Episode 009 - บางทีชีวิตที่ "สมดุล" อาจยากกว่าชีวิต "ประสบความสำเร็จ"
มนุษย์ทุกคนย่อมอยากประสบความสำเร็จ 
เป็นความต้องการพื้นฐานทางธรรมชาติอย่างหนึ่ง
ย่ิงยุคปัจจุบันคนเรายิ่งบ้าความ "สำเร็จ" กันมาก
กว่าเดิมเสียอีก (บางทีอนาคตอาจจะบ้ายิ่งกว่า
ปัจจุบัน แต่เอาเป็นว่าเราพูดกันถึงตอนนี้ก่อน) 

จะปฏิเสธว่าไม่จริงก็คงไม่ได้ โถ! คุณจะไม่ใช่ได้อย่างไร
หันไปมองรอบตัวเถอะ มองแคบแค่ขอบเขตประเทศไทยก็ได้
เพจ-รายการทีวี-หนังสือแนวสร้างแรงบันดาลใจ
กระตุ้นบอกให้ลุยตามฝัน มุ่งสู่การประสบความสำเร็จในอาชีพ
เยอะขนาดไหน ขนาดในเว็บ Storylog เนี่ยคุณเปิดดูสัก
สัปดาห์หนึ่งรับรองเจอบทความหัวข้อเกี่ยวกับเรื่องทำนอง
นี้นับไม่ถ้วน 

อย่างที่ผมกำลังเขียนนี่ก็นับเป็นหนึ่งชิ้นแล้ว 

อาจเพราะเป็นนักเขียนและทำงานมาหลายแนว ทำให้ผม
มักชอบสังเกตโลก มนุษย์ ครุ่นคิดเกี่ยวกับความเป็นไปของ
สังคมเป็นธรรมดา ทั้งเกี่ยวกับตัวเองและบุคคลอื่นในหัวข้อ
ต่างๆ อย่างเจ้าเรื่องการประสบความสำเร็จหรือเราควรจะ
ใช้ชีวิตกันอย่างไรถึงจะดีที่สุด ประเด็นนี้ก็ถามตัวเองอยู่บ่อย 

หลังจากเรียนจบมาร่วมสิบปี เคยผ่านทั้งงานประจำและเป็น
ฟรีแลนซ์ทำอาชีพนักเขียนมาหลายสำนักพิมพ์ พูดคุยกับคนหลาย
อาชีพ แน่นอนความจริงข้อหนึ่งที่ต้องยอมรับคือการมุ่งมั่นตั้งใจ
ลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อทำให้ความฝันเป็นความจริง จนกระทั่ง
ประสบความสำเร็จน่ะถือเป็นเรื่องดี มันน่าภาคภูมิและทำให้เรามีความ
สุขไม่หยอก เมื่อถูกมาตรวัดในสายตาสังคมทั่วไปว่าเป็นบุคคล
ที่ประสบความสำเร็จ มีเงินทองและชื่อเสียงในวงการที่ทำ 

อย่างไรก็ตามเมื่อผ่านชีวิตมาเรื่อย สังเกตอย่างละเอียดผมก็ค้น
พบความจริงอีกข้อนั่นคือสิ่งที่อาจจะยากกว่าการทำชีวิตให้ประ
สบความสำเร็จก็คือการมีชีวิตที่สมดุลดีนี่แหละ 

แหม "ชีวิตสมดุลดี" ฟังดูก็เหมือนแค่คำสั้นๆ ไม่น่ายากเย็น
แต่เอาเข้าจริงยาก หลายครั้งเป็นคนประสบความสำเร็จ ร่ำรวย
มีชื่อเสียงโด่งดังแค่ไหนก็ทำไม่ได้ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดๆ 
ก็เช่นผมว่าคุณต้องเคยรู้จักคนที่ประสบความสำเร็จหรืออาจจะ
เป็นตัวคุณเองที่รุ่งกับงานที่ตัวเองทำมาก อาจจะได้เลื่อนตำแหน่ง 
เงินเดือนสูง หัวหน้ารัก ได้รับรางวัล บริษัททำกำไรกระฉูดหลายล้าน
เกินเป้าแต่....

แต่....

แต่...ปรากฏว่าพักผ่อนน้อย ร่างกายกาย ต้องเข้าโรงพยาบาลซ่อมร่าง 
รู้ตัวอีกทีเผลอๆ ดันป่วยเป็นโรคร้ายหรือเรื้อรังเหมือนเครื่องยนต์ที่มัน
เสียไปแล้วต่อให้ซ่อมยังไงก็ไม่สมบูรณ์เท่าเดิม 

แต่...ไม่มีเวลาให้กับคนรัก รู้ตัวอีกทีไม่เข้าใจกัน เบื่อหน่าย แยกทาง อีก
ฝ่ายหนีไปมีคนอื่น หรือไม่มีเวลาให้ลูกหลานจนรู้ตัวอีกทีกลายเป็นเขาห่าง
เหินจนเคยชิน ต้องการแค่เงินจากเราก็พอเอาเวลาไปเที่ยวกับเพื่อนดีกว่า 

แต่...ไม่มีเวลาให้กับพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ญาติผู้ใหญ่ คิดจะไปเยี่ยมท่าน 
คิดจะทำสิ่งดีๆ ให้ อยากจะพาไปเที่ยว อยากพาไปทำกิจกรรมนู่นนี่ 
แต่ความจริงแล้วรู้ตัวอีกทีพวกท่านเหล่านั้นก็เสียชีวิตและคุณก็แทบไม่มี
เวลากระทั่งไปงานศพด้วยซ้ำ 

แต่...มัวแต่ตั้งใจมุ่งมั่นทำงานเก็บเงิน สถานที่ท่องเที่ยวที่เคยอยากไป
ไม่ว่าใกล้หรือไกลสุดท้ายก็ไม่ได้ไปเสียที หรือจะไปก็พะวงกับงานคิดว่า
เสียเวลา เอาเวลามาทำให้สำเร็จดีกว่า 

แต่....ไม่มีโอกาสเล่นกับหมา แมว สัตว์เลี้ยงที่รักเลย คิดเอาไว้ว่าเดี๋ยวจะดู
แลมันให้ดีนะ มันร่าเริงคอยให้กำลังใจเราอยู่ตลอดด้วยความซื่อสัตย์เราสิ
ไม่มีเวลาให้มัน แต่รู้ตัวอีกทีมันก็ป่วยและตายไปโดยท่ี่เราไม่มีเวลาทำอะไร

แต่....ฯลฯ 

เจ้าแต่....แบบนี้แหละครับ คือตัวอย่างที่ผมยกมาให้ดูเพียงนิดเดียว
แต่เชื่อเถอะว่ามีอีกเป็นล้านแปด แตกต่างกันไปตามรายละเอียดชีวิต
แต่ละคน มันคือสิ่งที่เมื่อเรามานึกย้อน ทบทวนกับตัวเองเงียบๆ ใน
วันที่อาจจะประสบความสำเร็จ แล้วรู้สึกเศร้าว่าเราน่าจะทำนู่น ทำนี่
บ้างเนอะ ไม่น่าเลย รู้ตัวอีกทีก็ไม่มีโอกาสทำแล้ว สายเกินไป เพราะ
หลายสิ่งหลายอย่าง หลายบุคคลที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์ในชีวิต ไม่ได้คง
อยู่ตลอดกาล

ในระยะหลังผมคอยถามตัวเองบ่อยๆ และพยายามบริหารชีวิตตัวเอง
เพื่อไม่ให้มีภาวะแบบนี้ ภาวะที่ต้องเสียใจเมื่อเรามองย้อนกลับไป ทั้ง
บอกตัวเองและคนอื่นๆ ว่าเราอาจไม่จำเป็นต้องประสบความสำเร็จ
มากก็ได้ หรือปล่อยโอกาสบางอย่างไปบ้าง ไม่ต้องโลภทุกอย่างหรอก
เอาเวลาเอาแรงไปทำอย่างอื่นที่มันอาจจะไม่มีราคา ไม่ได้นำไปสู่ความสำเร็จ
บ้าง ก็ไม่เห็นจะเป็นไร

ในยุคสมัยที่คนเรามัวแต่วิ่งหาความสำเร็จ ตั้งเป้า มุ่งมั่น 
คว้าโอกาสจนบางครั้งเราอาจจะหลงลืมหลายสิ่งหลายอย่าง
หลายบุคคลที่เขามีค่าต่อเรา เพียงแต่ค่านั้นไม่สามารถตีราคา
เป็นเงินทองหรือชื่อเสียงได้ 

ชีวิตที่สมดุลดี ดูแลทุกสิ่งได้อย่างลงตัวนี่แหละครับที่ทำได้ยาก
และสวยงามที่สุดแล้ว ลองดูครับ ลดเวลาลดแรงสำหรับมุ่งสู่ความ
สำเร็จมาหน่อย รวยน้อยลง มีชื่อเสียงน้อยลงบ้างก็ได้ แลก
กับบางอย่างบางคนที่คุณไม่ควรหลงลืมและต้องมาเสียใจทีหลัง



SHARE
Writer
Pongwut
writer
เป็นนักเขียนที่มีผลงานตีพิมพ์ราว 70 เล่ม ทั้งสายวรรณกรรมเข้มข้นควบคู่กับงานเชิงพาณิชย์ เป็นผู้ได้รับรางวัลทางวรณกรรมจากหลายเวทีเช่น พานแว่นฟ้า สุภาว์ เทวกุลฯ ตะวันส่องอะวอร์ด นายอินทร์อวอร์ด เซเว่นบุ๊คส์อะวอร์ด มีผลงานบางชิ้นได้รับการแปลเป็นภาษาต่างประเทศ ล่าสุดในปี 2015 เป็นผู้เข้ารอบสุดท้ายซีไรต์อะวอร์ดจากนิยายเรื่อง 'ประเทศเหนือจริง'

Comments

Narin
5 years ago
คนที่ไปถึง Lv. นี้ได้ คนนั้นคงได้รับ Achievement สูงสุดของเกมที่มีชื่อว่าชีวิต
Reply
Pippo
5 years ago
โคตรจริงงง ... หรือผมไม่ Balance มันเลยดีไหม สายปั๊มสกิลทางเดียวสุดทาง ฮ่าๆๆ
Reply
imonkey7
5 years ago
ไปให้สุดเอาให้มันไปเลยท่าน
scorpion_a
5 years ago
ส่วนตัว ผมเคยผ่าน อย่างนั้นมาเลยนะ สายบ้างาน ใครตาย ใครแต่ง ญาติพี่น้อง ไม่เคยได้เห็นหน้า หมาตัวโปรดตาย ยังไม่ได้กลับไปดูหน้ามันเลย !!!1   เพื่อนๆบางกลุ่มไม่เคยเห็นหน้า ทำงานก่อนเพื่อนๆ เพื่อนๆยังเรียน เราทำงาน เสริม แล้วบอกเพื่อนว่า กรูไม่ได้ว่าง เหมือนพวกมรึงนี่ ภูมิใจมากตอนนั้น ตอนนี้ อยากว่างแบบพวกมันบ้าง อยากไปงานรวมญาติบ้าง อยากไปงานศพญาติ ๆบ้างไรบ้าง อยาก ช่างแม่ง !บ้าง ปั้ดโธ่ ชีวิต     ทุกวันนี้ ดีขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยัง เสียดายอะไรๆ หลายอย่างอยู่" สมดุล" กับ "สายกลาง" ของพระพุทธเจ้า ช่างเป็นอันเดียวกันจริงๆ TT
Reply
TICHILA
5 years ago
ยากทั้งสองอย่างเลยค่ะ ทั้งความสำเร็จและความสมดุล ฮ่าๆๆ
 
Reply
HelloMyStatus
5 years ago
มันดีจริงๆ
Reply