นางฟ้า
นางฟ้า

ปีกยาวสีขาวบนหลังของเธอขยับขึ้นลงเบาๆ

ขนละเอียดเงางามพลิ้วไปตามแรงกระพือ

ผมจ้องมองลึกไปในดวงตางาม มันดูเศร้าสร้อยหม่นหมองเหลือกำลัง

หยาดน้ำที่คลอบดบังประกายสดใสไปจนหมดสิ้น

จังหวะเต้นของหัวใจแรงขึ้นผิดไปจากปกติ

คิ้วขมวดเข้าหากันจนรู้สึกหน่วงที่หัวตา

ผมกำมือแน่นเข้า

เธอประสานมือทั้งสองเข้าหากัน เหมือนต้องการจะวิงวอนต่อสิ่งที่มองไม่เห็น

ผมดำขลับสยาย...

......................................................

ในวันที่อากาศอบอุ่น

ฟ้าโปร่งดูสดใสยิ่งกว่าวันไหนๆ

ปีกสีขาวกางออกจนเต็มผืนฟ้า ปล่อยเส้นขนที่หลุดร่วงลอยไปตามแรงลม

เธอล่องลอยมาจากบนนั้น

ราวฝันไป...

รัศมีเรืองรองรอบกายทำให้ไม่อาจละสายตาไปจากเธอ

ดวงตากลมโตนั้นเต็มไปด้วยประกายแห่งความสดใส

รอยยิ้มที่ติดตรึงใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็น

ตั้งแต่นั้นทุกสิ่งก็เปลี่ยนแปลงไป

......................................................

โซ่ตรวนสีดำสนิทที่อยู่ในมือ มันส่งผ่านความรู้สึกที่ยากจะอธิบายมาถึงผม

ทั้งแข็งกร้าวและเย็นชืด

เธอปรายตามอง

ก้าวอย่างเชื่องช้าเข้ามาหา

ผมหลบตาลงต่ำ

ความรู้สึกผสมปนเปผลักดันกันอยู่ข้างใน

......................................................

อาจเป็นสายลมแห่งรักที่พัดพาเธอมาในวันนั้น

มือเล็กๆ ช่างอบอุ่นได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

เธอกุมมือของผมไว้ สยายปีกออก

เราโบยบินไปด้วยกันบนฟ้ากว้าง

ผมได้สัมผัสกับสิ่งใหม่อันน่าตื่นตา

ท้องฟ้ากว้างใหญ่ถึงเพียงนี้ ท้องทุ่งสวยงามได้ถึงขนาดนี้

เหมือนกับสายลมทั้งมวลโอบอุ้มเราทั้งสองเอาไว้

ผมรับรู้ได้...

หัวใจที่อยู่ในร่างบอบบางของเธอส่งผ่านความรักอันยิ่งใหญ่มาถึง

......................................................

ราวกับไม่มีสิ่งใดไหวติง ไม่มีเสียงนกร้อง ไม่มีเสียงเสียดสีของใบไม้ใบหญ้า ไม่มีเสียงลมพัด

ไม่มีแม้เสียงลมหายใจ

ความเงียบเชียบเกาะกุมอยู่ทุกหนแห่ง

“ขอเพียงแค่คุณเอ่ยปากกับฉัน”

เธอเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ

ผมมองลึกลงไปยังความวิงวอนในดวงตา

มือยิ่งกำโซ่ตรวนแน่นขึ้นจนรู้สึกเจ็บ

เธอยืนอยู่ใกล้จนใจผมสั่น

“แค่คุณรั้งฉันไว้ ขอเพียงคุณพูดออกมาเท่านั้น”

มือเล็กเอื้อมมาเกาะกุมมือของผม สัมผัสอบอุ่นยังคงส่งมาอย่างเคย

และเพียงเท่านี้ความลังเลในใจของผมก็มลายไปจนหมดสิ้น

ผมคลายมือ โซ่ตรวนหนักอึ้งกระแทกตัวสงบลงกับพื้น

มันค่อยๆ จางลงและหายไปราวอากาศธาตุ

“ไปเถอะครับ”

ผมสบตาและเผยยิ้มให้กับเธอ

แม้จะรู้สึกว่าเป็นรอยยิ้มที่ไม่ธรรมชาติเลย แต่ในใจรู้สึกว่านั่นคือสิ่งที่ต้องทำ

หยาดน้ำที่ปริ่มอยู่พลันรินไหล

“คุณเห็นมั้ย ปีกบนหลังของคุณ มันพร้อมจะพาคุณไปที่ไหนก็ได้ตามใจปรารถนา”

แม้พยายามข่มใจแล้ว แต่น้ำเสียงก็ยังคงสั่นเครือ

“ถึงแม้วันนี้โซ่ตรวนอันเย็นชาของผมจะสามารถฉุดรั้งคุณไว้ได้ แต่สุดท้ายแล้วความแข็งกระด้างและเย็นชาของมันก็จะทำให้คุณเจ็บเข้าสักวัน”

เสียงสะอื้นไห้บ่งบอกถึงความเสียใจ ผมยื่นมือเช็ดน้ำตาบนพวงแก้มของเธอ

“อย่าให้รักของผมเป็นตัวขัดขวางคุณเลย อย่าให้สิ่งที่เรียกว่าความรักทำร้ายเราทั้งคู่”

ผมรั้งร่างเล็กมากอดแนบอก ร่างกายสั่นสะท้าน

“ไปเถอะครับ สยายปีกออกให้เต็มที่ โบยบินไปตามที่ใจปรารถนา”

......................................................

หากสายลมแห่งรักได้พัดพาเธอเข้ามาในวันนั้น

ก็คงจะเป็นสายลมแห่งความพลัดพรากที่นำพาให้เธอจากไป

หากแต่กลับไม่มีสิ่งใดพัดพาความรักความอาทรของผมที่มีต่อเธอไปได้

หากความรักของเธอคือความอบอุ่น

ความเสียสละก็คงเป็นสิ่งเดียวที่ผมทำให้เธอได้สำหรับความรักของผม

วันที่เธอได้กางปีกโบยบิน ขนนกแห่งอิสระที่ผมได้เห็น

ดวงตา รอยยิ้ม เสียงใส ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงถูกเก็บไว้ในหัวใจและความทรงจำ

สิ่งเล็กๆ ในอกที่เธอได้สอนให้ผมได้รู้ว่ามันยิ่งใหญ่ได้ถึงเพียงใด

นางฟ้าของผม

SHARE
Written in this book
Short story
Writer
KTH
Starter
หนึ่งเรื่องราว หลายความหมาย

Comments