วันเสาร์ที่แสนพิเศษ
สิ่งหนึ่งที่ผมชอบมากๆในชีวิตคู่ของผมกับภรรยาคือ เราแบ่งงานบ้านกันแบบทำเวรไม่ได้แบ่งเป็นฝ่าย เช่น ฝ่ายล้างจาน ฝ่ายซักผ้า พวกเราล้างห้องน้ำ ซักผ้า ล้างจาน เก็บผ้า กวาดพื้น ถูพื้น เก็บขยะเหมือนๆกัน ข้อดีของการทำแบบนี้คือ เวลาเราคุยกันว่าช่วยกวาดเศษอาหารออกจากจานก่อนลงอ่าง ไม่งั้นมันล้างยาก มันโคตรจะเข้าใจกันเลย เราเรียกการแบ่งงานบ้านแบบนี้ว่า งานบ้านแบบ cross-functional (คนนึงทำทุกฝ่าย)

ตั้งแต่ภรรยาผมท้อง งานบ้านแบบ cross-functional เราก็เริ่มพังลง เพราะให้ตาย ผมก็ให้นมลูกไม่ได้ ผมต้องเป็นคนละลายนมแม่ที่ฟรีสไว้ และภรรยาผมต้องเป็นคนปั้มนม ชีวิตประจำวันเราเริ่มจะแตกต่าง งานบ้านเราก็เริ่มแบ่งกันเป็นฝ่ายมากขึ้น ผมเป็นคนเก็บขยะ ล้างจาน ซักผ้า อบผ้า เก็บผ้า ให้อาหารแมว เก็บอึแมว ภรรยาผมก็จะเก็บของเล่นลูก เปิดบอทดูดฝุ่น กับบอทถูพื้น ที่เรายังทำพอๆกันคือ อาบน้ำลูก (ผลัดกันคนละวัน)

พอเริ่มแบ่งฝ่าย ไอ้ที่เคยคุยกันเข้าใจ ก็ไม่เข้าใจเหมือนเดิม พอขอให้แยกผ้าเวลาลงตะกร้า แล้วแฟนลืม จากที่เคยเข้าใจว่าเค้าคงทำเต็มที่แล้ว ก็กลายเป็นผมเริ่มบ่นจู้จี้ ซ้ำร้าย วันที่ผมไม่เชื่อว่างานเราหนักพอๆกันก็มาถึง...

ผมเรียบเรียงความคิดอยู่นาน กว่าจะไปคุยกับภรรยาผมว่า ผมอยากให้เธอช่วยคิด ว่าทำยังไงเราสองคนถึงจะเห็นว่าวันๆเธอทำงานบ้านอะไรบ้าง แล้วผมทำอะไรบ้าง เธอถามกลับมาว่า
แทนที่จะให้จดทุกอย่างที่ทำ มันเหนื่อยเกินไป เปลี่ยนเป็นเธอเชื่อใจชั้นไม่ได้เหรอ?จึ้กเลย "ความเชื่อใจ จะชดเชยการสื่อสารที่ขาดหายไป" เป็นสิ่งที่ผมสอนทีมที่ผมโค้ชบ่อยๆ แต่ผมทำใจเชื่อเธอไม่ได้ เชื่อใจไม่เหมือนยกดัมเบล ที่นึกจะทำก็ทำได้ มันเป็นผลพวงมาจากการยอมรับอะไรซักอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมถามใจตัวเองแล้วตอบเธอไปว่า ผมเสียใจ ผมทำใจเชื่อไม่ได้ว่าเราแบ่งงานเท่าๆกัน มันอดคิดไม่ได้ว่าแค่เปิดบอทดูดฝุ่นกับบอทถูบ้าน มันจะเหนื่อยซักแค่ไหนกัน โชคดีที่วันต่อมาเป็นวันเสาร์ คืนนั้นเราตกลงกันว่า วันรุ่งขึ้นผมจะจำลองสถานการณ์ว่าผมเป็นเธอ แล้วดูดฝุ่นกับถูบ้านเอง ผมอยากเข้าใจจริงๆ ว่ามันจะเหนื่อยยังไง

วันต่อมาผมให้ภรรยานอนเอกขเนก (สมมติว่าเธอไม่อยู่) แล้วคิดออกมาดังๆว่าควรเก็บของเล่น ดูดฝุ่น ถูบ้านชั้นไหนตอนไหน ผมจะเลี้ยงลูกไปด้วย ทำตามเธอว่าไปด้วย เพื่อให้ร่างกายผมรับรู้ว่าวันๆเธอทำอะไรบ้าง แม่เจ้า เหนื่อยสัดรัสเซียฮะ! เก็บของเล่นมุมนึงเสร็จ ลูกก็ไปรื้ออีกมุม พอเอี่ยมหมด กำลังย้ายเสื่อรองคลาน ลูกก็รื้อหมดอีก กว่าจะได้เปิดบอทดูดฝุ่น แล้วรีบพาลูกไปชั้นบน เพื่อให้พื้นที่บอททำงาน ทั้งหมดนี้ต้องทำแข่งกับเวลานะ ไม่งั้นเที่ยงบอทดูดไม่เสร็จจะกินข้าวที่ไหน? พาลูกลงมาก็เละอีก แถมต้องคำนวนเวลาเผื่อสำหรับบอทถูบ้าน แล้วต้องเอาบอทดูดฝุ่นชาร์จ จะได้ไปทำชั้นอื่นต่อ ระหว่างวันเมียผมคิดออกมาดังๆว่า ไม่ทันแล้ว เด๋วถึงเวลาลูกกินนมละ พอคราวลูกจะกินนม ผมบอกให้เมียเอาลูกไปกินนมเลย ช่างสถานการณ์สมมติละ (ถ้าจะเอาสมจริงผมต้องหยุดทุกอย่างแล้วนอนนิ่งๆ สมมติว่ากำลังให้นมเนอะ) ตอนนั้นผมเลือดเข้าตาละ แค่จะทำให้เสร็จยังเหนื่อยเจียนตาย ทำอะไรไม่ทันเลย

จบวัน ผมได้เข้าใจว่าแค่เปิดบอทดูดฝุ่นมันจะไปเหนื่อยอะไรสมใจอยาก ผมซึ้งแล้วว่าเราแบ่งงานไม่เท่ากัน ผมสบายกว่าเยอะ หลังจากวันนั้น ความเข้าใจกันและกันก็กลับมาเหมือนที่ผมคาดหวัง ผมเลิกบ่นจู้จี้ แล้วเราก็คุยกันดีขึ้น ของแถมเกินคาดคือ หลังจากภรรยาผมได้พักผ่อนหนึ่งวัน เธอก็มีแรงมาเอาอกเอาใจผมมากขึ้น บวกเราช่วยงานบ้านกันและกันมากขึ้น เพราะรู้ซึ้งว่าอีกฝ่ายทำดีที่สุดแล้วจริงๆ (วันเสาร์นั้นภรรยาผมก็มาช่วยทำงานบ้านที่ผมทำประจำๆบ้าง เพราะเธอพักจนเบื่อแล้ว ในงานบ้านเหล่านั้น คงทำให้เธอเข้าใจความเหนื่อยผมมากขึ้น)

ผมดีใจที่ผมตัดสินใจคุยกับภรรยาคืนวันศุกร์ แม้บทสนทนาจะมาคุสุดๆ แต่ก็ได้มาซึ่งวันเสาร์ที่แสนดี ถึงทุกวันนี้งานบ้านเราจะแบ่งเป็นฝ่ายเหมือนเดิม แต่ความรู้สึกและความเข้าใจของเราสองคนก็ cross-function ขึ้น ช่างเป็นวันเสาร์ที่แสนพิเศษจริงๆ

credit รูป: https://m.flickr.com/#/photos/samiksha/
SHARE

Comments

kamonlojn
4 years ago
พ่อบ้าน cross-functional
Reply
nattyait
4 years ago
:))))
Reply
imonkey7
4 years ago
^^
Reply