงจุดหนึ่ง มันจะต้อง "คล่อง" ไม่ว่าเราจะกระโดดลงไปใน "คลอง" ไหน

ขอบพระคุณ คุณยรรยง บุญ-หลง สถาปนิกที่เล่าเรื่องราวของการเชื่อมโยงระบบรางกับคลองเพื่อแก้ปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ จนทำให้ผมเกิดไอเดียในการเขียนบทความนี้ครับ ลองSearchเรื่องนี้ดูครับ แล้วคุณอาจจะได้แรงบันดาลใจแบบอื่นๆ เชื่อมโยงไปตามอิสระของคุณครับ

 


SHARE
Writer
Polystory
Life Watcher
มาเติบโตไปพร้อมๆกันผ่านการเขียน และ การอ่าน กันครับ ถ้าจะให้บอกลักษณะงานที่กำลังจะเขียน ก็คงบอกได้เพียงว่า ไม่มีลักษณะ ไม่ได้เขียนถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่งบ่อยๆจนเป็น จุดจำ ที่ตั้งใจจะทำก็คือ "เขียนมันออกไป" แค่นั้นครับ

Comments