วันที่ตัวกับใจไม่ตรงกัน
"คนไข้ที่มาหาผมเค้าไม่ได้มีปัญหาที่ร่างกาย เค้ามีปัญหาอยู่ในใจต่างหาก"
--ดร.มาร์ค สโลน (Dr.Mark Sloan) แพทย์ศัลยกรรมตกแต่ง
Grey's Anatomy Season 3

(ใครไม่เคยดูเรื่องนี้จะบอกให้ว่าสนุกมากนะครับ เขียนบทดีมาก ปมปัญหาของโรคจากผู้ป่วยในแต่ละตอนถูกใช้เป็นกระจกสะท้อนปมปัญหาในชีวิตของตัวละครหลักได้อย่างราบรื่น ข้อมูลทางการแพทย์ก็เพียบพร้อม แม่นยำ และยังเข้าใจไม่ยากด้วย)

แม้คำพูดนี้จะมาจากเรื่องที่ถูกแต่งขึ้นแต่ก็แฝงเอาไว้ด้วยความจริงที่สำคัญยิ่ง ผู้ป่วยที่สโลนพูดถึงนั้นปรากฎตัวให้ผู้ชมเห็นครั้งแรกในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ผู้หญิงคนนี้กลับถูกแนะนำโดยผู้หญิงอีกคนหนึ่งว่าเป็น "สามี" ของเธอ ซึ่งทำเอาเมเรดิธซึ่งเป็นตัวเอกในเรื่องเสียหลักปรับคำพูดไม่ทันไปเลยทีเดียว ความจริงคือผู้หญิงคนนี้นั้นเกิดมาเป็นเพศชายแต่เพิ่งจะรู้ตัวว่าต้องการเป็นผู้หญิงหลังจากที่แต่งงานแล้ว ซึ่งเธอก็ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากภรรยาของเธอ(ซึ่งได้ตัดสินใจว่าแม้จะไม่สามารถมีบทบาทในฐานะสามีได้แล้ว แต่ก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้)

เธอได้เปลี่ยนชื่อจากเดิมที่ชื่อแดเนียลเป็นดอนน่า และเธอก็ได้ทำสิ่งๆต่างมากมายเพื่อให้ได้เป็นผู้หญิง เช่นการเสริมเต้านม การรับฮอร์โมนเพศหญิงเพื่อกดลักษณะทางกายของเพศชาย และในวันนี้เธอก็กำลังจะรับการผ่าตัดที่สำคัญที่สุด นั่นคือการกำจัดส่วนที่เธอรู้สึกว่าเป็นส่วนเกินของร่างกายเธอออกไป และผู้ที่จะทำการผ่าตัดให้ก็คือดร.สโลน

แต่อนิจจาผลตรวจก่อนการผ่าตัดพบว่าเธอมีมะเร็งเต้านมระยะเริ่มต้นอยู่ด้วย (เพศชายก็เป็นมะเร็งเต้านมได้ แต่โอกาสเกิดน้อยกว่าเพศหญิงเยอะมาก) ซึ่งปัญหาก็คือฮอร์โมนเพศหญิง(เอสโตรเจน)ที่เธอได้รับอยู่นั้นจะกระตุ้นให้มะเร็งเต้านมลุกลามเร็วขึ้น และวิธีการรักษาที่จะทำให้เธอมีชีวิตยืนยาวที่สุดก็คือการหยุดฮอร์โมนและยุติความพยายามในการเป็นผู้หญิงเสีย

แม้ว่าคนรอบตัวทุกคนจะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าให้เธอยุติความคิดที่จะผ่าตัด แต่เธอก็ยืนยันความตั้งใจว่าต้องการจะรับการผ่าตัด ในตอนนั้นสโลนบอกกับเธอว่า "การยกเลิกการผ่าตัดและการใช้ฮอร์โมนทั้งหมดเป็นวิธีที่จะทำให้เธอมีชีวิตยืนยาวที่สุดนะ"

ดอนน่ามองกลับมาด้วยสายตาเด็ดเดี่ยวและตอบว่า "ถูกต้อง แต่ฉันจะมีอายุยืนยาวในฐานะผู้ชาย และนั่นไม่ใช่ตัวฉัน"

จนในที่สุดสโลนก็ยอมผ่าตัดให้กับดอนน่า ระหว่างการผ่าตัดนั้นเมเรดิธ(ซึ่งเป็นแพทย์ฝึกหัด)ได้ถามสโลนว่า "ทำไมถึงยอมผ่าตัดให้กับดอนน่า"

และด้านบนนั้นก็เป็นคำตอบที่สโลนให้กับเมเรดิธ "คนไข้ที่มาหาผมเค้าไม่ได้มีปัญหาที่ร่างกาย เค้ามีปัญหาอยู่ในใจต่างหาก"

เรื่องราวในตอนนี้ทำให้ผมนึกถึงผู้ป่วยคนหนึ่งที่ผมได้เจอตอนที่ผมยังเป็นนักศึกษาแพทย์ ผู้ป่วยที่ไม่ได้มีโอกาสได้เลือกตัวตนของตัวเองอย่างที่ดอนน่ามีโอกาสได้เลือก 
 


เก่ง*เป็นเด็กมัธยมปลาย ถ้าผมจำไม่ผิดน่าจะอยู่ม.ห้า ผมได้พบกับเก่งเมื่อผมเรียนอยู่ที่ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ 

(ไม่ใช่ชื่อจริงๆของเจ้าตัว)

เก่งมาโรงพยาบาลด้วยอาการปวดองคชาติและอัณฑะทั้งสองข้าง ปวดมากเสียจนแทบจะใช้ชีวิตประจำวันไม่ได้ เก่งไปโรงพยาบาลในอำเภอที่อาศัยอยู่เป็นที่แรก ซึ่งหมอที่โรงพยาบาลนั้นก็ตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร ให้ยาแก้ปวดแล้วก็ไม่ได้ช่วยให้อาการดีขึ้น เมื่อไม่รู้จะรักษาอย่างไรดีเก่งจึงถูกส่งตัวมารับการรักษาต่อที่ภาควิชาศัลยกรรมของโรงพยาบาลที่ผมเรียนอยู่ ซึ่งภาควิชาศัลยกรรมก็ไม่สามารถระบุความผิดปกติใดๆได้เช่นกัน ผลตรวจองคชาติและอัณฑะทั้งสองข้างของเก่งนั้นปกติทุกอย่าง แต่อาการปวดของเก่งก็ยังไม่หาย มีแต่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายแล้วงานจึงตกมาเป็นของภาควิชาจิตเวชศาสตร์

เก่งเป็นกรณีที่มีปัญหาในการวินิจฉัยมากเพราะแม้จะกินเวลาเป็นเดือน ได้รับยาหลายขนาน และได้พบกับหมอหลายต่อหลายครั้งแต่เราก็ไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าปัญหาที่แท้จริงของเก่งคืออะไร จะกระทั่งครั้งหนึ่งที่ภาควิชาเชิญเก่งมาและนัดประชุมอาจารย์ในภาควิชาทุกคนให้มาช่วยกันสัมภาษณ์เก่ง ซึ่งพวกเราที่เป็นนักศึกษาแพทย์ก็ได้นั่งฟังอยู่ด้วย อาจารย์หลายคนต่างผลัดกันถามคำถามเพื่อจะหาข้อมูลและวินิจฉัยปัญหาของเก่งให้ได้ว่าอาการปวดเกิดจากอะไรกันแน่ ทุกคนพยายามจะหาคำใบ้ที่จะช่วยให้เราสาวไปสู่สาเหตุที่แท้จริง

ทว่าคำใบ้ที่ดีที่สุดกลับไม่ได้มาจากคำตอบที่เก่งตอบให้กับอาจารย์ แต่มาจากสิ่งที่เก่งพูดขึ้นมาเอง ระหว่างที่อาจารย์กำลังขบคิดเกี่ยวกับคำตอบที่ได้และคำถามที่จะถามต่อไปนั้นเก่งก็ได้ถามกลับมาประโยคหนึ่ง

"คุณหมอครับ ถ้าตัดมันทิ้งจะหายปวดไหมครับ?"

ทุกคนในห้องหูผึ่งเมื่อได้ยินคำถามนี้ มันเป็นคำถามที่จุดประกายให้เราเห็นต้นตอของปัญหาที่แท้จริง เพราะหลังจากนั้นอาจารย์ก็เหมือนจะเริ่มจับทางได้ และเราก็ค่อยๆสาวเข้าไปใกล้ความจริง

เก่งถูกวินิจฉัยว่าเป็น somatoform disorder (ความผิดปกติทางจิตแสดงออกทางกาย) เมื่อเราทำการเจาะลึกลงไปในแง่มุมของครอบครัวเก่งเราก็พบว่าเก่งนั้นลึกๆแล้วน่าจะไม่อยากเป็นผู้ชาย(เราไม่มั่นใจว่าเก่งรู้ตัวหรือไม่ว่าจริงๆแล้วตัวเองไม่อยากเป็นผู้ชาย อาจจะเริ่มๆรู้สึกอยู่บ้าง แต่เท่าที่เห็นน่าจะยังไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองอย่างเต็มที่) แต่มีปัญหาสำคัญคือทัศนคติของคนในครอบครัวที่ต่อต้านเรื่องนี้อย่างรุนแรงซึ่งแสดงออกผ่านทางพฤติกรรมที่คนในครอบครัวจงเกลียดจงชังญาติคนอื่นที่เป็นกระเทย เก่งจึงไม่มีทางเลือกอะไรนอกจากเก็บความรู้สึกนี้ไว้กับตัวเองคนเดียว 

แต่การปฏิเสธตัวตนของตัวเองนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ความรู้สึกอย่างแรงกล้าในใจเมื่อถูกกดเอาไว้ก็ย่อมจะต้องปะทุออกมาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และในกรณีของเก่งสิ่งนี้ก็แสดงออกมาด้วยความปวดที่องคชาติและอัณฑะ

ดอนน่าทำให้ผมนึงถึงเก่งเพราะผมรู้สึกว่าดอนน่านั้นช่างโชคดีที่รู้ตัวว่าตัวเองอยากเป็นอะไร และไม่แค่นั้นยังมีโอกาสเลือกว่าตัวเองจะได้เป็นอะไร ในกรณีของเก่งนั้นไม่รู้แม้กระทั่งความต้องการของตัวเอง และต่อให้รู้ก็ไม่ได้หมายความว่าเก่งจะมีสิทธิเลือกว่าตัวเองจะเป็นอะไร 

ผมย้ายกองหลังจากนั้นไม่นานและไม่มีโอกาสได้รู้ว่าสุดท้ายแล้วกรณีของเก่งเป็นอย่างไร แต่เท่าที่ผมได้เห็นจากตอนพบเก่งเป็นครั้งสุดท้ายนั้นมันก็ดูไม่มีหวังสักเท่าไหร่

ไม่นานมานี้ผมได้เจอผู้ป่วยคนหนึ่งซึ่งเกิดเป็นเพศหญิงแต่ไม่ต้องการเป็นผู้หญิง เธอมารับการผ่าตัดเอาเต้านมออก แม้จะต้องรับความเสี่ยงจากการผ่าตัดและการวางยาสลบ ต้องเจ็บแผล อีกทั้งยังต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมาย แต่เธอก็ดูมีความสุขมากหลังจากการผ่าตัดเสร็จเรียบร้อย การได้มีร่างกายที่ตรงกับตัวตนในใจนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งยวด และเราทุกคนที่มีร่างกายที่ตรงกับตัวตนในใจนั้นควรจะถือว่าตัวเองโชคดีแล้ว

"คนไข้ที่มาหาผมเค้าไม่ได้มีปัญหาที่ร่างกาย เค้ามีปัญหาอยู่ในใจต่างหาก"
SHARE
Written in this book
ข้างในชุดหมอก็คือมนุษย์
คนอาจคิดว่าสำหรับหมอแล้วงานก็คืองาน คนไข้เข้ามาแล้วก็ผ่านไป แต่ใครจะรู้ว่าเนื้อแท้ข้างในหมอก็คือมนุษย์ มีอารมณ์ มีความรู้สึก มีจิตใจไม่ต่างจากคนทั่วไป หนังสือนี้รวบรวมแง่มุมจากประสบการณ์ที่สะท้อนถึงความเป็นมนุษย์ในตัวหมอและบุคลการทางการแพทย์อื่นๆเอาไว้
Writer
Past-Forward
Free Thinker
น.พ.อธิพงศ์ พัฒนเศรษฐพงษ์ ภาควิชาวิสัญญีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

Comments

Micky306
3 years ago
เราคดติด ตอนแรกไม่คิดจะดู แต่พอดูเท่านั้นละ ยาว เราว่ามันเป็นหนังที่ให้ของคิดในการใช้ชีวิตมากๆ เลย ปล.เราชอบหยางมาก แข็งนอกอ่อนในดี
Reply
wibowbow
3 years ago
ตามเรื่องนี้ตั้งเเต่ตอนเรียนปี 2 เหมือนกันค่ะ จนตอนนี้ก็ยังไม่จบ โอ้วววว
ชอบที่ไม่ใช่เเค่หนังการเเพทย์ เเต่คือหนังชีวิต :)
Reply
Rumpa
2 years ago
เคสแรกน่าจะมีที่มาจากเรื่อง เดนิส เกิร์ล ค่ะ คล้ายเรื่องจริงของ ไอนาร์และเกอร์ดา เวเกเนอร์เลยค่ะ
Reply