03 : อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ถ้ายังมีชีวิต

เครื่องลงจอดท่าอากาศยานคันไซเรียบร้อยแล้ว แถวนักเดินทางยาวมาก ยาวจนกินเวลานานเกือบๆชั่วโมงกว่าจะหลุดออกมาจากด่านตรวจคนเข้าเมือง แน่นอนว่าส่วนใหญ่เป็นคนไทย เดาเอาจากเสียงตะโกนอธิบายขันตอนเป็นภาษาไทยจากชายคนหนึ่ง ซึ่งผมเดาว่าน่าจะเป็นไกด์ของทัวร์ใดทัวร์หนึ่งในแถวยาวเหยียดนี้ ผมเองได้รับการช่วยเหลือเรื่องการกรอกบัตรเข้าเมืองจากคนไทยที่เข้าคิวอยู่ใกล้ๆกันนี้แหละ ที่ญี่ปุ่น คุณต้องระบุลงไปในบัตรเข้าเมืองว่าคุณจะพักที่ไหน และเพราะว่าผมยังไม่มีที่พำนับในคืนนี้ ผมจึงไม่รู้ว่าต้องกรอกอะไรลงไป สุดท้ายเมื่อได้คุยกับเจ้าหน้าที่ถึงรู้ว่าไม่มีปัญหา สามารถกรอกลงไปว่าพักในสนามบินได้เลย ระยะเวลาสัปดาห์เดียวไม่ใช่เรื่องที่เขาจะมาซีเรียส

อาจเพราะกาแฟแก้วเดียวตลอดวันคงไม่เพียงพอต่อพลังงาน ระหว่างเข้าคิวอยู่ จู่ๆ ท้องใส้ก็ปั่นป่วนขึ้นมาโดยรู้สาเหตุ เห็นทีผมคงไม่รอด ต้องหาอาหารทานภายในสนามบินเป็นแน่ และทำได้แต่ภาวนาให้ผ่านส่วนนี้ไปไวๆ

จนมาถึงปราการด่านสุดท้ายก่อนถึงประตูทางออก เจ้าหน้าที่เต็มยศขอพาสปอตและริบไว้
"มากี่วัน มาทำไม มีของอะไรผิดกฏหมายในรายการนี้มั้ย" เจ้าหน้าที่ถามอย่างละเอียด แม้ผมจะปฏิเศษไปทั้งหมดทั้งสิ้นว่าไม่มีสิ่งของผิดสำแดง แต่ดูเหมือนจะไม่รอด อาจเป็นเพราะหน้าตาลอกและและตอบเสียงตะกุกตะกักก็ได้ที่ทำให้เขาสงสัยผม ซึ่งมันก็คงไม่แปลกอะไร เขาขอนุญาติตรวจกระเป๋า เป้ใบใหญ่ถูกรื้อค้นสิ่งของทุกอย่าง นำมากองให้เห็นกันจะๆ ผมชะโงกไปดูช่องข้างๆ พบว่ามีชะตากรรมไม่ต่างกัน นอกจากเสื้อผ้า หนังสือ กล้อง ไอแพด ก็ไม่ไม่มีอะไรอื่นเลย บอกแล้วว่าไม่มีอะไรหรอก แม้แต่ตังยังแทบไม่มีเลย แม้อยากจะบอกไปแบบนั้น แต่ผมก็ทำได้แค่คิดในใจ

"ยินดีต้อนรับสู่ญี่ปุ่น" เจ้าหน้าที่พูดขึ้นหลังจากยัดทุกสิ่งกลับลงกระเป๋าให้ผมตามเดิม เขาทำความเคารพหนึ่งทีตามระเบียบ ปล่อยให้ผมรื้อข้าวของออกมามาใหม่และจัดด้วยตัวเองต่อไป

พอออกมาด้านนอก สัญญาณไวไฟฟรีก็ต่อให้อัตโนมัติ ผมกำลังจะพิมพ์ไปบอกเพื่อนว่ากูมาถึงแล้ว จะให้กูไปรอไหน แต่ยังไม่ทันได้พิมพ์ ข้อความจากเพื่อนก็เด้งขึ้นมา

"กูตกเครื่องวะ กำลังรอเครื่องรอบต่อไป น่าจะไปถึงช่วงเช้า ประมาณหกโมง"

เหี้ยยยยยยยยยย ผมอุทานดังลั่นในใจ หลังจากนั้นก็ค่อยๆพิมพ์ไปถามมัน จับใจความได้ว่าเกิดจากความผิดพลาดในการต่อคิว เนื่องจากสายการบินมันมีสองไลน์ (เช่นแอร์เอเชียกับแอร์เอเชียเอ็ก และนกแอร์กับนกสกู้ต) พอกว่าจะกลับตัวได้ อีกช่องหนึ่งก็ปิดให้เชคอินไปแล้ว เออช่างมัน แม่งพลาดเอง และพอเป็นสายการบินแบบโลว์คอสก็ทำอะไรไม่ได้ ที่ทำได้มากสุดก็เพียงเปลี่ยนตั๋วใหม่ และตอนนี้ท้องใส้ผมก็หิวมากแล้ว จะมัวโอดครวณไปก็คงไม่ได้อะไรขึ้นมา เลยตกลงกับมันว่างั้นกูหาไรกินก่อนละกัน เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้ามาถึงค่อยว่ากันใหม่ว่าจะวางแผนการใช้ชีวิตยังไงต่อ

เป็นอันรู้กันว่ากว่าจะเช้าก็ยาวนานเกือบสิบสองชั่วโมง มีเวลาเหลือมากโข เดินถามรายละเอียดการเข้าเมืองจากคนไทยแถวนั้นจนทึกทักไปเองได้ว่ามันคงไม่ยาก หลังจากนั้นก็เดินไปร้านอาหารที่ใกล้ที่สุด แน่นอนว่ามานี้ก็ต้องราเมง ในสถานีมีร้นอาหารให้เลือกมากตามความชอบ ผมเดินเข้าไปร้านราเมงแรกสุด หยุดดูราคา กลืนน้ำลายหนึ่งที่(ราคาแพงราวๆกับยาโยอิ) วามหิวตอนนี้คงไม่มีเวลาให้เลือกมากแล้ว จึงตัดสินใจ เอาวะ กินก็กิน ร้านราเมงที่นี่เจ๋งดี เริ่มจากการสั่งเส้น แล้วจะได้ราเมงเปล่าๆมาหนึ่งชาม ก่อนจะให้ขยับไปทางขวา เลือกท้อปปิ้งตามต้องการ จะเอาเทมปุระกี่ชิ้น เอาเครื่องเคียงมากแค่ไหนก็ใส่ไป แล้วค่อยไปเชคบิลรวมอีกที ถ้าใครที่คุ้นเคยกับการกินเบอร์เกอร์ซับเวย์คงเข้าใจขั้นตอนไม่ยาก สั่งง่าย กินง่าย แต่หนักใจตอนจ่ายตัง

หลังจากอิ่มและกำลังหาที่พักในสนามบิน ผมเจอใบปลิวให้เช่าเลานจ์เพื่อรอเวลา ราคา 9 ชั่วโมง 4000เยน และนั่นเป็นราคาที่ทำให้ผมเหวออีกครั้ง แค่คอกเล็กๆพอให้งีบหลับได้ ไม่มีที่นอน มีเก้าอี้โซฟา คอมพิวเตอร์ เหมือนคอกพนักงานออฟฟิศดีๆนี่เอง ไม่เอาๆ เวลาเหลือเยอะแยะ ผมจึงกดดูที่พักใน booking ได้ราคาสองพันเยนแถวๆย่านซินเซไก แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในเมืองโอซาก้าพอดี จึงตัดสินใจว่าเอาที่นี้แหละวะ อย่างน้อยก็ยังได้ห้องส่วนตัวในราคา 2000 เยน คิดได้ดังนั้นก็ตีตั๋วรถไฟแบบถูกที่สุดเพื่อเข้าไปยังที่พัก

ประทับใจคนญี่ปุ่นอีกอย่างก็ตรงนี้ ผมไม่รู้เลยว่าต้องขึ้นสถานีไหน ฝั่งไหน แต่นายสถานีก็ยังพยายามอธิบายจนผมเข้าใจได้ง่ายๆ และไม่ต้องใช่จ่ายค่าเดินทางแพงนัก รถไฟที่นั่งเข้าเมืองคล้ายๆแอร์พอตลิ้งค์ ตรงยาวไปยังสถานีหลัก แล้วให้เปลี่ยนเส้นทางเอาเอง

ประมาณชั่วโมงกว่าก็มาถึงทีพักพอดี ห้องขนาดที่พอวางของ จัดแจงกระเป๋าและเอาชีวิตรอดไปได้คืนหนึ่งดูคุ้มค่าราคาอยู่ เมื่อได้ที่พักในคืนแรกแล้วก็โล่งใจ เก็บข้าวของเข้าที่ เปิดแมพ เดินไปยังย่านท่องเที่ยวและของกิน (ย่านนี้สนุก ไว้คงได้เล่าแบบละเอียดๆ)

เบียร์ลายมังกรหนึ่งกระป๋องจากตู้อัตโนมัติและบุหรี่ในมืออีกข้างพอให้ผมเดินไปตามถนนได้อย่างสบายๆ เวลาเกือบๆสี่ทุ่ม ร้านส่วนใหญ่เริ่มเก็บกันแล้ว ชายหนุ่มในสูทดำกลุ่มใหญ่เดินออกมาจากร้านอาหาร แยกย้ายกันไปในเส้นทางของตัวเอง

ผมสงสัยว่าคนไทยที่เห็นเยอะแยะเมื่อลงจากรถมา เขาหายไปไหนกันหมด

ยิ่งดึกยิ่งหนาว และที่ผมนอนพักในคืนนี้เป็นย่านนักท่องเที่ยว ดังนั้นภาพคนเดินจับมือกันจึงเป็นเรื่องที่เห็นได้ประปราย ข้ออ้างของอากาศหนาวอาจมีไว้เพื่อการนี้ บางทีเมื่อมีใครข้างกาย ถุงมือก็อาจไม่จำเป็น และในตอนนี้มือผมก็เย็นพอสมควร หัวมุมถนนที่พัก ร้านอุด้งเล็กๆยังเปิดอยู่ ดูเหมือนว่าคุณลุงจะรู้ดีว่าดึกๆแบบนี้ยังมีนักท่องเที่ยวท้องกิ่วหลงเหลือมาอยู่บ้าง ผมเดินเข้าไปสั่งอุด้งเทปปุระ สนนราคา350เยน ด้วยความชำนาญ ไม่กี่นาทีต่อมาอุด้งขวัณขโมงก็ถูกยกมาวางโชว์ตรงหน้า ข้างกันมีชายหนุ่มชุดสูทยืนสูดน้ำอุด้งเสียงดังน่าเอร็ดอร่อย ผมมองและพยายามทำตาม แต่ลิ้นรับรสของเราคงเป็นคนละเกรด น้ำในชามร้อนเกิดกว่าผมจะยกซดอย่างผู้ชำนาญ ทีนี้ไม่มีช้อนเช่นเคย การกินในตอนท้ายจึงเป็นเรื่องยากลำบาก กว่าจะรู้ตัวอีกที ผมวางตะเกียบไว้และยกขึ้นดื่มแทนน้ำ เรากับพ่อครัวไม่ต้องมีบทสนทนากันมาก หลังจากทานเสร็จ จ่ายเงิน แล้วเดินออกไปโดยมีเสียงขอบคุณไล่หลังตามมา

บาร์เหล้าเล็กๆแห่งหนึ่งยังเปิดให้บริการอยู่ ผมเดินไปทอดทิ้งเวลาอย่างสิ้นเปลืองในร้านนั้นกับเบียร์อีกหนึ่งขวด ตึงๆพอดีสมควรแก่เวลาเข้าที่พัก ขากลับไม่จำเป็นต้องใช้แผนที่แล้ว ระยะทางจากที่พักกับโซนร้านอาหารอยู่ห่างกันเพียงห้านาที

ทำไมคนไทยถึงอยากมาเที่ยวญี่ปุ่นกันนักนะ
ในตอนนี้ผมรู้สึกว่าไม่ต้องรอให้ถึงวันสุดท้ายของการเดินทางหรอก
แค่วันแรกๆก็ดูเหมือนว่าผมจะได้คำตอบแล้ว

"กูอยู่ฮ่องกงละ รอต่อเครื่องไปคันไซอีกสามชั่วโมง"
มันส่งข้อความมาบอกผม
ซึ่งกว่าจะเห็นก็ทิ้งเวลาจากช่วงนั้นนานพอดู

ตอนนี้อากาศกำลังเย็นสบาย
และหวังว่าพรุ่งนี้ผมจะไม่ตื่นสายจนเกินไป

(และไม่แปลกใจว่าทำไมคนมาญี่ปุ่นแล้วถึงอยากเขีนหนังสือกันนัก ก็บ้านเมืองมีเอกลักษณ์เสียขนาดนี้ ลืมไอ้ที่เคยเห็นในทีวีไปได้เลย ของจริงดีเทลเพียบบบ ถ้าไม่ขี้เกียจเกินไป คงได้แวะมาเล่าให้ฟังอีก)
SHARE
Writer
khaikung
storylog reader
เป็นคนธรรมดาที่ชอบหาเรื่องใส่ตัว ยินดีที่ได้รู้จักครับ IG : khaikung_journey , Ask.fm : @khaikung

Comments

zupisets
5 years ago
เบียรรรรรรรรรรรรรรรรรร์
Reply
lalajinx
5 years ago
ใจติดอยู่ที่เบียร์ลายมังกร แอร๊ยยยยย
Reply
imonkey7
5 years ago
สู้ต่อไปทาเคชิ
Reply
PublicBird
5 years ago
อย่าขี้เกียจเลยครับ รอฟังอยู่ครับ
Reply
PP2491
5 years ago
ชอบค่ะ
Reply