เราเห็น 'ความผิดพลาด' ของตัวเองครั้งสุดท้ายกันเมื่อไหร่?
ปลายปีแบบนี้ หลายคนคงเตรียมตั้งเป้าหมายปีหน้ากันไว้บ้างแล้วหละมั้ง 
ไอที่ตั้งเป้าไปปีที่แล้ว ทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ก็ปล่อยผ่านไป ปีหน้าเอาใหม่เว้ย! 
สตาร์ทเฟรช / นิวเยียร์ นิวมี ... ไม่รู้คิดลูปนี้มากี่ปีแล้ว ฮ่าๆๆ

จริงๆมันก็เหมือนจะเป็นอะไรที่ดีนะ
บางคนอาจจะมองว่า เห้ย ถ้าจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ไม่เห็นต้องรอปีใหม่ เริ่มวันไหนก็ได้!
แต่ไอจุดตัดในโอกาสพิเศษแบบนี้ มันเป็นอีเว้นท์ที่กระตุ้นตัวเองได้อยู่
เป็น Turning point ที่เราได้มองย้อนในปีที่ผ่านมา กระตุกตัวเองว่าเราพลาดพลั้งอะไรไปบ้าง มันมีอะไรที่เราอยากปรับปรุงและเริ่มต้นใหม่ให้ดีขึ้นในปีหน้าบ้างไหม

แต่ถึงอย่างนั้น ลองดูรอบตัวก็คงเห็นผลกันอยู่ไม่ถึง 5% หรอกมั้งที่จะทำเป้าหมายตัวเองสำเร็จ บางคนเริ่มไปนิดเดียวก็ถอย บางคนยังไม่ได้แม้แต่จะเริ่มด้วยซ้ำ

ผมรู้จักคนนึง น้ำหนักแกเยอะ มันบอกปีนี้จะว่ายน้ำอาทิตย์ละ 3 วัน
ซื้อกางเกงพร้อม แว่นตาพร้อม ตรวจร่างกาย เตรียมสมัครสระว่ายน้ำเรียบร้อย
สรุปผ่านไป 365 วัน ตัวยังไม่ได้จุ่มน้ำเลยแม้แต่กระปิ๊ดเดียว
ไอนั่นจริงๆมันคือตัวผมเองนั่นแหละ เขียนไว้ประจานตัวเอง = =

ความแปลกอย่างหนึ่งที่ผมพึ่งมารู้ตัวหลังจากตั้งเป้าหมายชุ่ยๆมาหลายปี คือเวลาเราตั้งเป้าปีใหม่ มันมักจะเป็นสิ่งที่เราอยากไปให้ถึง จุดที่เราอยากไปยืน เป็นภาพของอนาคตที่วาดหวังในปีหน้า
...แต่หลายครั้งเราก็ลืมมองย้อนไปในปีที่ผ่านมาเหมือนกัน

ว่ากันตามตรง
น้อยมากเลยนะ ที่เราจะมาย้อนมองปีที่ผ่านมาอย่างจริงๆจังๆว่าเราทำอะไรไป มีอะไรที่ผิดพลาดและเราเรียนรู้อะไรไปบ้าง

บังเอิญว่าปีใหม่นี้ได้มีโอกาสมาเที่ยวต่างประเทศ ใช้บริการสายการบิน Low Cost สุดประหยัดที่ไม่มีหนังอะไรให้ดูบนเครื่องมันเลยมีเวลาให้ผมได้คิดทบทวนอะไรหลายๆอย่างในปีที่ผ่านนานหลายชั่วโมง

เชื่อไหม... ว่ามันช่วงเวลาที่ได้ประโยชน์มากที่สุดช่วงนึงในรอบปีเลย!

มันเหมือนกับการนั่งคุยกับตัวเอง ทบทวน ตกตะกอนความผิดพลาดที่หลายครั้งเราเผลอพลั้งไปนั่งไปได้ซักพัก ถึงกับต้องหยิบกระดาษมาจด หยั่งกับประเมินความสามารถรายปีให้ตัวเอง

ความน่ากลัวอย่างหนึ่งของมนุษย์คือสัญชาตญาณการเอาตัวรอด หลายๆอย่างที่เราทำพลาดเรามักไม่รู้ตัว จิตใต้สำนึกเรามักคอยปกป้องตัวเองด้วยเหตุผลต่างๆนานาอยู่เสมอ บางทีมันเลยต้องขุดกันหน่อย พยายามมองดูหลายๆมุม บังคับตัวเองให้เขียนสิ่งที่ทำผิดพลาดไปในปีที่ผ่านมา ลองให้ครบซัก 10 ข้อใหญ่ๆ

ลบอีโก้ตัวเองทิ้งให้หมด กรอกหูตัวเองว่า เอ็งมันห่วย! และลองเค้นทุกๆความเฟลที่เราผ่านมา ขุดไปถึงสาเหตุต้นตอ 

โอโหว ดีกว่าเขียนเป้าหมายปีหน้าเยอะเลย : )

การขุดเจอข้อผิดพลาด นั่นหมายถึงข่าวดีสองอย่าง 
หนึ่งคือเราได้ตระหนักรู้ถึงปัญหาที่ซ่อนตัวอยู่ 
สองคืออย่างน้อยๆก็ใจชื้นได้อยู่ว่าไม่ได้ปล่อย 1 ปีผ่านไปเฉยๆโดยไม่ได้เรียนรู้อะไร 

คำพูดเท่ห์ๆของ Startup มันเลยกลับมาดังก้องหูอีกครั้ง
Fail fast, learn fast, succeed fasterล้มเหลวไว เรียนรู้ไว สำเร็จไวกว่า...
เพราะถ้าเราไม่ล้มเหลว เราก็ไม่ได้เรียนรู้
ถ้าไม่ได้เรียนรู้... มันก็เหมือนย่ำอยู่ที่เดิม!?

จริงๆนี่ก็เป็นหนึ่งในความเฟลอีกอย่างที่ผมพลาดไปในปีนี้ คือเฟลตรงที่ไม่ยอมมองหาความเฟลให้มันเร็วกว่านี้! หลายๆอย่างถ้าเห็นเร็วกว่านี้ก็ประหยัดเวลาได้เยอะเลย

ปีใหม่ปีนี้มันจึงเป็นปีแรกที่ผมไม่ได้ ตั้ง New Year's resolution
ผมคงจะลองใช้วิธีเรียนรู้จากปีที่แล้ว และลองมาอัพเกรดตัวเองในปีหน้าดูเป็นจริงๆจังๆ

คิดๆไป เดี๋ยวจะใช้คอนเซปนี้กับทุกอาทิตย์ มานั่งนึกดูความเฟลของตัวเองมันทุก 7 วัน
ไม่เห็นต้องรอปีใหม่เลยนี่หว่าถึงจะมานั่งมองความผิดพลาดของตัวเอง
รีวิวตัวเองมันซะทุกอาทิตย์
เหมือนทำลูปของการเรียนรู้ให้มันเร็วขึ้น 52 เท่า! 

จริงๆเป็นไอเดียที่น่าลองนะ ปีนี้ต้องลุยซะหน่อย
แล้วเดี๋ยวมาดูกันว่าจะทำได้นานแค่ไหน
แต่ครั้งนี้มั่นใจมากว่ายังไงอัตราความสำเร็จ... 
มันต้องดีกว่าเป้าหมายไปว่ายน้ำของปีที่แล้วแน่นอน! : p
SHARE
Writer
Pippo
Entertainer
Actor / Writer / Barista at Storylog

Comments

scorpion_a
3 years ago
ช่วงโปรอ่ะครับ ไม่มีโปรไหน ดีกว่า เร้าใจกว่า ปีใหม่อีกแล้ว >>>>ช่วงอื่น ไม่มีแรงบันดาลใจอ่ะ  55555 ทบทวน>>ยอมรับ>>ปรับปรุง 
Reply
ขอบคุณค่ะ ขอลอกไอเดียหน่อยนะคะถ้าไม่หวง  :)
เดี๋ยวจะประเมินความผิดพลาดของตัวเองทุกหนึ่งอาทิตย์ แล้วเขียนบันทึกไว้ในโปรเจคด้วย

Reply
Wikran
3 years ago
ทบทวนข้อผิดพลาดตนเองแบบจริงจัง เรียนรู้ และทำให้ดีกว่าเดิม... น้อยคนนักที่คิดและทำได้จริงๆ คนับ ผมก็พยายามอยู่เหมือนกันปีนี้ Sixpack จงมา โอ้วววว ^^'
Reply
ittikronkananont
3 years ago
เคย มีโอกาศ ชิมกาแฟ ฝีมือ พี่ปีโป้ ที่ ปะ อร่อยครับ 

จริงครับ การหาข้อผิดผลาดของตัวเอง อาจจะมีรสขม

แต่มันทำให้เรา ตื่น แล้วสู้ในการทำสิ่งต่างๆได้ดีขึ้น  
Reply
sweetysecret
3 years ago
เร็วขึ้น 52 เท่า !! เรื่องธรรมดาที่ก็น่าจะทำได้นี่นา ;))
Reply