พบเพื่อน.

2010 | ดึกดื่นคืนนั้นพระจันทร์ไม่ส่องแสง

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ถ้าเป็นในค่ำคืนปกติ ผมคงหลับไหลไม่ได้สติไปนานแล้วและไม่ว่าสุ้มเสียงใดก็ไม่อาจรุกล้ำกล้ำกรายเข้ามาในความฝัน หากแต่คืนนี้ต่างออกไป ผมรับสายเขาแล้วเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้า รับปากไปแล้วว่าจะลืมตาตื่นอยู่ที่โต๊ะตัวนี้ไม่หนีหายไปไหน

“มีสักพันไหมวะ” น้ำเสียงของเขาดูแหบแห้งเมื่อฟังจากโทรศัพท์ ดูเหมือนนี่จะเป็นอีกคืนที่คนบนฟ้าบนสวรรค์สรรค์สร้างความยากลำบากมามอบให้

เรายังเรียนไม่จบกันทั้งคู่ เขามีปัญหาครอบครัวร้ายแรงถึงขั้นชีวิตพลิกผัน แม่เพิ่งเสีย ส่วนพ่อก็หนีไปมีครอบครัวใหม่ พี่น้องสามคนกระจัดกระจายดิ้นรนเอาตัวรอด ส่วนผมเกลียดชังห้องเรียนถึงขั้นสาบส่งและขอหลีกหนีให้ห่าง แม้จะคิดฝันใฝ่ตั้งใจเก็บเงินแต่ลงท้ายก็ไปไหนได้ไม่ไกล ใช้จ่ายเดือนชนเดือนอยู่อย่างนั้น

"แย่ว่ะ" รอยยิ้มยังมีให้เห็นบนใบหน้า แต่เสียงหัวเราะของเขาขาดห้วงและฟังดูหน่วงหนัก ปกติได้ยินเขาหัวเราะทีไรแล้วผมเป็นต้องหลุดหัวเราะตามไปด้วยทุกครั้ง เสียงหัวเราะของเขาเป็นธรรมชาติ ไม่มีท่าทีเสแสร้งแกล้งทำ หากแต่ครั้งนี้มันดูกลวงและว่างเปล่า สิ้นไร้เรื่องราวความสุขในเสียงเหล่านั้น

ผมบอกให้นอนพักที่นี่สักคืน หลับสักตื่น พักฟื้นเอาเรี่ยวเอาแรง เช้ามาค่อยลุกขึ้นต่อสู้ชีวิตกันใหม่ (น้าแอ็ด-ยืนยง คงเห็นด้วยกับผมว่าไม่ใช่แค่เรื่องรักหรอกที่ต้องสู้ คนเราก็ต้องต่อสู้กับหัวใจตัวเองมันทุกเรื่องนั่นล่ะ)

เงินพันห้าที่วางอยู่บนโต๊ะตักเตือนผมว่าถ้าจะให้เพื่อน นั่นหมายความว่าวันเวลาที่เหลืออยู่ของเดือนก็จำต้องใช้สอยอย่างประหยัด ดึกดื่นคืนนั้นพระจันทร์ไม่ส่องแสง มันช่างเป็นคืนที่มืดมิดสำหรับผมและเพื่อนหนุ่มเหลือเกิน



2012 | เย็นย่ำนั้นฝนตกพรำจนหมดวัน

เสียงเครื่องยนต์เรือลากจูงดังโหยหวนทั่วแม่น้ำเจ้าพระยา แดดที่เคยส่องสว่างเลือนลับหายไปในหมู่มวลเมฆ ฝนสาดซัดใส่หลังคาบ้านสังกะสีริมแม่น้ำของเพื่อนหนุ่มจนน่าคิดว่าเสาและเพดานจะถล่มล่มลงสู่แม่น้ำหรือไม่

จะฟ้าถล่มแผ่นดินทลายก็ช่างมันเถอะ มันเป็นคืนวันที่ผมไม่สนใจใส่ใจอีกแล้วว่าชีวิตตัวเองจะถูกพัดพาร่อนเร่พเนจรไปทางไหน เสียงโทรศัพท์ยังคงส่งเสียงดังย้ำๆ ซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น มันเป็นเบอร์เรียกเข้าจากเจ้านายที่เพิ่งให้ผมพ้นสภาพลูกจ้าง แต่พอหาคนทำงานแทนไม่ได้ก็กลับมาโทรตามถามหาอ้อนวอนขอให้ช่วย ความใจอ่อนทำให้ผมยอมตกลงรับปากไปเมื่อวาน แต่ก็นึกสงสัยขึ้นมาว่าจะต้องพาตัวเองไปอยู่ในสภาวะและเงื่อนไขอันน่ารังเกียจแบบนั้นอีกทำไม

"ขออยู่ที่นี่สักพักนึงว่ะ สักพักค่อยกลับบ้าน" ผมเล่าให้เพื่อนหนุ่มฟังว่าไม่รู้ชีวิตจะเอาอย่างไรกันต่อดี เขาหัวเราะและบอกเราก็ไม่ได้ต่างกันสักเท่าไหร่ แต่หนักกว่านี้เราก็เคยผ่านกันมาได้ ถึงอย่างไรมันก็คงไม่แย่ไม่เลวร้ายโลกสลายไปมากกว่านี้อีกแล้ว

"จะอยู่นี่ไปตลอดชีวิตก็ได้" ไม่รู้ว่าเขาพูดเล่นหรือเอาจริง ผมกระดกเบียร์เข้าปาก มันเป็นวันคืนที่ผมรู้สึกว่าคงไม่มีเบียร์ขวดไหนทำให้หัวใจชุ่มชื่นได้มากกว่านี้

"มีอะไรก็ช่วยเหลือกัน" ห้าปีก่อนผมบอกเพื่อนหนุ่มเช่นนี้และยื่นเงินหนึ่งพันให้เขา มันเป็นคำพูดเดียวกับวันนี้ที่เขาใช้ และรีบโอนเงินให้ทันทีเมื่อผมโทรขอความช่วยเหลือ

เสียงโทรศัพท์ยังคงดังต่อเนื่อง เบอร์เจ้านายปรากฏบนหน้าจอ ผมตัดสินใจปิดมันแล้วพาตัวเองออกไปนั่งริมระเบียงรับไอเย็นจากม่านฝน ความมืดเริ่มกลืนกินเข้าครอบครองแผ่นฟ้า ในวันที่เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าและหนทางยาวไกลเกินกว่าสายตาจะมองเห็น ผมภาวนาให้เราทั้งคู่ยังมีความหวังเหลือพอให้ก้าวเดินในวันพรุ่งนี้



2015 | อากาศข้างนอกเหน็บหนาว ไร้แสงดาวพร่างพราวบนฟ้า

"อ่ะ" เพื่อนหนุ่มผสมว็อดก้ายื่นมาให้ ผมรับไว้แต่ยังไม่ดื่ม ก้มหน้ามองแก้วในมือแล้วก็พลันหวนกลับไปนึกถึงอีกหลายค่ำคืนที่ผ่านมาระหว่างเรา

อาจจะเมาหรือเปล่า, ไม่รู้ เม็ดฝนที่เพิ่งหยุดตกไปไม่นานก็คงพอมีส่วนให้ได้ระลึกถึงเรื่องราวคืนวันเก่าๆ

ผมเคยเผลอบอกรักเพื่อนในค่ำคืนหนึ่ง ด้วยความเมาเลยจดจำสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้แน่ชัด แต่อยู่ดีๆ ก็บอกไปว่าในฐานะความเป็นเพื่อน กูรักมึงมาก

ไม่ว่าจะมองจากแง่มุมใดของสังคม เราทั้งคู่ไม่ใช่คนที่ดีสักเท่าไหร่ เราเป็นลูกที่ไม่เอาไหน เป็นคนรักที่ไม่ได้เรื่อง ยิ่งหน้าที่คนดีศรีสังคมยิ่งห่างไกล เราเป็นคนใช้ไม่ได้เลยในแทบทุกเรื่อง

แต่เราพยายามจะเป็นเพื่อนที่ดี

ผมเป็นคนมีเพื่อนไม่มาก ตั้งแต่ประถม มัธยม กระทั่งล่วงถึงวัยทำงาน นับเฉพาะคนที่รู้จักรู้ใจจริงๆ ไม่น่าจะเกินนิ้วมือทั้งสองข้าง ความทรงจำลบเลือนไปบ้าง แต่ความรู้สึกยังกระจ่างชัด จดจำได้ถึงบางวันที่เราร่วมสุขสม และอีกบางคืนที่เราจมจ่อมตรอมตรมอยู่กับความโศกเศร้า

นับวันความจริงใจกลายเป็นสิ่งที่หาได้ยาก ผู้คนที่เข้ามาสัมผัสสัมพันธ์เต็มไปด้วยเกราะกำบังและพร้อมที่จะแสวงหาแต่ผลประโยชน์จากกันและกัน แต่กับเพื่อนบางคน ใช้ชีวิตด้วยกันมาขนาดนี้ โดยไม่ต้องเอ่ยวาจาใดก็เข้าใจกันว่าระหว่างเรานั้นว่ากันอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีตั้งแง่วิธีคิดเรื่องใครได้เปรียบเสียเปรียบ

ถ้าเราเชื่อว่าเพื่อนกิน เพื่อนหลอกลวงนั้นมีจริง เราก็ต้องเชื่อด้วยว่าเพื่อนแท้มีจริง และในหนึ่งชีวิตนี้ เพียงมีเพื่อนแค่คนเดียว ก็อาจนับได้ว่าคุ้มค่าแล้วที่เกิดมา

ผมไม่ใช่เพื่อนที่ดีนักหรอก หลายครั้งหลายหนเลยที่ไม่สามารถเป็นที่พึ่งพาอาศัยให้กับเพื่อนได้ แต่เขาต่างหากที่ผมนับถือยกย่อง ชื่นชมได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าให้เกิดใหม่อีกกี่ภพกี่ชาติก็ไม่รู้ว่าจะมีใครคนไหนเป็นเพื่อนที่ดีกว่าเขาอีกไหม

เพื่อนหนุ่มนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มาได้สักพักแล้ว ผมไม่รู้ว่ามีสิ่งไหน เรื่องราวใดบรรจุอยู่ในใจของเขา อาจเป็นเรื่องความรักที่กำลังพอเหมาะพอดี หรือหน้าที่การงานที่กำลังไปได้สวย ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องอะไรมันก็น่ายินดีที่ดูเหมือนค่ำคืนนี้พวกเราจะกลับมาหัวเราะกันได้อีกครั้ง

อุปสรรคยังคงอยู่ ความเหน็ดเหนื่อยยังไม่จางหาย แต่ความทุกข์ในวันวานบอกสอนผมว่าโลกไม่มีสิ่งใดคงทนถาวรเป็นนิรันดร์ ไม่ว่าทุกข์ทนเจ็บปวดแค่ไหน ในไม่ช้าทุกสิ่งจะผ่านพ้นไป ไม่ว่าสุขสมรื่นรมย์อย่างไร อีกไม่นานความโหดร้ายทารุณจะหวนกลับมาใหม่ สิ่งที่คนเราพอทำได้คงเป็นการทำหัวใจให้แข็งแรงอยู่เสมอ พร้อมที่จะรับมือความยากลำบาก ก้าวเดินไปบนหนทางอันมืดมนหม่นหมองมองไม่เห็นแสงสว่าง

ว็อดก้าในแก้วหมดแล้ว เพื่อนหนุ่มคว้าไปผสมแก้วใหม่มาให้ บทสนทนาในค่ำคืนนี้เป็นไปอย่างรื่นรมย์ อากาศข้างนอกห้องพักเหน็บหนาว แม้มันเป็นอีกคืนที่โลกต้องตกอยู่ในความมืด ไม่มีแสงจันทร์แสงดาวพราวบนฟ้า

แต่ผมคิดว่าคนๆ หนึ่ง กำลังส่องแสงสว่างอยู่ใกล้ๆ.
SHARE
Writer
Thankwian
labour worker
Nothing important

Comments

imonkey7
5 years ago
เพื่อนที่สวยงามจะอยู่กับเราทุกเวลาที่เราไร้แสงส่องทาง
Reply
Bastet
5 years ago
พบเพื่อนแล้ว มาพบผมที่ไรท์เตอร์บ้างนะครับ
Reply
Thankwian
5 years ago
เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน 555

กราบขอขมาด้วยครับที่ต้องให้คุณรอนาน อีกสักพักนะครับบาส
Wallflower
5 years ago
ทำไมอ่านแล้วจิ้น555
Reply
GirlHappin
5 years ago
เป็นมิตรภาพที่เลอค่า ^^
Reply
scorpion_a
5 years ago
ชอบจังครับ อ่านแล้วนึกเลย "เราเป็นเพื่อนที่ดี" ของใครมั่งไหม 
Reply