คืนจันทร์เพ็ญ และความรู้สึกที่แตกต่าง
เมื่อคืนที่ผ่านมาเป็นคืนวันที่จันทร์เต็มดวงอีกครั้ง และเป็นเทศกาลลอยกระทงที่ก็เคยได้ไปร่วมลอยกับเขาในหลายๆ ปี ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน (แม้ว่าช่วงหลังๆ จะเน้นว่ารีบลอยแล้วก็หาอะไรกินก่อนกลับ ง่ายๆ พยายามไม่ทำอะไรมากมายก็ตาม) แน่นอนว่าในเทศกาลที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและการเฉลิมฉลองแบบนี้ คนก็มากตามไปด้วย...

ทำให้นึกถึงปีที่แล้วที่กลับไปงานลอยกระทงของมหาวิทยาลัย หรือแม้แต่ช่วงปีก่อนๆ ที่ไปในฐานะนักศึกษาและคนที่สนใจเข้าศึกษา ตอนนั้นอาจจะรู้สึกสนุกสนาน โดยเฉพาะเมื่อตอนที่เป็นนักศึกษาชั้นปีแรกที่มีหน้าที่ในการจัดซุ้มประจำภาควิชา ขายของและจัดเกมในซุ้ม ตอนนั้นเป็นหนึ่งในความครึกครื้นที่ได้อยู่กับผู้คนมากที่สุดครั้งหนึ่งเท่าที่เคยจำความได้

ตอนนั้นคงไม่ได้คิดอะไรมากนอกจากเรื่องของความสนุกสนาน อยู่กับเพื่อนแล้วมีอะไรทำ ไปไหนไปด้วย กินไหนกินด้วย บางครั้งก็มีอะไรมาเข้าปากบ้างแล้วก็ร้องเพลงเฮฮากันไป เป็นอย่างนี้มาประมาณสองสามปี จนกระทั่งบางอย่างเข้ามาและทำให้ไม่ค่อยอยากจะทำอะไรให้นานนักเพราะมีภารกิจอื่นด้วย... กะจิตกะใจจะไปฉลองคงไม่ได้มีมากเท่าไหร่

ปีสุดท้ายของการเรียนที่มีทั้งสรุปงาน ปีนั้นใช้เวลาปลีกตัวออกจากห้องทำงานอยู่เป็นชั่วโมงกว่าจะยอมออกไปกับเพื่อนที่กำลังจะออกไปหาของกิน ไปร่วมสนุกกับเพื่อนฝูงและทำอะไรหลายอย่างที่นับได้ว่าเป็นครั้งสุดท้ายกับหลายๆ คนที่อาจจะไม่ได้เจอกันอีกเว้นเสียแต่ว่าจะมีการนัดรวมกัน (ซึ่งก็ไม่อาจจะรู้ได้ว่าเมื่อไหร่ที่จะว่างตรงกันอย่างพร้อมเพรียง เพราะทุกคนก็มีหน้าที่และงานที่ต้องรับผิดชอบด้วยกันทั้งนั้น เวลาคงจะตรงกันยากแล้วตอนนี้)

และล่าสุดคือเมื่อปีที่แล้วที่ไปเดินในพื้นที่เดิมอีก ใช้เวลานิดหน่อยเมื่อเดินกลับเข้ามาในพื้นที่ของตัวเองที่ห้องสารสนเทศอีกครั้ง ก่อนที่จะเดินไปหาของกินและสวนกับผู้คนมากมายหลากหลายที่เตรียมกระทงมา ไม่ว่าจะเป็นคนเดินคนเดียว คนเดินเป็นคู่หรือแม้แต่เป็นกลุ่ม มันก็เป็นปกติของเทศกาล และมันเป็นอย่างนั้นทุกปีในช่วงนั้นของมหาวิทยาลัยแม้ว่าจะเป็นช่วงที่เพิ่งผ่านพ้นการสอบมาได้ไม่นานก็เถอะ

เสียงดนตรีดังมากับพื้นที่ที่เป็นเหมือนตลาดก็ช่วยให้จิตใจที่ก่อนหน้านั้นห่อเหี่ยวดูกระฉับกระเฉงมากขึ้นอีกหน่อย อย่างน้อยก็ในตอนนั้น เป็นปกติของงานรื่นเริงที่จะมีอะไรมาทำให้ผู้คนมีความบันเทิงเริงใจกันในเวลาที่ว่า หลังจากที่ผ่านอะไรที่หนักหน่วงมาตลอดวัน

แล้วก็ได้ยินอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนไป... เหมือนว่าจะได้ยินอะไรหลายอย่างที่แตกต่างจากที่เคยได้ยินมาไม่ว่าจะเป็นอะไร (หรือแท้จริงแล้วมันอาจจะมีมาตั้งแต่ก่อนไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้สังเกตอะไรนักนอกจากเรื่องของตัวเอง จนลืมไปว่ามีอะไรแบบนี้อยู่) แน่นอนว่ามันกลายเป็นเรื่องที่อาจจะไม่น่าติดตามนัก แต่คงพอสื่อได้ว่านั่นบอกถึงสภาพของคนที่ต้องการที่ยึดเหนี่ยวแม้เพียงช่ัวครู่ก็ตาม


ยังไม่เห็นสักคนจะมาลอยกระทงคู่กันเลย...

ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เทศกาลต่างๆ กลายเป็นว่ามีวัตถุประสงค์ที่เปลี่ยนไป ลอยกระทงก็ไม่พ้นว่าจะได้รับผลกระทบตามไปด้วย ทั้งที่ว่ามีทั้งสเตตัสและคำตัดพ้อจากโซเชียลเน็ตเวิร์คที่บ่นออกมาว่าไม่ได้มีคนไปลอยกระทงด้วยเลย เรื่องของกระทงที่เป็นปัญหามานานทั้งกับสภาพแวดล้อม และเด็กที่พยายามหาเศษเงินจากกระทง และอีกเรื่องที่ออกมาคือเรื่องของความสัมพันธ์ที่ล่วงไปถึงพื้นที่อันสงวนของแต่ละคนจนทำให้เกิดอะไรหลายๆ อย่างตามมา ซึ่งอันหลังนั้นดูจะเชื่อมต่อกับอันแรกตรงที่มันอาจเกิดขึ้นเพราะแรงปรารถนาหรือความต้องการที่มาเพียงชั่วครู่หรือค่ำคืน แต่ว่ามันจะเปลี่ยนไปเป็นแบบถาวรต่อจากนั้นได้หรือไม่ อันนี้กระผมเองก็ไม่อาจจะไปรู้ได้

อาจจะกลายเป็นว่ากระผมเลิกคิดในเรื่องนั้นตั้งแต่ช่วงปีกลางๆ ของการเรียนในระดับมหาวิทยาลัยแล้ว เพราะดิ้นรนไปก็ใช่ว่าจะได้ทั้งหมด อีกอย่างคือมันเหนื่อยเสียเปล่าๆ หากว่าจะต้องมาวิ่งตามกับอะไรที่ไม่แน่นอนในเมื่อยังมีหน้าที่ที่สำคัญที่สุดในตอนนั้นให้รับผิดชอบ หากว่าล้มขึ้นมาแล้วจะเป็นยังไงก็ไม่อาจจะทราบได้ เผลอๆ คืออาจจะไม่มีเรื่องมาเล่าจนถึงตรงนี้เลยเสียด้วย

ซึ่งก็ดีไปอย่าง... ตรงที่ไม่ต้องไปกังวลเรื่องของอะไร เพราะเอาจริงแล้วเรื่องของตัวเองและครอบครัวก็มีให้กังวลมากอยู่แล้ว แล้วจะยังมีเวลาไปกังวลเรื่องอะไรอีกถ้ายังตอบสนองตัวตนไม่ได้ แถมเรื่องของคนอื่นนี่ก็แล้วแต่ว่าจะเจออะไรบ้างก็ไม่อาจจะรู้... เอาเป็นว่า ยังไม่คิดแล้วกัน

ย้อนกลับมาที่วันที่ผ่านมากันบ้าง เมื่อคืนนี้ฝนตกในบางพื้นที่ ทำให้หลายคนไม่สามารถออกไปลอยกระทงได้ถ้าไม่อำนวย ก็ลอยในพื้นที่ใกล้เคียงบ้าง หน้าบ้านบ้าง ในอ่างน้ำบ้าง ก็แล้วแต่ว่าจะทำยังไง หรืิอแม้แต่ติดภารกิจจนไม่คิดนึกหรือลืมไปแล้วว่าเป็นวันลอยกระทง

กระผมเองก็เกือบลืมไปแล้วว่ามันเป็นวันนั้น เพียงแค่ถ้าไม่มีใครมาบอกหรือเอ่ยว่าพรุ่งนี้จันทร์เต็มดวงและน้ำคงนองเต็มตลิ่ง ซึ่งสำหรับเรานั้น เพียงแค่จันทร์เต็มดวงก็มีคุณค่ามากมายแล้วแหละนะ ในตอนนี้ที่ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษนอกจากการหาบรรยากาศที่ดีมาเสพให้ฉ่ำและสุขใจ


เรื่องปกติธรรมดาที่เกิดขึ้นในวันธรรมดา
หากว่าเกิดขึ้นในวันพิเศษ จะเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่พิเศษได้หรือเปล่า... 


หากว่าจะมีคนถาม ก็คงจะมีคนตอบแหละมั้ง... 

และมันคงจะเป็นความพิเศษในตัวมัน เหมือนอย่างที่เจอมา จะว่าไปคือความพิเศษในความหมายของแต่ละคนมันก็ไม่ได้เหมือนกันเสียทีเดียว มันอยู่ที่ว่าเราจะคิดไปทางไหน ก็แบบนั้น กระผมเองก็มีความรู้สึกที่คิดว่าพิเศษอยู่เหมือนกัน ไม่ต่างอะไรกับคนอื่นเลยนี่นะ

เมื่อคืนยังคงนั่งเล่นเพลงจันทร์เจ้า ของ Slot Machine เหมือนเดิม เหมือนอย่างที่ผ่านมาเมื่อเข้าในช่วงวันเพ็ญตลอด แล้วยิ่งด้วยว่าเป็นวันที่เพื่อนมารวมตัวกัน คราวนี้ก็มีทั้งอุปกรณ์ดนตรีครบ รวมถึงแกล้มเหล้าและของกินมากมาย ทำให้ครึกครื้นเหมือนอย่างที่เป็นมา

ก็เหมือนกับว่าได้มาเจอกันอีกครั้งก็คงจะเรียกได้ว่าพิเศษแล้วสำหรับคนที่อยู่ห่างจากคนอื่นจนตอนนี้อาจจะมีคนที่จำเราไม่ได้เสียด้วยซ้ำไป... อาจจะเป็นแบบนั้นแหละ ซึ่งสิ่งนี้มันทำให้คิดเหมือนกันว่าแม้แต่ความเรียบง่ายอย่างการเจอกับเพื่อนเก่านี่มันเป็นยังไง เพราะบางคนก็เจอกันทุกวันอยู่แล้ว แต่สำหรับบางคนอาจจะไม่ใช่... ก็แตกต่างกันไป

แล้วก็คิดอะไรขึ้นมาได้อีกอย่าง...


จริงๆ แล้ว ช่วงเวลาที่ทำให้จดจำอาจจะเป็นช่วงเวลาที่เรียบง่ายก็เป็นได้
แค่ว่าจะทำให้มันพิเศษยังไง ก็แค่นั้นเอง 


นั่นแหละ... มันคงเป็นแบบนั้น กระผมคิดในขณะที่ส่งเครื่องดื่มสีเหลืองอำพันเข้าปากด้วยความอิ่มเอม อย่างน้อยถ้ามันจะทำให้เป็นความรู้สึกสุขได้ก็คงจะตอบโจทย์ไปแล้วส่วนนึง

ไม่ได้มีอะไรมากเลย นอกจากว่าทำให้วันของตัวเองเป็นวันที่น่าจดจำ ก็เพียงพอแล้วสำหรับชีวิตของคนๆ หนึ่งที่เกิดมาแล้วก็ใช้ไปเรื่อยๆ ไม่ใช่หรืออย่างไร... มีเวลาแค่นั้นก็หาความหมายให้ตัวเองแล้วกันนะแบบนี้...

ปล. ก็ยังมากไม่ได้อยู่ดี ไม่เช่นนั้นคงไม่ได้มาเขียนเรื่องราวต่อเป็นแน่ อีกอย่างคือมันเป็นวันทำงานด้วย ฮาาาาา
SHARE
Written in this book
Walking in between Colors
ชีวิตและความรู้สึก บางอย่างอาจเป็นการเดินไปเรื่อยๆ ผ่านสีและแสงที่อาจจะเป็นเหมือนคำบอกกล่าวและคำถาม... ลองอ่านดู นี่คงเป็นหนึ่งในชีวิตที่เล่าได้จากปากคำของคนที่เดินดินคนหนึ่งแหละนะ
Writer
Narin
Casual Writer
Artist / Writer in Casual Life | All fields about Art / Entertainment / Recreation คนที่เดินบนเส้นทางด้วยหัววิทย์แต่ใจศิลป์ สิ่งที่เห็นคือแรงบันดาลให้เกิดเรื่องมากมาย เมื่อการเดินไปกับศิลปะและความบันเทิงดูเป็นเรื่องน่าสนใจ

Comments