ประสบการณ์รอบแรกกับ The Force Awakens เมื่อพลังได้ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง
No Spoilers!! ไม่มีการเปิดเผยเนื้อเรื่องแต่อย่างใด
(บทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา แฟนๆ ชาวเน็ตรวมถึงผู้คนทั่วโลก ให้ความสนใจกับการมาถึงของหนังไซไฟอวกาศในตำนานอย่าง Star Wars ที่กลับมาสร้างใหม่อีกครั้ง หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ในวงการภาพยนตร์เมื่อเกือบ 40 ปีก่อน จนเป็นที่รู้จักของคนหลายต่อหลายรุ่น ตั้งแต่ยุค 70 เรื่อยมาจนถึงปี 2015

การมาถึงของไตรภาคใหม่ ทำให้ผมตื่นเต้นมากๆ เพราะเป็นหนังที่ติดตามมาโดยตลอด และคลั่งใคล้มาตั้งแต่เด็ก ดูครบทุกภาค Episode 1-6 ได้แต่หวังว่าภาคล่าสุดนี้จะทำได้ดีไม่แพ้ภาคที่แล้ว



ราว 2 ปีก่อน...
Star Wars : The Force Awakens ประกาศสร้างและพร้อมออกฉายปลายปี 2015 โดยมี J.J. Abrams ผู้ที่เคยคืนชีพหนังไซไฟอย่าง Star Trek มานั่งแท่นเป็นผู้กำกับ

1 ปีก่อนเข้าฉาย...
ตัวอย่างหนังแรกออกมา ฮือฮามาก ด้วยตัวละครใหม่ชุดใหม่ผสมกับชุดเดิมบางส่วน เนื้อเรื่องที่ถูกเขียนขึ้นมาใหม่และถูกเก็บงำเป็นความลับ (ได้ดีมาก) จนแฟนๆหนังเดากันไม่ถูก วิเคราะห์ไปในทิศทางต่างๆนานา และที่ขาดไม่ได้คือการกลับมาของตัวละครรุ่นเก๋าอย่าง Han Solo ที่จะมีบทบาทเด่นในภาคนี้ด้วย!

1 เดือนก่อนเข้าฉาย...
ตัวอย่างหนังฉบับเต็มพุ่งทะยานสู่โลกไซเบอร์ พร้อมกับทุบสถิติยอดวิวที่เคยมีมาสำหรับตัวอย่างหนังฮอลลีวู้ด 

2-3 สัปดาห์ก่อนหนังเข้าฉาย...
กระแส Star Wars เริ่มก่อตัวขึ้น เมื่อ Google ออกแคมเปญ โปรโมทหนัง ให้คนเข้าไปร่วมสนุกได้ในเว็บไซต์ เลือกข้างว่าอยากเป็น ฝั่ง Jedi หรือฝั่ง Sith (ปรากฎว่าคนแห่ไปอยู่ฝั่งตัวร้ายมากกว่า ><)

1 สัปดาห์ก่อนหนังเข้าฉาย...
เพจทางการเริ่มมีการนับถอยหลังรอวันหนังฉาย
หลายต่อหลายคนเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ตัวเองใน Facebook คู่กับดาบเลเซอร์กันอย่างสนุกสนาน
บ่งบอกถึงพลังของมหาชนที่ให้ความสนใจในหนังเรื่องนี้เป็นอย่างดี

1 วันก่อนเข้าฉาย...
รีวิวชุดแรกจากทางฝั่งอเมริกาเริ่มเข้ามา ด้วยคำวิจารณ์ในเกณฑ์ดี-ดีมาก ทำให้กระตุ้นต่อมอยากของผมสุดๆ (อยากดูแล้ววว)

จนกระทั่งวันพุธที่ 16 ธ.ค.
วันแรกของการเข้าฉายในไทยแบบไม่เป็นทางการ โดยฉายรอบค่ำ แค่สองแห่งคือ Siam Paragon และ Central World (โดยปกติ หนังใหม่มักเข้าโรงวันพฤหัส แต่ Star Wars ถือเป็นกรณีพิเศษ ได้ฉายก่อน)

ช่วงบ่ายวันนั้น รีวิวจากต่างประเทศเริ่มเข้ามามากขึ้น ด้วยคะแนนที่สูงลิบลิ่วทั้ง Rottentomatoes, IMDB และเว็บต่างๆ พร้อมใจกันเทคะแนนให้อย่างถล่มทลาย

ในฐานะแฟนบอย ผมคิดในใจ "เอาวะ เย็นนี้ ต้องไปจัดให้ได้ ไม่งั้นเดี๋ยวนอนไม่หลับ" จากตอนแรกวางแผนว่าจะไปดูช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ เลยต้องเปลี่ยนแพลนแบบกระทันหัน (เอาจริงคืออยากหนีสปอยล์ กลัวไปเห็นแล้วหมดสนุกก่อน)

จากนั้นผมก็รีบหาตั๋วอย่างรวดเร็ว พบว่าคนจองกันไปเยอะมากแล้ว แต่ก็ยังโชคดี ได้ตั๋วที่ Central World รอบ 1 ทุ่ม แถวล่างๆมาหนึ่งใบ ที่นั่ง M2 (จังหวะนี้แถวล่างๆก็ยอม ริมทางเดินก็ยอม)

พอเลิกงานปุ๊บก็ตรงดิ่งไปที่โรงหนังทันที ไปรอแถวนั้น จนกระทั่งเปิดให้เข้าไปข้างในได้ และก็พบว่า คนแน่นเต็มโรง ระหว่างรอก็ชมตัวอย่างหนังเรื่องอื่นๆกับโฆษณาไปพลางๆ แต่ใจไปอยู่ที่ Star Wars หมดแล้ว

พอโลโก้ Lucasfilm และ ประโยคสุดคลาสสิคอย่าง A long time ago in a galaxy far far away ปรากฎ ทุกคนก็อยู่ในความเงียบ และแล้วเพลงประกอบของ John Williams ที่เราคุ้นเคย ก็บรรเลงขึ้น พร้อมกับ ตัวหนังสือเลื่อน ที่เป็นเอกลักษณ์มาตลอดทุกภาค

เท่านั้นแหละ เหล่าแฟนๆที่อยู่ในโรงปรบมือกันเกรียวกราว พร้อมส่งเสียงโห่ร้องกึกก้อง จนได้ยินฝรั่งตะโกนขึ้นมาว่า Oh my god! เสียงดังมากจนคนขำกันทั้งโรง

ความรู้สึกตอนนั้นแบบขนลุก หัวใจพองโต อารมณ์เหมือนได้กลับไปเจอเพื่อนเก่าอีกครั้ง ที่ไม่เจอกันนานเป็นสิบปี พอได้มาเจออีกครั้งก็ยังเห็นเขาแบบเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง

พอคนดูได้เห็นตัวละครเก่ากลับมาปรากฎบนจออีกครั้งก็ปรบมือ ส่งเสียงฮือฮาเป็นระยะ จนกระทั่งจบเรื่อง ก็ได้ยินเสียงปรบมืออีกครั้ง Standing Ovation สำหรับผม ถือเป็นประสบการณ์ดูหนังที่หาไม่ได้บ่อยได้ช่วงหลังๆ บรรยากาศแบบโคตร Exclusive เพราะคนที่มาดูวันแรกส่วนใหญ่ ถ้าไม่ใช่แฟนหนังเรื่องนี้ก็คงต้องชอบ Star Wars มากๆ



หากพูดถึงตัวเนื้อเรื่อง หนังทำให้คนดูสนุกและอินตามตั้งแต่ต้นจนจบ ทำให้ตลอดสองชั่วโมงกว่าๆ ไม่มีตอนที่น่าเบื่อเลย ถึงแม้ว่าเนื้อเรื่องจะค่อนข้างเบาและพอเดาได้ หลายอย่างอาจจะไม่ค่อยสมเหตุสมผลไปบ้าง แต่ก็ถูกชดเชยด้วยการเล่าเรื่องที่สนุกตื่นเต้น 

หากสังเกตดีๆ หลายๆฉากในภาคนี้จะคล้ายกับ Episode 4 : A New Hope แต่ก็นะ มีคนบอกว่า ภาคนี้ต้องการสร้างขึ้นเพื่อไหว้ครู หรือเคารพไตรภาคแรกนั่นเอง

ตัวละครที่ชอบที่สุดในเรื่อง ขอยกให้ เรย์ นางเอกของเรื่อง ออร่านางเจิดจรัสมาก ซีนอารมณ์ ซีนแอ็คชั่นทำได้เยี่ยมยอด ฟินน์ อดีตนักรบสตอร์มทรูเปอร์ ผู้กลับใจ เปรียบเสมือนกับจุดศูนย์กลางของตัวละครในเรื่อง เล่นได้ลื่นไหล เข้าขาตัวละครอื่นๆได้อย่างไม่น่าเชื่อ  โพ ดาเมรอน บทอาจจะไม่เยอะเท่าสองคนแรก แต่ออกมาแบบ "เล่นน้อย ได้มาก" เป็นที่น่าจดจำในฐานะ นักบินฝีมือดีของฝ่ายกบฎ (เท่่ โคตร โคตร) และที่ขาดไม่ได้ คือ เจ้าหุ่น BB-8 แสนรู้ น่าเอ็นดู ที่มีบทบาทเด่นไม่แพ้ตัวละครหลักเลยทีเดียว
โดยรวมถือว่า The Force Awakens ทำได้ดีตามมาตรฐาน มุกตลกแทรกเข้ามาได้อย่างไม่เคอะเขิน ตัวละครมีเคมีที่เข้ากันได้ดี เป็นส่วนผสมที่ลงตัว จังหวะรับส่งบทถือว่าทำได้เยี่ยม

ในฐานะแฟน Star Wars ผมรู้สึกประทับใจมากๆ แม้ว่าภาคนี้ได้ทิ้งหลายสิ่งหลายอย่างไว้เป็นปริศนา แต่เชื่อว่า เราน่าจะได้เห็นอะไรมากขึ้นในภาคต่อไปๆ

ได้แต่รออย่างใจจดใจจ่อกับ Star Wars Episode 8 อีกสองปี (2017)
แล้วเจอกัน ไม่พลาดแน่นอน

ขอให้พลังจงสถิตย์อยู่กับคุณ
May The Force Be With You

SHARE
Writer
thetouristdiary
Traveler
แบ่งปันประสบการณ์ การใช้ชีวิต แนวคิด ทัศนคติ ต่อสิ่งรอบตัวของผม วิศวกร ตากล้อง นักเดินทาง Personal Blog >> www.thetouristdiary.com

Comments