จาก เหลือทิ้ง สะเทือนถึง ดวงดาว
พี่นพพล เจ้าของธุรกิจ 
กระดาษ Re-Board (วัสดุที่สามารถใช้แทนไม้อัด พลาสติก สำหรับงานออกบูท หรือ ดิสเพล์ น้ำหนักเบามาก ประหยัด)

พี่เค้าพาพวกผมเดินดูโรงงาน และ ผลงานของบริษัท
ซึ้งน่าตื่นตาตื่นใจมาก มันไม่น่าเชื่อว่า 
กระดาษ จะทำอะไร
ได้มากมาย และดูมหัศจรรย์ได้ถึงเพียงนี้

และแล้วพี่เค้าก็พาเดินมาจนถึงห้องห้องหนึ่ง
ซึ่งในครั้งแรกที่ผมเห็น 
มันก็แค่ห้องแสดงผลงานอีกห้องหนึ่งก็แค่นั้น 
แถมห้องนี้ยังดู มีผลงาน น้อยกว่าห้องอื่นเสียด้วยซ้ำ 
แต่พี่แกบอกว่า 

นี่คือห้องที่แกภูมิใจที่สุดในโรงงาน ???

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ 
พี่นพดลได้เล่าเรื่องเรื่องหนึ่ง 
ด้วยแววตาของความปลื้มปิติ 
และ ความภาคภูมิใจ ว่า

ห้องนี้คือห้องที่แสดงผลงานของเด็กมัธยม 
ต่างจังหวัด 
โรงเรียนบ้านหนองรี 
ทันทีที่ผมได้ยิน ถึงกับต้องหันกลับไปมอง
เจ้าหุ่นโมเดลโครงกระดูกไดโนเสาร์
ขนาดเท่ามอเตอร์ไซด์คันนึง 
แล้วนึกในใจว่า 
เด็กมัธยมบ้านนอกทำได้ขนาดนี้เลยหรอเนี่ย 
อายเด็กจริงๆหว่ะกู

พี่นพดล เล่าต่อว่า 
ห้องนี้มีจุดเริ่มต้นจากของเหลือทิ้ง 
หน่วยงาน องค์กร บริษัท ภาครัฐ ต่างๆที่สั่งทำวัสดุไปเพื่อออกแสดง เมื่อจบงานส่วนใหญ่ก็ทิ้ง บ้างก็ฝากทางโรงงานพี่นพดลให้ไปทิ้งให้ด้วย 
พี่แกจึงเห็นว่าเจ้าพวกวัสดุเหลือทิ้งพวกนี้ 
มันต้องทำอะไรได้บ้างซิน่า...

จึงทำการมอบให้กับโรงเรียนบ้านหนองรี 
ทำกิจกรรมโดยให้แข่งขันประกวดไอเดียสร้างสรรค์
ชิงรางวัล

นั่นคือที่มาของผลงานที่อยู่ในห้องนี้ทั้งหมด 
แต่เรื่องราวสำคัญไม่ดีมีแค่นั้น 
น้องๆทีมที่ชนะเลิศ 
ถึงกับร้องไห้
ขอบคุณอาจารย์และพี่นพดลเป็นอย่างมาก...

น้องทีมนี้มีด้วยกัน 8 คน 
รางวัลที่ได้เพียงคนละ 1000 บาท 
แต่กับน้องๆเหล่านี้รางวัลเพียงเท่านี้ 
ทำให้พวกเขามีโอกาสใช้เป็นทุนในการสอบ GAT PAT เพื่อเข้ามหาลัยได้อย่างที่พวกเขาต้องการ 
นั่นต่างหากล่ะ ที่ทำให้พวกเขาทั้ง 8 คน 
ถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความ ดีใจ 

และคนที่ อาจจะดีใจกว่าน้องน้องเหล่านี้ 
ก็คือตัวของพี่นพดลเอง 

พี่นพดล ยังยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อผลงานของน้องน้องทุกทีม เพื่อมาแสดงในห้องนี้ 
และพนักงานใหม่ รวมถึงทุกๆปีที่มีการอบรมพนักงาน 
พี่นพดลจะใช้ห้องนี้ ในการสอนพนักงานของเขา 
เพื่อให้มีแรงบันดาลใจ 
โดยให้ดูว่า ถ้าหากผลงานเหล่านี้ 
เด็กมัธยมต่างจังหวัดยังทำได้ 
ถ้าพวกคุณยังทำได้ไม่ดีเท่านี้ละก็
คุณควรจะไปยกมือไหว้เด็กเหล่านี้ได้เลย 

เรื่องเรายังไม่จบแค่นั้น 
พี่นพดลเล่าให้ฟังว่า มีน้องเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง 
ซึ่ง เป็นหัวหน้ากลุ่มที่ชนะเลิศ ในกิจกรรมครั้งนี้ 
เขาสอบติดคณะวิศวอุตสาหการ มหาวิทยาลัยศิลปากร แต่เขาไม่มีทุนที่จะเรียนต่อได้...

อาจารย์ทราบเรื่องจึงติดต่อเข้ามาที่ พี่นพดล 
เรื่องราวนี้ก็ได้ถึงหูของเพื่อนพี่นพดลซึ่งเป็นเจ้าของกิจการระดับประเทศหลายท่าน 

สุดท้าย น้องคนนี้จึงได้รับทุนจากบริษัทบริษัทหนึ่ง 
โดยที่เป็นทุน แบบไม่มีข้อผูกมัดใดๆ 
ส่งเสีย ให้น้องเขาได้เรียนจบในคณะนี้ 
ตามที่น้องเขาต้องการ 

พี่นพดล พูดไว้กับทุกคนว่า 
เด็กพวกนี้ซึ่งปัจจุบันนี้ เรียนวิศวะกันทั้งนั้น 
ถ้าพวกเขาจบมา ผมยินดี รับเป็นพนักงานทันที 
หากพวกเขาต้องการ 

จากของเหลือทิ้ง กลับทำให้ อนาคตของชาติ 
ได้มีโอกาส ในการพัฒนา ทั้งตัวเอง 
และยังเป็นส่วนช่วย เป็นตัวแปรเล็กๆ 
ที่คอยขับเคลื่อนประเทศ 
นี่แหละ 
การสะเทือนถึงดวงดาว...
SHARE
Writer
chanceforchamp
personal consultant
http://www.BrandingChamp.com

Comments

kid-aka
5 years ago
อ่านแล้วได้แรงบันดาลใจเยอะเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับการแบางปัานนะคะ
Reply
chanceforchamp
5 years ago
จ้า