1 9 8 4  George Orwell ( หนึ่ง - เก้า - แปด - สี่ )
George Orwell : เขียน รัศมี เผ่าเหลืองทอง และ อำนวยชัย ปฎิพัทธ์เผ่าพงศ์ : แปล สำนักพิมพ์ : สมมติ                                        
               หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ฉันบังเอิญได้รู้จักผ่านอินเทอร์เน็ต เวปไหนนั้นจำไม่ได้เเล้ว เพราะนานมากเเล้ว ในเน็ตบอกว่าเป็นหนังสือหนึ่งในร้อยเล่มที่คนเกิดมาเป็นมนุษย์ต้องอ่าน !!!
               ฉันซื้อหนังสือเล่มนี้เมื่อต้นปี 14 แต่ฉันอ่านมันจบปลายปี 15 ไม่ใช่ว่าฉันอ่านมันช้าหรือทยอยอ่านมันทีละหน้านะ เพราะฉันรู้สึกว่าหนังสือทรงคุณค่าเเบบนี้มันต้องใช้จังหวะชีวิต ประสบการณ์ที่ผ่าน หนังที่ดู เพลงที่ฟัง รวมทั้งต้องมีเวลาที่เหมาะสม ถึงจะรู้สึกอินกับเนื้อหาที่ผู้เขียนจะสื่อออกมา ( จริงๆก็เขียนให้ดูสวยไปแบบนั้นเเหละ เอาตรงๆคือขี้เกียจ )
               สุดท้ายฉันตัดสินใจหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเป็นเพื่อนตอนฉันออกเดินทาง ท่องเที่ยวที่พนมเปญ ประเทศกัมพูชาและประเทศเวียดนาม ในใจคิดว่าหนังสือเล่มนี้มันคงถึงเวลาที่ต้องเปิดอ่านเเล้ว ประกอบกับช่วงเวลาการเดินทางสองอาทิตย์ ในบรรยากาศที่พื้นหลังของประเทศที่เคยมีอดีตฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อย่างเขมรเเดงที่เมืองพนมเปญ กับบ้านเมืองหลังสงครามของประเทศเวียดนาม ในใจคิดว่ามันคงจะอินกับบรรยากาศแน่ๆ  
                                            
               ไม่รู้ว่าฉันคิดถูกหรือคิดผิดที่หยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่านในช่วงเวลาของการเดินทาง เพราะด้วยตัวหนังสือที่ค่อนข้างเล็กมากและหนามาก ประกอบกับตัวเนื้อหาที่เข้มข้นและดูเครียดตลอดเวลา บางเรื่องราวในหนังสือชวนน่าขยะเเขยง ขนลุก น่าอาเจียนของเรื่องราวต่างๆในหนังสือที่ผู้เขียนสื่อออกมา หนังสือว่าด้วยประเทศๆหนึ่งที่ชื่อว่า " โอชันเนีย " ทวีปนี้ถูกปกครองด้วยรัฐบาลซึ่งผู้มีอำนาจนามว่า " พี่เบิ้ม " หรือ " Big Brother "  เป็นผู้นำ พี่เบิ้มนั้นมีอำนาจเหนือทุกสิ่งทุกอย่างในประเทศ แม้เเต่ชีวิตของประชาชนพี่เบิ้มก็สามารถควบคุมได้ ทั้งความคิด ความรู้สึก ประชาชนในประเทศต้องเชื่อฟังพี่เบิ้มเเต่เพียงผู้เดียว หากพี่เบิ้มบอกว่า  2 + 2 = 5 ทุกคนก็ต้องเชื่อว่ามันต้องเป็น 5 ห้ามมีใครสงสัย หรือคิดหาความจริง เพราะนั้นเเสดงว่าคุณมีความผิดในข้อหา   " อาชญากรรมความคิด " ซึ่งถือว่าเป็นข้อหาร้ายเเรงมากของประเทศ บทลงโทษมีตั้งเเต่จับทรมาน ล้างสมอง ลบความทรงจำ และอาจจะโดนฆ่าตายในที่สุด   !!!      
                  ตัวเอกของเรื่องเป็นผู้ชายนามว่า วิสตัน เขาเป็นผู้ชายที่ทำงานในกระทรวงเเห่งความจริง หน้าที่หลักๆของเขาในเเต่ละวันคือเเก้ไขข้อมูล ปรับปรุงเนื้อหาให้เป็นไปตามผู้มีอำนาจอยากจะให้เป็น โดยที่ไม่มีสิทธิ์สงสัยเลยว่าสิ่งไหนคือความจริง สิ่งไหนคือโกหก ทุกคนในประเทศไม่มีแม้เเต่เสรีภาพขั้นพื้นฐาน ในประเทศมีทั้งไมโครโฟนที่แอบดักฟังเวลาที่ประชาชนคุยกัน กล้องทีวีที่ส่องคนในประเทศตลอดเวลา จะขยับตัวไปทางไหนไม่พ้นสายตาของรัฐบาลหรือพี่เบิ้มได้เลย
     
                ในส่วนเนื้อเรื่องถ้าฉันจะอธิบายมันทั้งหมดมันคงไม่ไหว เพราะเนื้อหามันค่อนข้างหนักเเละน่าปวดหัว เเต่เเนะนำอยากให้ลองหาอ่านกันเอง  ฉันอ่านมันจบพร้อมมีคำถามในหัวมากมายเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ น่าแปลกใจมากที่หนังสือเล่มหนึ่ง เขียนไว้เมื่อหลายสิบปีมาเเล้ว สมัยนั้นไม่แปลกใจหากจะยังมีเรื่องราวเหมือนอยู่ในหนังสืออยู่บ้าง เเต่ฉันก็ไม่สามารถปฎิเสธได้เต็มปากเหมือนกันว่าบางเรื่องราวในหนังสือ ปัจจุบันมันก็ยังคงมีอยู่ให้เราเห็นบนโลกรวมทั้งประเทศของตัวเอง!!!
            การเสพติด  " อำนาจ "  เป็นสิ่งที่น่ากลัว ไม่ว่ามันจะมีมันด้วยเหตุผลอะไรก็เเล้วเเต่ มันเป็นสิ่งที่ไม่สมควรเกิดขึ้นกับสังคมมนุษย์ของเราในปัจจุบัน มนุษย์มีบทเรียนมากมายจากอดีตให้เรียนรู้ ทุกสิ่งที่ล้วนก่อตัวมาจากการมีอำนาจนั้น จุดจบมันโหดร้ายทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นอำนาจที่มาจากรัฐเองหรือตัวบุคคล  มันอาจจะเป็นเเค่ความสุขระยะสั้นของกลุ่มคนเพียงหยิบมือเดียว แต่กลับสร้างปัญหาส่วนรวมในระยะยาว
             
              หนังสือเล่มนี้อาจจะต้องให้เวลากับมันในการย่อยข้อมูล และจินตนาการมากหน่อยเเต่ฉันไม่ปฎิเสธเลยว่าทำไมหนังสือเล่มนี้ถึงได้เป็นหนังสือที่คนเกิดมาเป็นมนุษย์นั้น ต้องอ่าน  !!!! 
                                                                                              มกราคม 2016              
SHARE
Writer
Garim
You may say i'm a Dreamer
การมีชีวิตเป็นเรื่องน่ายินดี

Comments