เหตุผลของการมีชีวิตอยู่.
1
เรามีชีวิตอยู่บนโลกนี้ไปเพื่อสิ่งใด

เพื่อเงินหรือเปล่า เงินคือพระเจ้า การมีเงินมากๆ ทำให้เราเนรมิตสิ่งใดขึ้นมาก็ได้ หรือหากต้องการสิ่งใด เพียงแค่มีเงิน โลกนี้ก็ง่ายขึ้น

การงานอันเป็นที่รักใช่ไหม ที่ทำให้เราอยากมีชีวิตอยู่กับการสร้างสรรค์ผลผลิต เฝ้าดูแลทะนุถนอมภาพในความฝันให้กลายเป็นจริง

เพื่อครอบครัวหรือเปล่า เราอยู่เพื่อคนที่เรารัก เราขวนขวายดิ้นรนไปทั้งหมดก็เพราะอยากให้เขาเหล่านั้นมีชีวิตความเป็นอยู่อันสุขสบาย มีรถ มีบ้าน มีเงินไว้ใช้ยามลำบาก เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี มีศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจ

หรือแท้ที่จริงแล้วเราแค่ไม่มีที่ไป เราถูกกักขังอยู่ในโลกเน่าๆ ใบนี้

จุดหมายปลายทางเป็นเรื่องไร้สาระ โลกใบนี้โหดร้ายทารุณแค่ไหน เราต่างก็รู้ก็เห็นกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ไม่ว่าจะฟังดูเป็นเหตุผลที่แห้งแล้งกลวงเปล่าแค่ไหน การหายใจอยู่ไปและเอาตัวรอดกันให้ได้ในแต่ละวันก็อาจเป็นคำตอบที่ดีถมถืดแล้ว

ชื่อหนังสือ 'เหตุผลของการมีชีวิตอยู่' ของวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ชวนให้ผมตั้งคำถามถึงคุณค่าความหมายของการมีชีวิต ผมนึกถึงวันที่เห็นชายคนหนึ่งนอนอยู่ที่ป้ายรถเมล์ตอนตีสาม นึกสงสัยว่าเหตุผลในการมีชีวิตอยู่ของเขาคือสิ่งใด สถานที่ซึ่งเขาจากมายังมีความหมายอยู่ไหม

และสถานีต่อไปยังสำคัญอยู่หรือเปล่า


2
"มันตายแล้วนะ"

วันที่เพื่อนหนุ่มแจ้งข่าวร้ายผ่านมาทางโทรศัพท์ น้ำเสียงของเขาราบเรียบแผ่วเบา ถ้อยคำความหมายที่สื่อสารออกมาฉุดดึงหัวใจของคนฟังหลุดหล่นเคลื่อนหาย ความตายที่มาถึงก่อนวันเวลาอันสมควรฉีกพรากความคิดความเชื่อเดิมๆ ขาดสะบั้น ความเชื่อที่ว่าเราต่างมีเวลาเหลืออยู่บนโลกใบนี้กันอีกยาวนาน

ผมกับผู้ตายอายุเท่ากัน เราไม่ได้สนิทสนมกันมาก เราไม่ได้รู้จักรู้ใจกันสักเท่าไหร่ เป็นเพียงคนสองคนที่มีเหตุให้ต้องโคจรมามาใช้เวลาและสถานที่ร่วมกันในช่วงสั้นๆ ก่อนจะแยกย้ายหายจากโลกของกันและกันไป

ไม่ได้เจอไม่เคยพบ แต่ภาพเค้าโครงใบหน้าชายหนุ่มยังแจ่มชัด แววตาเขา น้ำเสียงของเขายังติดตรึง แต่ถึงแม้ยังจดจำรำลึกได้ เราก็คงไม่หาญกล้าพอจะคิดว่าคงมีโอกาสได้พบกันอีก แม้ยังไม่ถึงวันตายจาก เราก็ไม่เคยคาดหวังว่าเส้นทางจะหวนคืนบรรจบ

ทั้งที่ไม่ใช่ญาติพี่น้อง ไม่สนิทสนมมากพอจะใช้คำว่าเพื่อน ไม่เคยคิดถึงหรือห่วงหา ไม่รู้สึกยินดียินร้ายหรืออยากรู้เรื่องราวความเป็นไป แต่ทำไมเมื่อข่าวความตายของเขาเดินทางมาถึง ผมกลับชะงักงัน ทำอะไรไม่ถูก รู้สึกเหมือนถูกคมมีดกรีดเฉือนคว้านลึกลงไปในใจ


3
ครั้งแรกที่ผมเห็นคนตายเกิดขึ้นตอนยังเป็นเด็ก

มันเป็นบ่ายวันหนึ่งตอนอยู่ ป.3 ลมสงบไร้ความเคลื่อนไหว ไม่มีใครล่วงรู้สัญญาณและลางบอกเหตุใดๆ ว่าความตายกำลังมาเยือน ผมกับลูกพี่ลูกน้องอีกคนเดินตามลุงคนเก็บตาลเข้าป่าเข้าท้องนาเป็นปกติ ลุงเป็นคนพูดน้อย ไม่ค่อยบอกเล่าเรื่องราว และมักปีนเก็บลูกตาลของแกไปเงียบๆ มีเสียงหัวเราะให้ได้ยินบ้างก็ตอนที่นั่งล้อมวงกินข้าวบนห้างนา และฟังเรื่องเล่าไร้สาระจากปากเด็กสองคน

แม้เป็นคนเดินเหินเชื่องช้า แต่ท่วงท่าการเคลื่อนไหวปีนป่ายของแกคล่องแคล่วรวดเร็ว ผมนั่งมองการทำงานของลุงได้ไม่มีเบื่อ ใบหน้าดำคล้ำกร้านแดดและลมบ่งบอกถึงความเป็นมืออาชีพประสบการณ์สูง ใช้เวลาไม่กี่นาทีแกก็ใช้พร้าฟันฉับๆ ได้ลูกตาลเต็มตะกร้า

มันควรเป็นวันที่เราได้ลิ้มรสความหวานของตาลเหมือนเช่นทุกวัน แต่บ่ายวันนั้นแกเกิดพลาดตกลงมาจากตาลต้นหนึ่งที่สูงประมาณตึกสามชั้น

เด็กสองคนหัวเราะขึ้นมาเมื่อแรกเห็น แต่เมื่อลุงนิ่งเงียบไปนาน เราจึงวิ่งเข้าไปดู

"ไปตามคนมาช่วย!" ลูกพี่ลูกน้องของผมตะโกนลั่น เลือดไหลเจิ่งนองเป็นทางออกจากปากและศีรษะของลุง

ผมเริ่มออกวิ่งไปบนถนนลูกรังที่ตัดผ่านทุ่งนา มันเป็นการวิ่งที่ยาวนานไร้จุดหมาย กว่าที่จะเจอคนผ่านทางก็ล่วงเลยมาหลายนาที

ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ชายหนุ่มคนหนึ่งและบอกทางไปยังที่เกิดเหตุ เลือดท่วมพื้น ลุงหายใจรวยริน

"มึงวิ่งช้า" เสื้อผ้าลูกพี่ลูกน้องเปื้อนเปรอะเต็มไปด้วยสีแดง เขาร้องไห้ ตะโกนโทษผมซ้ำไปซ้ำมา

มันเป็นคำพูดที่ดังก้องอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งตอนที่ยืนมองภรรยาของลุงนั่งร่ำไห้ในเย็นวันนั้น ทั้งตอนที่บวชเป็นสามเณรในงานศพลุง และทุกครั้งที่ปั่นจักรยานหรือเดินผ่านบ้านหลังนั้นที่ลุงเคยอยู่ คล้ายมีเสียงกระซิบคอยเวียนวนอยู่ข้างๆ ว่าจะเป็นอย่างไรถ้าผมวิ่งเร็วกว่านี้ จะเป็นอย่างไรถ้าผมทำได้ดีกว่านี้


4
กับตัวเอง ผมเคยเกือบตายมาหลายครั้งหลายหน

จมน้ำหนึ่งครั้งตอน ป.6 ไปเที่ยวน้ำตกกับครอบครัว ผมก้าวพลาดและลื่นตกลงไปในน้ำลึก ว่ายน้ำไม่เป็น ดิ้นรนตะเกียกตะกายขึ้นมาเหนือน้ำได้ชั่วขณะและร้องตะโกนให้คนช่วย ก่อนจะจมดิ่งหายลับไป

แหงนมองพื้นผิวน้ำเบื้องบน และคิดเสียดายว่าจบแค่นี้ใช่ไหมชีวิตนี้ อยู่บนโลกได้ไม่นานก็จะจางหายไปตลอดกาล นึกสงสัยว่าถ้าได้อยู่นานกว่านี้สักหน่อยมันจะเป็นอย่างไรนะ จะเรียนจบไหม ทำงานอะไรเมื่อจบออกมา

แต่วันตายยังเดินทางมาไม่ถึง มือของน้าปรากฏขึ้นและเอื้อมมาฉุดดึงผมขึ้นไปทันเวลา

อายุ 23 ถูกรถมอเตอร์ไซค์ด้วยกันขี่ตัดหน้าและตัดสินใจหักหลบไปชนรถเก๋งคันหนึ่ง ชั่วขณะที่ร่างหมุนลอยก่อนหล่นร่วงกระทบพื้นถนน ผมคิดเสียดายว่าชีวิตตนเองช่างแสนสั้น เสียดายบทสนทนาดีๆ ระหว่างมิตรสหายที่จากนี้ไปจะต้องสิ้นสุดลง เสียดายความบาดหมางขัดแย้งระหว่างตนเองกับแม่ที่ยังไม่เคยชำระสะสางหรือปรับความเข้าใจ

กายก่ายกองอยู่บนพื้น แต่ใจประหวัดคิดไปไกล เพลงบางอัลบั้มที่ยังไม่เคยได้ฟัง หนังของผู้กำกับชั้นครูหลายเรื่องที่ยังไม่เคยสัมผัส หนังสือที่เพื่อนฝูงให้มาและถูกวางกองไว้เต็มห้อง ชวนให้ใคร่ครวญสงสัยว่าก่อนหน้านี้เราหมดเปลืองวันเวลาไปกับเรื่องอะไร

ภาพการงานอันไม่พึงปรารถนา ภาพผู้คนนิสัยน่ารังเกียจที่เราไม่อยากพานพบข้องแวะด้วย ผุดโผล่ขึ้นมาในมโนสำนึก และตบหน้าเราแรงๆ ว่าเรามัวแต่ทำอะไรกันอยู่ ทำไมไม่ให้เวลา ไม่เห็นความสำคัญ ไม่เอาใจไปขุดค้นแสวงหาสิ่งที่ชอบที่ใช่

เราตระหนักดีว่าอะไรเป็นสิ่งสำคัญ แต่เราก็ปล่อยวันเวลาให้หลุดไหลล่วงเลยไปเรื่อยๆ แล้วก็กลับมาตระหนกฉุกคิดได้อีกครั้งเมื่อมีใครสักคนจากไป สุดท้ายจนแล้วจนรอดเราก็ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการเสียดายวันเวลาที่ผันผ่าน


5
New Year's Resolution ของปีที่กำลังจะมาถึงคล้ายเป็นลิสต์ที่กลวงเปล่า เป็นหลักไมล์อันไร้ค่า ในเมื่อจุดมุ่งหมายแต่ละข้อของปีที่แล้วยังไม่เคยเริ่มต้นเดินหน้า

เรามั่นใจแล้วหรือเปล่าว่าจุดหมายปลายทางของชีวิตจะเลือกสรรจัดวางไว้ที่ไหน เรามั่นใจกันใช่ไหมว่าวันเวลาที่เหลืออยู่จะถูกใช้จ่ายไปกับใคร สิ่งไหน และอย่างไร เราภูมิใจได้หรือไม่ว่าวันเวลาที่ผ่านมาล้วนมีค่ามีความหมาย ไม่มักง่ายน่าอับอาย เราจะไม่เสียดายกันจริงๆ ใช่ไหม เมื่อความตายและวันสุดท้ายได้เดินทางมาถึง

มีเรื่องราวใดไหมที่เรายังทำไม่สำเร็จ มีสิ่งใดอีกไหมที่ยังค้างคาอยู่ในใจไม่เคยถูกชำระสะสาง ความตายของผู้คนรอบตัวบอกสอนสิ่งใดแก่เราบ้างไหม หรือการสูญหายของพวกเขาเป็นเพียงสิ่งไร้ความหมาย ไม่มีความสลักสำคัญ

นี่ควรเป็นคืนวันที่เราได้ฝันได้ใฝ่ ควรเป็นช่วงเวลาของการเดินทางไปบนสิ่งที่คิดที่เชื่อ เป็นโอกาสให้หัวใจได้เรียนรู้ความเจ็บช้ำผิดหวัง ได้ลองผิดลองถูกล้มลุกคลุกคลานบ้าง สัมผัสทั้งห้วงสุขสมและช่วงเจ็บปวดรวดร้าว เพื่อเรียนรู้ทำความเข้าใจเงื่อนไขและข้อจำกัด ควรเป็นเวลาที่เราครุ่นคิดใคร่ครวญให้แน่ใจ ว่าวันนี้ พรุ่งนี้ เราจะใช้จ่ายวันเวลาไปกับใคร แบบไหน อย่างไร

ก่อนที่เราจะตาย

ไม่สมควรมีใครตายจากไปทั้งที่อยู่ในวัยหนุ่มสาวหรอก เพียงแต่ไม่มีใครรู้ว่าโลกยังมีเวลาเหลือให้เรามากน้อยแค่ไหน อย่างน้อยที่สุด เราน่าจะตอบตัวเองกันให้ได้ว่าเรามีชีวิตอยู่ไปเพื่อสิ่งใด เงิน ชื่อเสียง ทรัพย์ศฤงคาร อำนาจบารมี หน้าตาในสังคม หน้าที่การงาน อุดมการณ์ ความใฝ่ฝัน เพื่อน มิตรภาพ ความรัก หรือมันอาจเป็นเหตุผลง่ายๆ ก็ได้

เช่นการอยู่เพื่อใครสักคน.
SHARE
Writer
Thankwian
labour worker
Nothing important

Comments

imonkey7
5 years ago
เจ้าเด็กดาร์คจริง
แต่ละเรื่องพี่ท่านมืดมนและเจ้าถึงมากๆ
^^
Reply
Bastet
5 years ago
เรียบเรียงได้ลื่นไหลแล้วครับ
แต่ติดอยู่นิด หั่น 4 ช่วงหลังออกมาเป็น 5 น่าจะกลมกลืนกว่า

ถ้า นิวเยียร์'ส โซลูชั่น แยกออกมาอยู่โดดๆ ผมว่าพลังน่าจะเยอะกว่านี้ครับ
Reply
5W1H
5 years ago
เราชอบอ่านคอมเมนท์ที่มีประโยชน์แบบนี้เพราะเราทำไม่ได้ เรารู้แค่ว่าเราคิดว่ามันดี/ไม่ดี เราชอบ/ไม่ชอบ แค่นั้นเองง่ะ
Bastet
5 years ago
กับคนอื่นเราไม่ทำหรอก เดี๋ยวโดนหาว่ายุ่งอีก

ทำแค่เฉพาะคนที่รู้กัลล์เท่านั้นแหละ :p
5W1H
5 years ago
เฮือกกกกกกก :3