วันแรก
ติ๊ดๆๆๆ
ในวันหนึ่งที่ผมลืมตาตื่นขึ้นมาในยามสายพร้อมกับเสียงดังของนาฬิกาปลุก เมื่อผมพลิกตัวและหยิบนาฬิกาปลุกมาดูมันทำให้ผมได้รู้ว่าขณะนั้นเป็นเวลา 10 โมงครึ่ง
 
สิ่งแรกที่ผมทำกลับไม่ใช่การลุกจากเตียงหากแต่เป็นกดเปิดระบบไวไฟต่อ แล้วในสายวันนั้นอาจารย์ของผมก็ได้ยกเลิกคลาสเรียน เรื่องนี้ทำให้วันนี้ทั้งวันกลายเป็นวันหยุดของผมไปโดยปริยาย หลังจากที่ได้รู้ว่าวันนี้ทั้งวันจะกลายเป็นวันหยุดมันทำให้ผมคิดอะไรไม่ออก แล้วสุดท้ายผมก็นึกถึงเสียงหนึ่งที่ได้ยินยามเช้าเสมือนฝันไปที่บ้านจะออกไปธุระข้างนอกนะลูก ไปเรียนแล้วก็หาข้าวกินเข้ามาเลยนะหลังจากที่จำความได้ก็เริ่มรู้สึกว่ามันไม่ใช่ฝันไป บ้านทั้งหลังเงียบสงบ มีเพียงสายลมที่พัดผ่านหน้าต่างที่เปิดไว้

หลังจากที่รู้ว่าต้องอยู่บ้านคนเดียวทั้งวัน เรื่องนั้นทำให้ผมเบื่อเป็นอย่างมาก บางทีผมอาจต้องการใครซักคนที่จะคุยด้วยหรืออยู่ด้วย ผมไม่ชอบเอาซะเลยการอยู่คนเดียว

แต่ถึงแบบนั้นผมก็พยายามไม่คิดถึงมันและเข้าเกมโทรศัพท์มือถือเพื่อเล่นให้เลิกคิดถึงเรื่องราวต่างๆในแง่ลบ และแล้วเวลาก็ผ่านไปเสียงนาฬิกาปลุกก็ดังขึ้นอีกรอบ ผมจึงกดปิดมันซะเพราะผมตื่นแล้ว

ราวกับว่านาฬิกาปลุกครั้งที่ 2 ได้ดังเตือนผมว่าควรจะลุกจากเตียงซักที ผมจึงเลิกเล่นเกมมือถือแล้วไปอาบน้ำ

ผมเดินออกจากห้องนอนมาแล้วพบกับความเงียบสงบ ไม่มีเสียงใดๆเลย ความเงียบสงบหลายๆครั้งมันก็ดี แต่ไม่ว่าอย่างไรผมก็ยังรู้สึกไม่ดีที่ได้อยู่กับมัน และสิ่งแรกที่ทำหลังจากลุกจากเตียงจึงกลายไปเป็นการเปิดคอมพิวเตอร์ สุดท้ายผมก็เล่นมันได้ทั้งวัน และมันกลายเป็นสิ่งที่อยู่เป็นเพื่อนผมได้ตลอดเวลา

เมื่อเวลาล่วงเลยไป ผมจึงลุกจากคอมพิวเตอร์ไปอาบน้ำ และกลับมาอยู่กับมันต่อ เรื่องราวในวันนี้ทำให้ผมรู้ว่า

เทคโนโลยีมันทำให้ผมค่อนข้างที่จะขาดสังคม แต่ถึงกระนั้นมันก็ไม่สามารถที่จะเลือกทิ้งผมไปไหนได้เช่นกัน ผมไม่อาจบอกได้ว่าแบบไหนดีกว่าเพราะต่างก็มีข้อเสีย และข้อดีที่เท่าๆกัน  

 
SHARE
Written in this book
ชีวิตประจำวันเรื่อยเปื่อย
ชีวิตประจำวัน จินตนาการ เรื่องเล่าทั่วไป
Writer
SIoTH
ผู้ฝึกฝน
FB : Sivavet O Thammahon

Comments