สิ่งที่อยู่เบื้องหลังปีกของอิคารัส
ปกรณัมของกรีกกับเรื่องของอิคารัสนั้นเรียกว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องเด่นไม่แพ้กับอีเว้นท์ของซุสหรือเทพองค์อื่น ๆ เลย ซึ่งเรื่องนี้แทรกคติหนึ่งเก็บเอาไว้อย่างแยบยลและน่าสนใจทีเดียว ซึ่งตอนแรกก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรกับเรื่องนี้เท่าไหร่จนกลับมานั่งคิดดูดี ๆ แล้ว มันน่าสนใจไม่น้อยจนต้องขยายความมันสักหน่อย

มันคือเรื่องของการรู้สิทธิ์ รู้หน้าที่ และรู้ขีดความสามารถของสิ่งต่าง ๆ ที่ตนเองมีอยู่ในครอบครอง

เท้าความสั้น ๆ เกี่ยวกับเรื่องราวของอิคารัสสักเล็กน้อย คืออิคารัสนั้นเป็นคนลูกและเขามาพร้อมกับบิดาของเขาคือเดดาลัสนั่นเอง (ถ้าใครสนุกกับเกม God of War คงจะจำพ่อลูกน่าสงสารคู่นี้ได้เป็นอย่างดี... อนึ่งว่าไม่พูดถึงเพื่อไม่สปอยล์และไม่ให้เนื้อหาเยิ่นเย้อครับ)

โศกนาฏกรรมครั้งนี้สาวความยาวไปจนถึงท้าวไมนอสผู้มีพระชายาชู้วัวจนได้ราชบุตรเป็นอสุรกาย "มิโนทอร์" ที่เลื่องชื่อ (ในทางโหดร้าย) นั่นเพราะคำสาปของเทพที่สร้างความวุ่นวายทิ้งเอาไว้ให้กับท้าวเธออยู่ ทรงหนักพระทัยเรื่องดังกล่าวซึ่งจะประหารเสียก็มิได้ จึงทรงเรียกช่างเดดาลัสผู้ปราชญ์เปรื่องเข้าเฝ้าพร้อมบุตรชายตนเอง "อิคารัส"

โปรดให้สร้างทางเขาวงกต "ลาบิรินทร์" (Labyrinth ; ซึ่งกลายเป็นคำเรียกทางวงกตหาทางออกลำบากในภายหลัง) ในดินแดนที่เกาะทางใต้ของราชอาณาจักรนามว่า "เกาะครีต" เพื่อขังอสูรคลั่งตัวนี้เอาไว้ให้เป็นที่เรียบร้อย ทุกอย่างเข้าที่เป็นอย่างดีและมิโนทอร์ก็หลงอยู่ในทางเขาวงกตอันนั้น และภายหลังจะมีวีรบุรุษเจ้าอาณาจักรไมนิซีอย่างเพอร์ซีอุสมาปราบมันเสียภายหลัง

อนิจจา... ช่างสองพ่อลูกกลับไม่ได้กลับบ้าน แต่ติดอยู่ที่เกาะครีตแห่งนั้นพร้อมกับเจ้าอสูรร้ายตัวนั้นด้วย แต่ความหวังจะกลับบ้านยังคงอยู่ในใจของสองพ่อลูกเสมอมาจนกระทั่งวันหนึ่งที่เรื่องทุกอย่างจะได้จบลงด้วยรอยน้ำตา

อิคารัสหนุ่มน้อยก็สมองเฟื่องไม่แพ้พ่อเลยเสนอพ่อว่าเขาเห็นปีกของนกมันพาเจ้าตัวน้อยพวกนี้โบยบินไปไหนก็ได้ คนเป็นพ่อก็เห็นด้วยเลยร่วมมือกันสร้างเจ้าปีกขนาดใหญ่เพื่อทั้งสองคนนี้จะได้บินขึ้นท้องฟ้าหนีออกจากเกาะครีตเสียที

ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี จนสุดท้ายบุตรเดดาลัสนั้นไม่ยอมเชื่อฟัง กลับลิงโลดใจเพราะว่าตนเองบินได้ ค่อย ๆ บินสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนหวังว่าจะบินไปถึงดวงอาทิตย์ อนิจจา หารู้ไม่ว่านั่นคือวินาทีสุดท้ายในชีวิตที่ทำให้เขาต้องจมลงสู่ทะเลอิคาเรียนที่ผู้เป็นบิดาตั้งชื่อเอาไว้เพื่อจดจำและแขวนปีกไว้ที่วิหารอพอลโลที่เขาสร้างเอาไว้และเลิกคิดจะบินไปจนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายของตัวเอง

นั่นคือเรื่องราวทั้งหมดของสองพ่อลูกเจ้าของโศกนาฏกรรมนี้ แต่หันกลับมามองสังเกตดูดี ๆ จะเห็นว่าอิคารัสนั้นไม่ต่างอะไรกับเราท่านที่มีความสามารถมีสิทธิ์ต่อสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวเราและถือสิทธิ์เป็นเจ้าของได้

เรากล่าวอ้างว่านี่เป็นสิทธิ์ของเรา
เรากล่าวอ้างว่าเรามีสิทธิ์ในสิ่งสิ่งนี้ 
แต่พออ้างสิทธิ์กันมาเกินไป ก็กลับลืมสิ่งที่เรียกว่า "หน้าที่" ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสิทธิ์เป็นสิ่งที่เหมาะสมหากว่าใช้มันแต่พอดี เพื่อว่าเราจะได้กล่าวอ้างเพื่อปกป้องสิ่งใดที่อยู่ในการดูแลของเรา เป็นลูกของเรา เป็นสิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวของเราที่ไม่ให้ใครถือวิสาสะเอาเสียได้ นั่นคือการใช้สิทธิ์ที่เหมาะสม 
แต่การอ้างสิทธิ์เกินเลยความเหมาะสมและไปล่วงเกินความเป็นส่วนตัวคนอื่นนั่นเองก็ไม่ต่างอะไรกับการที่อิคารัสบินขึ้นไปจนใกล้ดวงอาทิตย์สุดท้ายการอ้างสิทธิ์ของเราก็กลายเป็นการฆ่าเราเสียเอง เราอ้างสิทธิ์ที่เราควรจะได้รับมากเกินไปจนลืมไปว่าเราล่วงเลยไปสู่ถิ่นของคนอื่นที่เขาก็อ้างสิทธิ์ปกป้องสิ่งที่อยู่ภายใต้การดูแลของเขาได้เช่นกัน เช่นกันกับอิคารัสที่โดนความร้อนหลอมเทียนไขที่เอามาเชื่อมกิ่งไม้กับขนนกละลายเสียหมดและตกลงสู่พื้นทะเลอิคาเรียน

ถ้าเรามองถึงจุดนี้เป็นจุดแรก จะเห็นว่าเรื่องราวของอิคารัสนั้นจะบอกเราถึงการ "ใช้สิทธิ์" ให้เหมาะสมกับกาละและเทศะ กอปรกับการที่เดดาลัสได้เตือนลูกชายเอาไว้อีกว่าจงบินตามตนมาอย่าออกนอกลู่ทางไปไหนและอย่าใกล้ดวงอาทิตย์ ไม่เช่นนั้นเจ้าจะตาย

หากว่าอิคารัสเชื่อพ่อเสียแต่โดยดีไม่บินซุกซนไปเรื่อย เขาก็คงจะได้กลับบ้านไปอย่างมีสุขกับพ่อของเขาแล้ว เพราะอย่างนี้การกระทำของอิคารัสนั้นเหมือนจะบอกกลาย ๆ กันว่าถ้าผู้หวังดีอย่างบริสุทธิ์ใจบอกกับเราแล้วก็ควรเชื่อเอาไว้เสียบ้าง จะได้ไม่ต้องกลับมานั่งเสียใจภายหลัง

แต่อันนี้ไม่นับรวมกับสิ่งที่มาจากการพิจารณาอย่างดีแล้วเพื่อคัดค้านกับสิ่งที่เป็นความเชื่อหัวเก่า อันนี้เป็นสิ่งยกเว้นเอาไว้ ไม่เช่นนั้นเราคงจะไม่มีสิ่งใหม่ ๆ เกิดขึ้นในโลกนี้

เพราะเราฆ่าแนวคิดเก่าบางอย่างทิ้งและรักษาบางแนวคิดเอาไว้ด้วย เพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ ไม่อย่างนั้นเราก็คงจะต้องใช้เศษไม้ปั่นกับแท่นหินเพื่อจุดไฟอยู่แน่ ๆต่อมากับนาทีสุดท้ายของชีวิตของอิคารัสก็ทิ้งความรู้สึกอันเจ็บปวดเก็บเอาไว้กับเดดาลัสผู้เป็นบิดาของตนเองที่ยังมีชีวิตอยู่หลังจากที่ลูกชายของเขาตายไปแล้ว เขาปฏิเสธที่จะกลับไปบินอีกครั้งหนึ่งเสียสิ้นเพราะโศกนาฏกรรมนั้นทำให้เขาฝังใจจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

เหมือนจะไม่มีอะไรแล้ว แต่การกระทำของคนสักคนหนึ่งที่สำคัญต่อชีวิตของใครอีกคนหนึ่งนั่นแหละครับคือสิ่งสำคัญที่อาจจะทำให้คนคนหนึ่งเลือกทำหรือล้มเลิกสิ่งที่นั้นไปจากชีวิตได้เลย

การตายของอิคารัสคือการปิดฉากการค้นคว้าด้านการบินของบิดาอย่างเดดาลัสไปเสียเรียบร้อย ซึ่งถ้าหากว่าอิคารัสไม่ทำตามใจและบินกลับบ้านไปให้เรียบร้อยเสียก่อน เราอาจจะเห็นเทคโนโลยีการบินที่ก้าวหน้ากว่านี้ก็เป็นไปได้

ดังนั้นเวลาทำอะไรสักอย่างหนึ่งนั้น เป็นสาระสำคัญที่คนสักคนหนึ่งควรคิดสักหน่อยก่อนจะทำลงไป ไม่อย่างนั้นคงจะได้เห็นโศกนาฏกรรมนั้นซ้ำอีกครั้งหนึ่งก็เป็นไปได้
SHARE
Written in this book
Just think
คิดอะไรได้ก็เขียน เท่านั้นเอง
Writer
PsychoPlay
psychopath
A psychopath who dress in a ordinary people skin.

Comments

imonkey7
5 years ago
ชอบครับ อิคารัส ก็เป็นตัวละครที่เก่งมาก
บนความอัจริยะที่แสนดื้อรั้น...
Reply
imonkey7
5 years ago
เห็นด้วยครับ #กูเกิ้ลแพร็พ555+
PsychoPlay
5 years ago
ความอยากรู้อยากเห็นเป็นสิ่งที่ทำให้แมวตาย

เปรียบเปรยว่าคนที่อยากรู้อยากเห็นเสียทุกเรื่องจนสุดท้ายมันกลายเป็นภัยกับตัวเอง คือเลือกจะรับรู้และไม่รับรู้บางเรื่องน่ะครับ
imonkey7
5 years ago
^^