Magazine ไม่ได้กำลังจะตาย ...แต่ตายแน่ๆ?!?
ออกตัวก่อนเลย คำนี้ผมไม่ได้พูดเอง
มันมาจากปากของคนในวงการหนังสือและนิตยสาร ที่ผมได้ไปพบปะพูดคุยมา
เป็นคำพูดที่ผมฟังเองแล้วยังสะดุ้ง แม้จะเคยคิดๆอยู่เหมือนกันว่าคงต้องปรับตัว 
เพียงแต่พอได้ฟังจากปากคนผู้อาวุโสในวงการเข้าจริงๆ ว่ามัน 'ตายแน่ๆ'
มันก็กระแทกใจผมเป็นพิเศษ

พี่เขาอาจจะวิเคราะห์ผิดก็ได้นะ  
แต่หลายคนก็น่าจะสังเกตแหละ ดูรอบตัวเอาก็เห็นได้ชัดๆ
นิตยสารปิดตัวไปหลายเล่ม บางเล่มเป็นถึงเล่มเก่าแก่
หลายๆเล่มบางลงมาก โฆษณาหายไปเกินครึ่ง
ถึงไม่ตาย... ก็อาการกำลังทรุดหนัก ชนิดถ้าไม่รีบเยียวยา อาจจะไม่ทันการ 
สิ่งที่พี่ทำกันอยู่ทุกเดือน เหมือนเรากำลังสร้างไทม์แมชชีนพี่รุ่นใหญ่ในวงการพูดกับผม...
ข้อมูล ข่าวสาร กระแส ทุกอย่างในโลกอินเตอร์เน็ต มันไวโพดๆ
ไวจนเพียงแค่ผ่านไป 30 วัน ...
ไอที่มันตีพิมพ์ลงอยู่ในเล่ม ก็กลายเป็นการย้อนเวลา มาทวนดูสิ่งที่คนลืมไปแล้ว
อย่าว่าแต่นิตยสารเลย
แค่เราหยุดเล่น Facebook ซักอาทิตย์นึง กระแสมันก็เปลี่ยนไปไม่รู้ตั้งกี่เรื่อง

ในอีกมุมนึง ถึงนิตยสารอาจจะสู้ไม่ได้ในเรื่อง 'ความใหม่'
แต่ผมมองว่า 'คุณภาพ' ของ Content และตัวคอลัมนิสต์ ยังมีแรงดึงดูดอยู่
มันอาจจะยังเป็นเหตุผลที่ทำให้ยังมีกลุ่มคนที่คอยติดตามอุดหนุนกันอยู่  
"Content should be free"
เป็นคำที่ไม่รู้ใครพูดไว้ในยุคอินเตอร์เน็ตรุ่งเรือง
แต่หลายคนก็เชื่อแบบนี้ไปแล้วจริงๆ

เราอ่านบทความ อ่านเรื่องราว อ่านความรู้ ในอินเตอร์เน็ต ฟรีๆกันจนชิน
ชนิดที่ว่าวันนึงเกิดมีใครจะมาเก็บเงิน คงต้องมีมองค้อนถึงโบกมือลา

ปัญหาคือมันลามไปถึงหนังสือและนิตยสารไปด้วยแล้วนี่สิ 
เป็นลูกหลงจากกระแส Free content บนโลก digital ที่เลี่ยงไม่พ้น
เชื่อว่าหลายคนคงมีประสบการณ์อารมณ์แบบเดินเล่นในร้านหนังสือ
พลิกดูเล่มนู้น เล่มนี้ เออ ประเด็นน่าสนใจดี...
แต่เราเลือกที่จะไม่ซื้อ เพราะเชื่อว่าเดี๋ยวไปค้นดูในอินเตอร์เน็ตดูก็มี

หนังสือที่ยังขายได้ดี ถ้าไม่นับพวกนิยาย ก็จะพวก พัฒนาตนเอง การลงทุน How-to
คนอ่านกลุ่มใหญ่อาจจะมองว่าการซื้อหนังสือ คือ การลงทุนให้ชีวิตไปแล้วรึเปล่านะ?
แบบถ้าอ่านแล้วไม่ได้ประโยชน์ มาพัฒนาชีวิต เพิ่มรายได้ให้งอกเงย 
อ่านของฟรีในอินเตอร์เน็ตแทนดีกว่า!?

Free Magazine ที่ได้รับความสำคัญจากสำนักพิมพ์มากขึ้น
ผมมองว่ามันก็เกี่ยวเนื่องกันกับความเชื่อนี้เหมือนกัน
อะ...ไม่ซื้อไม่เป็นไร อ่านฟรีกันไปเลย
แต่เหนื่อยวิ่งหาโฆษณามากขึ้นแทน      
ปรากฎการณ์ Content should be free เนียะ
คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในมุมมองของผม ไม่ใช่สำนักพิมพ์หรอกนะ
แต่คือ 'นักเขียน' ต่างหาก 

ในเมื่อสิ่งที่นักเขียนทำได้ดีที่สุด คือ การเขียน สร้าง content
แต่คนกลับเชื่อว่ามันควรจะฟรี!?
อืม... น่าเจ็บใจอยู่เหมือนกันนะครับ  

2-3 ปีที่ผ่านมา เราก็จะเริ่มเห็นมากขึ้น... 
คนไม่ได้ดังจากการออกหนังสือ 
แต่ดังก่อนถึงดึงมาออกหนังสือ
กลับกลายเป็น Blogger หรือเจ้าของ Page ที่ได้รับการติดต่อมาออกหนังสือซะเอง
นักเขียนที่เขียนให้จบเล่ม แล้ววิ่งหาสำนักพิมพ์เนียะ ถ้าไม่เก๋าจริงก็เกิดยากมาก

นักเขียนยุคใหม่หลายคน จึงต้องล่องกระแส Content should be free อย่างเลี่ยงไม่ได้
ต้องทำ Page Facebook ต้องเริ่มมีการ Branding สร้างฐานแฟนตัวเอง
เขียนให้อ่านฟรี ให้คน like คน share กันให้เป็นที่รู้จักไปก่อน
จากนั้นถึงจะเริ่มมีการรวมเล่ม หรือออกเล่มใหม่มาขาย

สาย Old school ถ้าเป็นหน้าใหม่ มาไล่เขียนให้จบเล่มและตีพิมพ์ขาย โดยไม่มีตัวตนบนโลกออนไลน์เนียะ ผมมองว่าเกิดยากมากๆ ถ้าสำนักพิมพ์ไม่ดันฝุดๆ หรือใช้สื่อ Digital เข้าช่วย 


สิ่งที่น่าตกใจอย่างนึง คือสิ่งที่ผมเขียนไปข้างบนทั้งหมดเนียะ
มันพึ่งจะเริ่มตั้งเค้ามาไม่ถึง 5 ปีเองนะ
ก่อนหน้านี้ยังดูรุ่งเรืองกันอยู่เลย โลกมันไปไวจริงๆ   
ไม่แปลกใจเท่าไหร่ ที่คนที่เค้าคลุกคลีกับวงการนิตยสารมานาน 
จะเริ่มมองเห็นอนาคตและพูดออกมาได้เต็มปากว่า
" ยังไง Magazine มันก็ต้องตาย "

แต่มันจะเกิดขึ้นตอนไหน
อาจจะแค่ไม่กี่ปีข้างหน้า  
อาจจะเป็นอีก 10 ปี

ผมเชื่อนะ...ว่ายังไงมันคงต้องตายจริงๆ
แต่ผมก็เชื่อเหมือนกัน... ว่ามันจะต้องเกิดใหม่ 
Magazine จะตาย และเกิดมาเป็นสื่ออีกรูปแบบนึง
ในคอนเซ็ปเดิม แต่อาจจะบนสื่อใหม่ที่ต่างออกไป

เพราะสิ่งที่ผมเชื่ออย่างแรงกล้าที่สุด
คือ Content is king     
 
นักคิด นักเขียน จะไม่มีวันหายไปจากโลก
เนื้อหา เรื่องราว ของทุกคนยังจะต้องถูกส่งต่อ เล่าขาน ไปอีกตลอด
แต่มันจะอยู่ในฟอร์มไหน รูปแบบไหน
...มันเป็นเรื่องที่ไม่อาจคาดเดา   

รู้แต่เพียงว่า
ผมจะตามไป : )
SHARE
Writer
Pippo
Entertainer
Actor / Writer / Barista at Storylog

Comments

parenic
3 years ago
ทุกวันนี้สังเกตเหมือนกันค่ะ ปิดตัวลงไปเยอะมาก ปรับเป็นฟรีแม็กบ้าง ปรับรูปแบบบ้าง ในเล่มเองก็สังเกตเห็นว่า ad เยอะมาก ปรากฎการณ์นี้เกิดขึ้นกับทุกนิตยสารจริงๆ ตอนนี้เป็นช่วงที่เรากำลังซื้อนิตยสารเก็บไว้ให้มากที่สุดด้วยซ้ำ เพราะเราก็กลัวเหมือนกันว่ามันจะหายไปจริงๆ 
________________
ยังไงก็อยากฝากบอกคนทำนิตยสารนะคะ สู้ต่อไปค่ะ! ยังอยากให้มีต่อ ยังอยากอ่านอยู่ เราเป็นอีกคนที่ยังหลงรักในสัมผัสกระดาษ กลิ่นหมึก ความพิถีพิถันในขั้นตอนการทำ นิตยสารเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีเสน่ห์อยู่ในตัวอยู่แล้ว เมื่อโลกก้าวไปข้างหน้า เรายอมรับว่าเราอาจจะติดตามข่าวสารจากคุณน้อยลง แต่เรายังอยากอ่านคอลัมน์หลายๆคอลัมน์อยู่ ทั้งบทสัมภาษณ์ ทั้งนักเขียนดีๆ เราไม่อยากให้มันย้าย platform ไปอยู่บนโลกออนไลน์หรือเป็นฟรีไปซะหมด เรายืนยันจะอุดหนุนนิตยสารที่เป็นเล่มต่อไป
Reply
DevilArt
3 years ago
ผมเป็นอีกคนที่อ่านนิตยสารลดลง จนเหลือแต่เพียงแค่นิตยสารเกมเพียงเล่มเดียว จากเมื่อก่อนที่แต่ละเดือนต้องเจียดเงินเกือบครึ่งของเบี้ยเลี้ยงหมดไปกับค่านิตยสารและหนังสือการ์ตูน  แต่พอมาในยุคนี้ที่ข่าวสารใหม่ๆหาอ่านได้ตามเว็บ/บล็อกทั้งไทยและต่างประเทศ ยังไม่นับรวมหัวข้อที่ถูกแชร์อยู่บน Facebook ที่ถูกบุ๊คมาร์กเก็บไว้อ่านทีหลัง(ซึ่งนับวันมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ) หรือเก็บไว้อ่านบน Feedly/Pocket จนดูเหมือนว่าชาตินี้อาจจะอ่านไม่หมด ยังไม่นับเวลาในการอ่านที่ถูกแบ่งไปยังสื้อต่างๆอาทิ Social Network / Game (ทั้งบน PC/Smartphone/Tablet) / Series (ไทย/เกาหลี/ฝรั่ง) อีกด้วย ....... จนดูเหมือนว่าเรามีเวลาอ่านน้อยลง Content ที่อ่านอ้าว....รู้หมดแล้ว แถมบางอันรู้ลึกกว่าในนิตยสารเสียอีก  เสียดายเหมือนกันครับที่นิตยสารบางเล่มปิดตัวลง (เมื่อก่อนก็ PC Today ตอนนี้ Play Mag ปิดตัวตามไปแล้ว ....เศร้าใจ)

Reply
Porr
3 years ago
เห็นด้วยอย่างยิ่งคะ เราอยู่ในวงการนิตยสาร ทำคอนเทนต์ เขียนคอลัมน์ ตั้งใจมากๆ กับงานที่ทำ แต่คนอ่านกลับน้อยลง..
Reply
imSaxophone
3 years ago
บางทีซื้อนิตยสารมา อีกสักพัก ในเพจก็เอาไปลงบนเฟส ก็เลยลังเลกับการซื้อบางทีอ่าคับ เพราะนั่งอ่านหน้าเพจฟรีๆก็เหมือนนั่งอ่านที่ซื้อมาเลย ^^"
แต่บางเรื่องเจาะๆก็ซื้อเพราะขี้เกียจไปหาตามอ่านอีกที
Reply
TAHM
3 years ago
ผมโตมาเห็นหนังสือเก่าๆของพ่อเต็มตู้ เต็มจริงๆ การ์ตูนของพี่สาวที่อายุห่างกันเกือบ10ปี เต็มลัง ผมทบไม่ได้อ่าน แล้วหนังสือมันมีคุณค่าอะไร ? ถ้าคนเราเลือกจะส่งต่อความรู้ให้กับเด็กๆก็ต้องเลือกต้องคัดสรรค์ เอาเข้าจริงผมไม่เคยซื้อหนังสือเพราะมันเป็นหนังสือเลย โฆษณามากขึ้นคนปิดรับมากขึ้น เงิน ข้อมูล น้ำ สถานะเหมือนกันคือเป็นกระแส
Reply