ผมเรียนจบหมอฟันแล้วครับ ^_^

หลังจากที่อยู่ที่นี่มา 6 ปีตอนนี้ผมเรียนจบแล้วนะครับ แล้วในช่วงนี้ก็ว่างๆ เลยจะมาเขียนถึงประสบการณ์ ความทรงจำของการอยู่ที่นี่ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา 
จากเด็กเกลียดและกลัวหมอฟันสู่การเป็นทันตแพทย์
ขอเล่านิดนึงว่า เดิมทีผมเองเป็นเด็กที่เกลียดหมอฟันมากและตอนเด็กๆผมพยายามที่จะไม่เดินเฉียดเข้าไปใกล้ห้องหมอฟันเลย ทั้งๆที่บ้านอยู่โรงพยาบาล เพราะว่าเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดีเกี่ยวกับการทำฟันในตอนเด็ก นั่นก็คือการถูกถอนฟันน้ำนม 4 ซี่หน้า แต่โชคชะตาก็พลิกผันทำให้ผมได้มาเรียนในคณะที่ตัวเองเกลียดตอนเด็กๆซะงั้น 5555 

ตอนแรกที่ติดนี่คือค่อนข้างงงแต่ก็ดีใจด้วยครับ เพราะว่าไม่คิดว่าตัวเองจะติดหมอฟันเลย เพราะของขอนแก่นนี่ตามประกาศตอนแรกรับแค่ประมาณ 10 คนเองมั้ง แต่สุดท้ายก็ได้เข้ามาแล้ว และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ 

สำหรับตอนแรกที่เข้ามาก็รู้สึกแปลกใหม่ที่ได้เจอเพื่อนๆใหม่ แล้วก็คณะ ช่วงปีหนึ่งก็จะเป็นช่วงที่ไม่ค่อยได้ทำอะไรมากช่วงนั้นก็จะบ่นว่ามีกิจกรรมเยอะแยะมากมาย ต้องทำกิจกรรมเยอะจังเลยแต่พอเวลาผ่านมาก็รู้ว่าจริงๆแล้วช่วงนี้เป็นช่วงที่เราแฮปปี้ที่สุดเพราะว่าไม่ต้องคิดอะไรมาก ทำให้เราได้รู้จักกับเพื่อนต่างคณะมากมาย ยิ่งของมข.นี่มีกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ ซึ่งเพื่อนที่ผมได้จากกลุ่ม O Oz ตอนนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่เลยครับ เป็นกิจกรรมที่ดีมากๆเลย ซึ่งนี่แหละมันคือสีสันของชีวิตนักศึกษามหาลัยเลย แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ด้วยความที่เป็นเด็กที่ไม่ชอบวิชาฟิสิกส์เลย แต่ว่าเข้ามาในขณะนี้ก็ยังต้องเจอวิชานี้อยู่ดีก็เลยแย่ๆนิดนึง แต่ว่าก็ผ่านมันมาได้ด้วยดี 555 เพื่อนบางคนที่เก่งๆก็ช่วยสอนให้ด้วย สิ่งที่น่าจะจำได้มากที่สุดของปีหนึ่งก็น่าจะเป็นการเข้าห้องเชียร์ รู้สึกทึ่งกับระเบียบเชียร์มากๆ เป๊ะมากๆ โหดมากๆๆๆ 555 แต่ก็ถือว่าเป็นสีสันของนักศึกษาปี 1 แล้วกัน พอมองย้อนกลับไปนี่ก็ตลกอยู่นะ ยังเอามาพูดกันเป็น joke อยู่เลย 555
แล้วพอขึ้นปี 2 ก็จะเป็นช่วงเวลาที่เลคเชอร์โหดมาก สอบมิดเทอมและไฟนอลโหดมาก คือจำได้เลยว่า 5 วันจันทร์ถึงศุกร์ สอบเช้าบ่ายติดกันทั้งหมด 10 วิชาจะบ้าตาย แต่ว่าพอขึ้นคลินิกมาถึงรู้ว่านั่นแค่นำจิ้ม 555ช่วงปีสองเนี่ย จะเป็นช่วงที่เราจะได้ไปเรียนที่คณะแพทย์กันบ่อยมาก เพราะว่าส่วนใหญ่เป็นวิชาของคณะแพทย์ ซึ่งแบบว่าแฮปปี้ดีครับ เป็นช่วงสุดท้ายแล้วที่เราจะได้ไปเรียนนอกคณะ ได้กินข้าวที่โรงอาหารแพทย์ เภสัช ต้องอ่านหนังสือสอบแบบหนักมาก เกรดก็แฮปปี้ D ครับ ล้อเล่น ไม่ได้ D นะเฟร้ยยย ก็แค่ C+ เอง 555

พอขึ้นปี 3 ก็จะได้เรียนรู้วิชาที่เกี่ยวข้องกับทันตแพทย์อย่างแท้จริง มีแลปต่างๆทั้งการอุดฟัน ทำฟันปลอม ขูดหินปูนซึ่งก็ถือว่าเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ แล้วก็เป็นการแนะนำนักศึกษาเข้าสู่โลกของทันตแพทย์อย่างแท้จริง beast mode activated 555 ช่วงนี้เนี่ยใครที่ทำได้ ก็คือทำได้ไปเลยนะ อาจจะด้วยพื้นฐานเค้าด้วยอะไรด้วย แต่ถ้าไม่ได้ก็จะแอบเครียดนิดนึงครับ แต่ก็นั่นแหละ มันคือก้าวแรก ถามว่าผมร้องไห้มั้ย จะเหลือหรอครับ โทรไปร้องไห้กับแม่หลังเรียนแลปเลย นั่นแหละครับคือน้ำตานักศึกษาทันตแพทย์ครั้งแรกของผม 555 นี่ยังเอาพูดกันเป็น joke กับเพื่อนอยู่เลยว่า ไหนใครดราม่าว่าจะลาออกตอนปี 3 
แม่ เหนื่อยจัง ท้อจัง อยากลาออก TT
ถึงกับบ่นว่าอยากลาออกกันเลยทีเดียวเชียว แต่ถ้าน้องคนไหนที่อ่านมาถึงตรงนี้นะครับ จะบอกว่ามันเป็นความรู้สึกที่เกิดได้กับทุกคนนะ เรามีพื้นฐานไม่เท่ากัน อย่าพึ่งไปด่วนตัดสินอะไรไป พยายามให้ถึงที่สุด แล้วดูกันต่อไปนะ มีเพื่อนและอาจารย์คอยช่วยอยู่ คือสิ่งนึงที่อาจารย์จะบอกเสมอตอนเรียนในแลปคือ ให้ฝึก เพราะถ้าเราฝึกเยอะอ่ะ ตอนเราลงคลินิกจะสบายขึ้น ซึ่งนี่คือเรื่องจริง 
ซึ่งบอกเลยว่าแลบต่างๆเป็นไม้เบื่อไม้เมาสำหรับผมมากโดยเฉพาะแลปอุดฟันหรือที่เราเรียกกันว่าโอเปอร์เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ผมไม่ถนัดเลย ส่วนแลปทําฟันปลอมนี่ก็ใช่ย่อยแต่ว่าก็ถือว่าโอเคกว่าอุดฟันครับ ยกเว้นกลิ่น monomer มันเหม็นชวนเวียนหัวมากกกกก แต่ตอนนี้อ่ะหรอ อันไว้ข้างๆตอนกินข้าว ก็ยังกินข้าวอร่อยอยู่อ่ะ 555 แล้วเจ้าตัวแลปฟันปลอมทั้งปากนี่แหละที่แบบว่าทำให้ไม่ได้นอนกัน บางทีทำเสร็จตีห้า มาส่งงาน 9 โมง ได้แก้รัวๆไปจ้า 555 นอกจากนี้ สิ่งที่จะได้ทำตอนปี 3 บ้างก็จะมีงานปูน เหมือนการเทปูนทำตุ๊กตาตอนเด็กๆเลย //หรอออออออ 55
ช่วงปี 3 ก็จะเป็นช่วงที่นักศึกษาต้องทำแลปดึกดื่น ไม่ได้นอน มานั่งทำแลปด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน อยู่แลปถึงสองทุ่มด้วยกัน ซึ่งก็ถือว่าเป็นชีวิตประจำวันที่เริ่มจะเปลี่ยนไปจากการอยู่ปี 2 บางวันก็มีโทรหาแม่ร้องไห้เหมือนกันเพราะว่ารู้สึกว่าทำไมมันเหนื่อยจังเลยแต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ด้วยดีครับพอขึ้นปี 4 ชีวิตนักศึกษาทันตแพทย์ที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น ช่วงนี้ก็จะเริ่มได้ทำคนไข้คนแรกในชีวิต ทั้งการอุดฟันในคนไข้จริง การทําฟันปลอมทั้งปากและการขูดหินปูน สิ่งที่พอจะจำได้สำหรับปี 4 คือคนไข้เบี้ยวนัดบ่อยมากยกเว้นคนไข้ฟันปลอม ฮ่วยยยย คือคนไข้ฟันปลอมของผมตอนปี 3 นี่คือดีมากครับ ยังจำคุณป้าได้อยู่เลย ผมได้รับคนไข้คนนี้จากในคิวเลย โชคดีมากๆ คุณป้าอยู่ที่มหาสารคามแต่ก็มาให้ผมทำฟันปลอมได้จนเสร็จ ตั้งหลายครั้งแหนะ แล้วก็ยังมีของมาฝากผมตลอดๆเลย ครั้งสุดท้ายที่นัดมา recheck นี่คือเอาผ้าไหมมาให้ด้วย ^^ ส่วนเรื่องคนไข้เบี้ยวนัด มันก็ทำให้เราเข้าใจชีวิตมากขึ้น จริงๆนะ เพราะว่าแต่ละคนก็มีสิ่งที่ต้องทำต่างกัน มีบทบาทอื่นๆบอกจากการเป็นคนไข้ แล้วก็ทำให้เราได้เรียนรู้การทำงานกับคนที่ไม่เหมือนกับการทำงานในเครื่องจักรหรือหัว phantom head สิ่งหนึ่งที่นักศึกษาจะต้องเรียนรู้คือการยอมรับกับปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ซึ่งในตอนแรกก็รู้สึกเครียด ปล.เครียดมากเลยแหละ แต่ต่อมาก็ปรับตัวเข้ากับมันได้เรื่อยๆถึงจะมีติด I ไปบ้างแต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ด้วยดี คือแค่อยากจะบอกไว้ว่า 
คนแต่ละคนมีความช้าเร็วในการพัฒนาตัวเองไม่เหมือนกัน แต่ถ้าทำสม่ำเสมอ สุดท้ายก็จะ target reached ได้ การที่ไปเปรียบเทียบอะไรกับคนอื่นมาก ถ้ามันพอเหมาะ มันดีครับ จะเกิดการกระตุ้นตัวเองให้พัฒนา แต่ถ้าเปรียบเทียบเยอะเกินจะจิตตกและเศร้าพอขึ้นปี 5 รู้สึกว่านี่แหละคือจุดพีคที่สุดของการเป็นนักศึกษาทันตแพทย์เพราะว่าเหนื่อยมากๆจำได้เลยว่าลงคลินิกเช้าบ่ายทุกวันติดต่อกัน 5 วันซึ่งคลินิกมันก็จะสลับกันไปเรื่อยๆ ข้าวกลางวันก็แทบจะไม่ได้กิน ตอนนั้นคือผอมโซเหมือนซอมบี้ ตอนเย็นก็ต้องมาทำแลปต่อเพราะว่าต้องทำฟันปลอมให้คนไข้ บอกเลยว่าใช้กำลังกายและกำลังใจหนักมากๆ อัดเข้าไปครับมื้อเย็น อัดเข้าไป เดี๋ยวมันจะลดเอง //หรอออออ 555
แต่ช่วงปี 5 สิ่งที่รู้สึกดีคือได้คนไข้ดีมากๆทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนไข้อุดฟัน รักษาราก ฟันปลอม ครอบฟัน ขูดหินปูน มาตามนัดตรงเวลาตลอด ขนาดมีคนไข้คนนึงที่อยู่ตั้งอุดร ก็ยังมาให้ แล้วเคสนี้เป็นเคสสอบ ศปท. ของผมด้วย คนไข้บางคนจะมีของฝากมาให้กินตอนเที่ยงเพราะหมอไม่มีเวลากินข้าว น้ำตาจะไหลเลย 555 ที่มีปัญหานิดนึงเห็นจะเป็นคนไข้เด็ก คนไข้เด็กเบี้ยวนัดบ่อยมากๆ แต่ก็เข้าใจแหละครับว่าเด็กก็ต้องมีผู้ปกครอง บางทีผู้ปกครองไม่สะดวกก็จะทำยังไงได้ล่ะ แต่ว่าสุดท้ายก็หาทางจนได้แหละ อาจารย์ก็พยายามช่วยหาเคสด้วยอะไรด้วย 
ช่วงปี 5 เนี่ยเราจะรู้เลยว่าถึงเราจะได้รับเคสที่มันยากขนาดไหน ทำนานขนาดไหนแต่ถ้าคนไข้ให้ความร่วมมือ มาได้ตลอด ถือว่าโชคดีแล้ว เพราะว่าสุดท้ายมันก็จะเสร็จ แต่ยังไงก็ต้องพยายามเต็มที่ทุกอย่างนะ ซึ่งนั่นแหละครับคำว่าเก่งและเฮงยังคงใช้ได้เสมอสำหรับนักศึกษาทันตแพทย์ แต่ถึงอย่างไร สำคัญที่สุดคือการทำงานในคณะ เรามีอาจารย์คอยช่วยคุม ช่วยดู ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำ เราจะได้ไอเดียไปใช้ต่อไปได้ คนที่ได้เคสยาก อาจจะรู้สึกแย่นิดๆตอนแรก แต่สิ่งที่ได้มาแทนคือประสบการณ์ 

ส่วนปี 6 ก็จะเป็นปีที่เราน่าจะผ่านประสบการณ์อะไรมาพอสมควรก็จะมีภูมิต้านทานแล้ว แต่ก็จะมีความกดดันตรงที่ระยะเวลาว่าใกล้จะจบแล้วก็บางวันก็เครียดอยู่เหมือนกัน เป็นช่วงที่จำได้ว่านั่งเมาท์กับเพื่อนที่คอฟฟี่แคทบ่อยสุดเลยอ่ะ 555 แล้วก็พอเทอมสองได้ไปออกรพ. สนุกมาก ผมได้ไปรพ.เดชอุดม จ.อุบล แล้วก็ได้ไปรพ.สรรพสิทธิ์ ที่อุบลอีก หน้าจะเป็นก๋วยจั๊บญวนแล้วจ้า เรื่องที่พีคที่สุดของปี 6 ผมคิดว่าน่าจะเป็นคนไข้ pulpectomy หรือว่าการรักษารากฟันเด็กครับ เพราะว่าเป็นงานสุดท้ายที่นักศึกษามักจะขาดกัน หาคนไข้กันสุดฤทธิ์ แต่สุดท้ายก็หาได้ แล้วแม่ของน้องกับน้องดีมากๆ น้องเคยทำมาแล้วซี่นึงด้วย ก็เลยไม่ร้องไห้เลย ยังจำน้องได้จนถึงทุกวันนี้ น้องคือเคสจบ Pedo ของพี่เลยนะ จบในสัปดาห์สุดท้ายของการลง Pedo พอดีเลย 
ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ถ้าเทียบให้เป็นหนังสือก็เหมือนกับเป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่ใหญ่มากๆ ที่ให้ทั้งความรู้ แล้วก็ข้อคิดในการใช้ชีวิตต่างๆ ทำให้เราโตขึ้น เข้าใจธรรมชาติมากขึ้น ทำให้แข็งแกร่งมากขึ้น เรียนรู้ลักษณะต่างๆของคนต้องขอบคุณทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนที่คอยให้กำลังใจ พูดคุยปรับทุกนู่นนี่นั่นรวมถึงช่วยในแลปและคลินิก รุ่นพี่ที่คอยให้คำปรึกษา ทิปส์ ทริคต่างๆ ครูอาจารย์ที่ให้ความรู้และคำปรึกษาต่างๆโดยเฉพาะอาจารย์พรอสที่น่าจะอยู่ด้วยกันเยอะที่สุด พี่ผู้ช่วยทันตแพทย์ พี่เจ้าหน้าที่ทุกคน นอกจากนั้นที่สำคัญมากเหมือนกันคือคนไข้ของผมทุกคน คุณคือส่วนหนึ่งในการเรียนรู้ของผมถือว่าเป็นอาจารย์คนนึงเลยก็ได้ ขอบคุณมากๆครับ สุดท้ายจริงๆ ต้องขอบคุณตัวเองที่ไม่ว่าจะเหนื่อยและท้อแค่ไหน ก็ลุกขึ้นมาอีกครั้ง จน target reached มันก็เป็นธรรมดาที่จะมีเรื่องที่ดีที่เกิดขึ้นแล้วก็เรื่องแย่ๆที่เกิดขึ้น ไปพร้อมๆกันในทุกๆสถานที่และโอกาส แต่สุดท้ายมันก็จะเป็นความทรงจำที่ดี ที่เมื่อเวลาผ่านไปแล้วเรามองย้อนกลับมาดูอีกครั้งก็จะยิ้มให้กับมัน
SHARE
Writer
maxeastside
Dentist
Always at the east side.

Comments

Nwongs
7 months ago
ดีใจด้วยนะ เป็นอาชัพที่เคยฝัน :]
Reply
maxeastside
7 months ago
ขอบคุณมากครับ ^^