มุสา
 
เรื่องส้นย่อหน้าเดียว (20/8/57) : มุสา 
อาจเป็นโชคกระมังที่ดลใจให้ผมมองผ่านไอร้อนของท่อไอเสียรถเมล์สาย 44 ในวันนั้น ร่างสันทัดบอบบางราวนกขมิ้นหนุ่มก้าวลงมาจากรถเบ๊นซ์เลขทะเบียนซ้ำๆ เขาเดินรี่มาย่อตัวลงนั่งยอง ๆ ตรงหน้าผม “แท้หรือเปล่า” ผมหัวเราะเบา ๆ แทนคำตอบ มือบอบบางแบบไม่เคยต้องงานหนักของเขากวาดกองพระที่กระบะของผมไปรวมไว้มุมเดียวกันกว่าค่อน “เหรียญก็มีนะ” ผมหยิบกล่องขนมปังที่ใส่พระเหรียญจากใต้แผงให้ดู เขาหยิบกล้องขยายส่องดูอย่างเร็ว ๆ สองสามเหรียญแล้วโยนลงไปที่เดิม ผมเพิ่งเคยเห็นไรคิ้วบางของเขาเป็นหนแรกมันแอบซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นสีดำ “สวย ตำหนิครบ” เขาว่าพลางยัดกล่องนั้นพร้อมพระกรุที่ถูกห่ออยู่ในผ้ายันต์ผืนใหญ่ลงกระเป๋าหนังแบรนด์แนมสีน้ำตาลสลับดำและรีบจ่ายเงินโดยไม่ต่อราคาเหมือนเคย รถเบ๊นซ์คันเดิมวนมาจอดเทียบแทบจะทันทีที่เขายืนขึ้น “พระแท้ไหม” ผมถามเบา ๆ ก่อนร่างนั้นจะหมุนตัวไปขึ้นรถ“ของซื้อขายไม่รู้นะ แต่อาตมาน่ะพระแท้” ผมยกมือขวาที่ยังคืบสายฝนควันฉุยขึ้นบรรจบมือซ้ายที่ละจากเกาตูดอยู่แล้วเอ่ย “สาธุ” เสียงยาว
SHARE
Written in this book
เรื่องสั้นขนาดสั้น
เรื่องสั้นขนาดสั้น.ในหนึ่งหน้ากระดาษ เอ 4 และเรื่องสั้นยิ่งกว่าขนาดสั้น 400-600 คำ ที่จบในหนึ่งฉาก
Writer
rangrotfly
writer
ถ้าชีวิตคือการเดินทางที่ล้วนพบเจอทางแยกมากมาย เรียนรู้ไม่มีจบสิ้น มุ่งหมายเพื่อส่งมอบความสำเร็จ และสิ่งดีงามอันเป็นอาภรณ์แก่ตนและสรรพสิ่งรอบกายแล้วไซร้ ทางลัดที่ท่องไปในที่ไม่เคยไป ที่ไม่เคยรู้ ที่ไม่เคยเห็น ผ่านข้อความและภาพสื่อความหมายหลายหลาก หนังสือจึงเป็นกัลยาณมิตร ที่ล้ำค่าหาใดเปรียบได้ แม้ในระหว่างบรรทัดที่ว่างเปล่าตัวอักษรให้รำลึกถึง และถ้าการรู้หนังสือเป็นการเปิดประตูสักบานเพื่อไปสู่ความปรารถนาสูงสุดของมนุษย์ได้ การอ่านก็เป็นสะพานให้มนุษย์ก้าวข้ามหุบเขาของความมืดบอด นอกจากการสื่อสารไปมาที่โป้ปด ความรู้ ความเข้าใจ ไตร่ตรอง รวมถึงการเชื่อมโยงสัมพันธ์ จึงเป็นความสุขและสว่างพิสุทธิ์ตรงหน้า ที่ส่องผ่าน รอด ลาดหลุม มุมอับ อันซับซ้อนของความเขลา ให้กระจ่างด้วยเหตุผลและความสุขในสุดท้าย

Comments