ย้อนรอย...ถอดรหัส 007

เมื่อสองสามวันที่ผ่านมา เป็นวันที่สายลับเจ้าเสน่ห์  เจ้าของรหัสสังหาร 007 แห่งหน่วยสืบราชการลับอังกฤษ  ได้กลับมาทำภารกิจอีกครั้งหลังจากห่างหายไป4ปี กับตอนล่าสุดที่ชื่อว่า "Spectre" หรือองค์กรลับ...ดับพยัคฆ์ร้าย

​แดเนียล เคร็ก กลับมาสวมบทเป็นเจมส์ บอนด์ ครั้งที่4

สายลับเจ้าเสน่ห์ผู้นี้ นับเป็นตัวละครที่ถือว่าเป็นไอค่อนแห่งโลกบันเทิงเทียบเท่ากับฮีโร่ตัวอื่นๆและยังคงโลดแล่นมาจนถึงทุกวันนี้ อีกทั้งเปรียบเป็นสัญลักษณ์ของประเทศอังกฤษเลยทีเดียว จากการแสดงพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิกที่กรุงลอนดอนเมื่อปี2012

เจมส์ บอนด์เป็นตัวละครที่น่าจะทำให้ผู้ชายหลายคนอยากเป็น นอกจากจะเป็นสายลับฝีมือฉกาจผู้ผ่านภารกิจเสี่ยงตายมานับไม่ถ้วน, มีอุปกรณ์ต่างๆสุดไฮเทคพร้อมลุย และเป็นสายลับเจ้าเสน่ห์ที่สาวๆอยากจะเป็นสาวบอนด์ซักครั้งในชีวิต

กว่าจะเป็นบอนด์ในวันนี้ ถ้าย้อนกลับไป 40-50ปีที่แล้ว เมื่อครั้งที่บอนด์ยังเป็นแค่ไอเดียของ ชายที่ชื่อ เอียน เฟลมมิ่ง เมื่อครั้งสมัยรับราชการที่กองทัพเรือ เขานำเอาประสบการณ์ทำงานในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง บวกเกร็ดเล็กๆน้อยๆที่มาจากตัวเองและเพื่อนๆที่ทำงาน มาประกอบที่ละนิด ทีละหน่อย และเคยลั่นวาจากับเพื่อนฝูงว่า

"I am going to write the spy story to end all spy stories."
ฉันจะเขียนนิยายสายลับชนิดที่ว่าเรื่องอื่นเทียบไม่ติดให้ได้

แต่จริงๆเขายังไม่มีชื่อให้กับสายลับคนนี้ วันหนึ่งเขาไปสะดุดตากับชื่อหนังสือ "Birds of the West Indies" ซึ่งผู้แต่งมีชื่อว่าเจมส์ บอนด์ เป็นนักปักษีวิทยา ซึ่งชื่อนี้ตรงกับที่เขาต้องการว่าอยากได้ชื่อสั้นๆจำได้ง่ายและจดจำแบบไม่มีวันลืม ทำให้เขาจึงเลือกชื่อนี้กับสายลับที่เขาจะลงมือเขียนพอดี

เฟลมมิ่งใช้เวลาเก็บรายละเอียดเรื่องที่จะเขียนในช่วงพักกลางวันกับเลิกเรียน พอได้หยุดพักร้อนเขาจะหอบไอเดียที่ได้มา มุ่งไปยังบ้านพักตากอากาศโกลเด้นอาย ที่จาไมก้า ก่อนจะนำไอเดียทั้งหมดนี้มาร้อยเรียงเป็นต้นฉบับนิยาย

เขานั่งพิมพ์เรื่อยๆ....พิมพ์ต่อไปไม่มีหยุด

จนในปี1953 นิยายเจมส์ บอนด์ ตอนแรกชื่อ Casino Royale ก็ถูกตีพิมพ์เป็นครั้งแรก และเป็นครั้งแรกที่ทำให้ชื่อของสายลับ007เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

หลังจากนั้นเขาก็ทุ่มเทและเขียนนิยายสายลับ จนจากโลกนี้ไปในวันที่ 12 สิงหาคม ปี1964 เขาเขียนเรื่องสายลับ007 รวมทั้งสิ้น14เรื่อง (นวนิยาย12 เล่มและเรื่องสั้น 2เล่ม) ซึ่งทุกวันนี้ก็มีนักเขียนหลายคนที่ได้สานต่อจากเฟลมมิ่งจนถึงปัจจุบัน แต่เป็นการเล่าให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้นโดยที่ยังคงความเป็นเจมส์ บอนด์อยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

ในปี1962 นิยายสายลับที่โด่งดังก็ถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ จากการถือสิทธิ์ของบริษัท EON Production โดยประเดิมเรื่องแรกคือ Dr.No และมอบบทสายลับเจ้าเสน่ห์ให้กับฌอน คอนเนอรี่  ประเดิมเป็นคนแรก ซึ่งหนังก็ประสบความสำเร็จ และฌอนก็ทำให้คนทั่วโลกได้รู้จักสายลับผู็นี้มากยิ่งขึ้นและเป็นหนึ่งในผลงานการแสดงที่ดีที่สุดของเขาก็ว่าได้

หลังจากนั้นเขาก็แสดงอีก 5 ตอนซึ่งตอนสุดท้ายคือ You Only Live Twice คอนเนอรี่ ก็อำลาบทนี้ ก่อนที่ในตอน  On Her Majesty's Secret Service ออกฉายในปี 1969 เปิดโอกาสให้นักแสดงจากแดนจิงโจ้นามว่า จอร์จ ลาเซนบี้ มาเป็นบอนด์หมายเลข2 แต่เขาแสดงเพียงตอนเดียว ทำให้ในตอน Diamonds Are Forever ในปี1971 ฌอน คอนเนอรี่ กลับมาทิ้งทวนเป็นครั้งที่ 6 และก็อำลาบทสายลับอย่างเป็นทางการ (ปี1983 กลับมารับบทบอนด์ในตอน Never Say Never Again ซึ่งไม่ได้สร้างโดยค่าย EON )

นับว่า ฌอน คอนเนอรี่ เป็นผู้วางต้นแบบของสายลับที่ว่าต้องสูงยาวเข่าดี สมาร์ท เสน่ห์แรงจนสาวน้อยสาวใหญ่หลงไปตามๆกัน

แต่พอมาถึงตอน Live And Let Die ในปี1973 โรเจอร์ มัวร์ จึงรับไม้ต่อทันทีและเป็นบอนด์คนที่3 หลังจากนั้นเขาก็แสดงมาตลอด10ปี รวมทั้งสิ้น7ภาค ซึ่งสูงกว่านักแสดงบอนด์คนอื่นๆก็ว่าได้ แต่ที่ทำให้มัวร์เป็นที่จดจำ คือเขาทำให้บอนด์จากที่เป็นคนจริงจัง กลายเป็นคนอารมณ์ขัน ขี้เล่นและไม่ทิ้งลายเสน่ห์แพรวพราวที่เสมอต้นเสมอปลาย จนทำให้บอนด์ยุคของมัวร์นอกจากสนุกตื่นเต้นแล้ว ยังมีอารมณ์ขันสอดแทรกเป็นระยะๆ

หลังจากจบภาค A View To A Kill ในปี1985 ก็หายไป1ปีเต็มจนในปี1987 The Living Daylights ก็เปิดตัวบอนด์คนที่ 4 นามว่า ทิโมธี ดัลตัน ที่ขอตีความตัวตนบอนด์ที่สมจริงกว่าคนอื่นๆ กลายเป็นบอนด์ที่ดูดุดันและมีความดาร์กขึ้น และโหดเหี้ยมยิ่งกว่าใคร ซึ่งดัลตันแสดงเพียงแค่สองตอน ซึ่งจบที่ Licence To Kill ซึ่งช่วงนั้นมีปัญหาเรื่องสิทธิ์หนังชุด เจมส์ บอนด์ รวมถึงปัญหาอีกมากมายทำให้ดัลตันอำลาบทนี้ไปที่สุด

หลังจากนั้นก็ไม่มีการสร้างหนังชุด007อีกเลย จนกระทั้งปี1995 สายลับจึงกลับมาปฏิบัติภารกิจอีกครั้งในตอน Goldeneye และถึงคิวสายลับคนที่5อย่าง เพียร์ซ บรอสแนน  ซึ่งเขาคือผลิตผลรวมความเป็นแต่ละคนที่เป็น007ที่ผ่านมา บวกกับฝีมือการแสดงที่ลงตัว ของบรอสแนน ทำให้เขากลายเป็นสัญลักษณ์ของเจมส์ บอนด์ยุค2000 ไปโดยปริยาย

บรอสแนนแสดงเป็นยอดสายลับถึง4ตอน แต่หลังจาก Die Another Day ในปี2002 ก็อำลาบทนี้ไปในที่สุด ทั้งที่เขาเป็นบอนด์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

ปี2006 หนังเจมส์ บอนด์ จึงตัดสินใจยกเครื่องใหม่หมด เนื้อหาเต็มไปด้วยความสมจริงสมจัง โดยประเดิในตอน Casino Royale นิยายเรื่องแรกของ007 และ แดเนียล เคร็ก คือสายลับคนล่าสุดที่มารับบทเป็นเจมส์ บอนด์จนถึงทุกวันนี้ (ล่าสุดคือ Spectre)

นี่คือ 6 คนที่ได้เป็นสายลับ007

พวกเขาได้พูดวลี "My name is Bond...James Bond"

พวกเขาได้ใช้ชีวิตเป็นสายลับเจ้าเสน่ห์ มีสาวๆรายล้อมเพียบ

พวกเขาได้เปิดตัว Gun barrel sequences

พวกเขาได้ลิ้มรสมาร์ตินี่...เขย่าแต่ไม่คน

และแน่นอนได้บู๊ไปกับภารกิจเสี่ยงตายมาแล้วนับไม่ถ้วน

ไม่ว่าใครจะได้มาเป็นเจมส์บอนด์ แต่ผมเชื่อว่าต่อให้10-20ปีต่อไป

สิ่งที่ผมได้พูดไปเมื่อกี้มันจะติดตาคนดูเช่นนี้ตลอดไปตราบนานเท่านาน............. 








SHARE
Written in this book
ช็อคโกแล็ต...ไดอารี่
บันทึกเรื่องราวดีๆ ที่มีอยู่มากมายเกิดขึ้นได้ทุกที่...แม้แต่กล่องช็อคโกแล็ต
Writer
DreamerWriter25
Rookie Writer
นักเขียน / นักฝัน (สมัครเล่น)

Comments