เพลงที่เปิดเอาไว้แต่ไม่ได้ฟัง.
1
สิบนาทีล่วงผ่านไปแล้ว หน้ากระดาษโปรแกรมเวิร์ดเบื้องหน้ายังคงว่างเปล่า ไร้ซึ่งรูปเงาตัวอักษร ผมตัดสินใจพับโน้ตบุ๊คเก็บลงกระเป๋าสะพาย และเปลี่ยนบรรยากาศออกไปนั่งเขียนต่อที่ร้านกาแฟละแวกบ้าน

ลาเต้เย็นหนึ่งแก้ว - ด้วยความไม่ประสีประสาเรื่องรสชาติเครื่องดื่มรสขมชนิดนี้ ผมจึงสุ่มเลือกเอาจากกระดานเมนูที่ติดอยู่บนผนัง ชายหนุ่มมุสลิมเจ้าของร้านพยักหน้ารับรู้และบอกให้ผมเลือกที่นั่งตามใจชอบ เขาบอกเล่าทำนองว่ามันเป็นบ่ายที่เงียบเหงาและผมเป็นลูกค้าคนที่สามที่เดินเข้ามา

ผ่านไปประมาณสามนาที ลาเต้แก้วนั้นถูกยกมายังโต๊ะที่ผมนั่งอยู่ ถนนข้างหน้าร้านโล่งโปร่ง แทบไม่มีรถราสัญจรเคลื่อนผ่าน ผมเปิดโน้ตบุ๊คและเริ่มต้นเขียนเรื่องสั้นที่วางโครงเรื่องไว้ หน้ากระดาษเริ่มมีชีวิตชีวาด้วยตัวอักษร น่ายินดีที่วันนี้จะเป็นอีกวันที่กลับมาเขียนได้อย่างลื่นไหล ทุกอย่างเป็นไปด้วยดีจนกระทั่งชายหนุ่มเจ้าของร้านเดินไปที่ไอแพดที่วางอยู่บนเก้าอี้ และเปลี่ยนเพลงเปียโนที่กำลังดังคลอให้เป็นเพลงป็อบเพลงหนึ่งที่มีเนื้อหาของคนอกหักที่เจ็บปวดรวดร้าว นักร้องชายในเพลงคร่ำครวญถึงความรักที่กำลังสูญเสียและไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้ว เมื่อนั้นเองนิ้วที่พรมอยู่บนคีย์บอร์ดของผมก็มีอันสะดุดลง

อาจเป็นสีหน้าหรือท่าทางของผมที่ถูกจับสังเกตเห็นได้ เขาจึงเอ่ยขอโทษขอโพยเสียยกใหญ่ และอธิบายว่าไม่อยากให้บรรยากาศในร้านเงียบเกินไป

ผมไม่ถือโทษโกรธเจ้าของร้านหรอก มันเป็นความปรารถนาดีของเขาที่มีต่อลูกค้าอย่างผม เขาเล่าว่าทุกครั้งที่ร้านตกอยู่ในความเงียบ ลูกค้ามักจะขอให้เขาเปิดเพลง เปิดโทรทัศน์ หรืออะไรก็ได้ เพราะไม่ชอบความเงียบ ลูกค้าที่มาคนเดียวก็ให้มักเหตุผลว่าไม่อยากให้บรรยากาศมันวังเวง ส่วนลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มก็จะบอกว่าไม่อยากให้มีความเงียบ ไม่อยากให้มีช่วงที่เกิดเดดแอร์ขึ้นในบทสนทนา

ฟังเขาเล่าแล้วผมนึกถึงหญิงสาวคนหนึ่งที่ผมรู้จัก เธอเป็นคนไม่ชอบความเงียบเอาเสียเลย ทนอยู่กับมันไม่ได้แม้สักนาที เมื่อใดก็ตามที่ห้องทั้งห้องไร้สุ้มเสียง เธอมักทนไม่ไหว เอ่ยออกมาว่ามันอึดอัด ขอให้ผมช่วยเปิดเพลงหรือเปิดโทรทัศน์สักหน่อยเถิด จะเปิดวิทยุก็พอทำเนา

เธอไม่ได้ใส่ใจเนื้อหาของบทเพลง เสียงดนตรี หรือรายการโทรทัศน์ มันเป็นเพียงเสียงที่ลอยกระทบหูเพียงชั่วคราวแล้วผ่านเลยไป ก็แค่ 'เปิดไว้เป็นเพื่อนแก้เหงา' – เธอว่าอย่างนั้น

เช้าวันหลังจากเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อพฤษภาคม 2557 วันนั้นโทรทัศน์ทุกช่องสัญญาณภาพขาดหาย มีเพียงภาพขาวดำที่ส่งเพียงเสียงซ่าๆ ออกมา ทว่าเธอก็ยังคงเปิดมันทิ้งไว้อย่างนั้น

ไม่รำคาญเหรอ – ผมถาม
ดีกว่าอยู่เงียบๆ – เธอว่า

วันนั้นผมนึกสงสัยขึ้นมาว่าความเงียบมันน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือ แล้วเสียงที่ไม่มีความหมายและรบกวนโสตประสาทเช่นนั้นมันน่าฟังกว่าตรงไหนกัน


2
โลกมีปริมาณคนเหงาเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ถ้อยคำพร่ำเพ้อรำพันพร้อมด้วยบทเพลงว่าด้วยความเหงา ความเดียวดาย และการอยู่ลำพัง ถูกโพสต์ขึ้นเฟซบุ๊คให้เห็นตลอดเวลา เราอยู่ในยุคสมัยที่มนุษย์ต่างก็พยายามไขว่คว้าอยากมีใครสักคนไว้พูดคุย รับฟัง ทำความเข้าใจ กระทั่งแค่คอยอยู่เคียงข้าง

Just give me someone - สเตตัสของหญิงสาวผู้รังเกียจความเงียบเคยโพสต์ไว้แบบนี้

มนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้อยู่ลำพัง - ถ้อยคำความเชื่อเหล่านี้ถูกป้อนให้เห็นให้ได้ยินอยู่เสมอ ความเหงาคือความเลวร้ายที่มอบภาวะเคว้งคว้างว่างเปล่าอันไร้ความหมายให้แก่เรา เราจึงทำทุกวิถีทางเพื่อหลบหนีหลีกเลี่ยงความเหงา ไล่หาจุดสีเขียวบนเฟซบุ๊คและหาเรื่องทักทายพูดคุย หรือโทรหาใครสักคนเพื่อชวนไปเที่ยวข้างนอกด้วยกัน

นั่งสังสรรค์กับเพื่อนกลุ่มหนึ่ง เมื่อต่างคนต่างแยกย้าย เราโทรศัพท์หาเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่ง ถามว่านั่งกินกันอยู่ที่ไหน จะตามไปสมทบ

โลกมีคนเช่นนี้อยู่จริง ไม่มีประเด็นสำคัญให้พูดคุย ไม่ได้คิดถึงหรือห่วงใยจนอยากพบหน้าขนาดนั้น เพียงแต่ที่บ้านมันเหงาเกินไป เมื่อยังรู้สึกว่าบ้านยังไม่ใช่ที่พัก ไม่แปลกนักที่เราจะออกมาค้นหาบางสิ่งที่อยู่ข้างนอก

ด้วยเพราะไม่อยากจะอยู่ลำพังในค่ำคืนนี้

กิจวัตรประจำวันง่ายๆ อย่างกินข้าว ดูหนัง ออกไปเที่ยว แม้กระทั่งเรื่องพื้นฐานเช่นการไปเข้าห้องน้ำ กลายเป็นเรื่องที่เราต้องชักชวนอีกคนหนึ่งให้ไปด้วยกัน หลายคนไม่ได้ดูหนังทั้งที่ตัวเองอยากดู เพราะหาเพื่อนไปดูด้วยกันไม่ได้ เห็นเก้าอี้ที่ว่างเปล่า ไม่มีคนนั่งดูด้วยกันข้างๆ แล้วมันเหงา

ผมเคยไปชมภาพยนตร์โรแมนติกเรื่องหนึ่งคนเดียว อุตสาห์ตั้งใจเลือกที่นั่งปลีกวิเวกจากผู้คนเพื่อจะได้ไม่ต้องพบเจอคนไร้มารยาทในการดูหนัง แต่เมื่อเข้ามาในโรงก็พบว่ามีผู้หญิงที่รู้จักกันเข้ามาชมด้วย เธอมากับเพื่อนอีกคนและเลือกที่นั่งติดกับผม เมื่อพบหน้า เธอก็ทักผมเสียงดัง "เฮ้ย บ้าหรือเปล่า ทำไมมาดูหนังคนเดียว"

คนแบบไหนกันที่เข้าไปดูหนังในโรงคนเดียว คนแบบไหนกันที่นั่งกินข้าวเงียบๆ คนเดียว คนแบบไหนกันที่เข้าร้านกาแฟเพียงลำพัง และไม่ได้มีธุระหรือนัดหมายกับใครอีกคน ใช่หรือเปล่าว่าเขาหรือเธอผู้นั้นคือคนไร้เพื่อนฝูง ไร้คนรัก อาจหาที่พักพิงอาศัยให้หัวใจไม่ได้ จึงต้องผ่อนคลายออกกับสถานที่เหล่านี้


3
ลูกค้ารายที่สี่ของร้านกาแฟวันนี้เป็นนักศึกษาสาวสองคน คนแรกสั่งชามะนาว ส่วนอีกคนเธอสั่งโกโก้ปั่น นั่งที่เก้าอี้กันได้ไม่กี่อึดใจเธอก็พูดว่า "วันนี้ทำไมเงียบจัง เปิดเพลงหน่อยได้ไหมคะ"

ชายหนุ่มมองหน้าผมเป็นเชิงขออนุญาต ผมพยักหน้าให้เขาและสั่งลาเต้เพิ่มอีกแก้วหนึ่ง

"เปิดไว้เป็นเพื่อนแก้เหงา" คำของหญิงสาวลอยขึ้นมาในห้วงคำนึง หรือว่านี่จะเป็นยุคสมัยที่คนเราอยู่กับความเงียบไม่เป็น ทนความเหงากันไม่ได้อีกแล้ว

Just give me someone - นาทีนี้ สเตตัสของหญิงสาวอาจจะต้องเปลี่ยนแปลงใหม่เป็น Just give me something (or anything !) - เราต้องการให้มีใครหรืออะไรก็ได้ มาช่วยปัดเป่าความเงียบเหงา ถึงแม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นเสียงที่เราไม่ได้สนใจใส่ใจจะฟังมันอย่างจริงจังก็ตาม จะเพลงไหน รายการอะไรก็เปิดมาเถิด อย่างน้อยมันก็ดีกว่าให้หูต้องเผชิญหน้ากับความเงียบงัน

ทั้งที่เรามีวัตถุสิ่งของพร้อมสรรพ ทว่าผู้คนทุกวันนี้ก็ยังคงรู้สึกเหงา

เรามีเวลาให้กับตัวเองน้อยเกินไปหรือเปล่า เคยฟังเสียงหัวใจตัวเองบ้างไหม หยุดถามตัวเองบ้างหรือเปล่าว่าค่ำคืนที่กำลังจะผ่านพ้นไปนี้มีความสุขดีไหม รู้สึกเหงาบ้างหรือไม่ หัวใจยังมุ่งหวังหรือปรารถนาสิ่งใด พอใจกับชีวิตที่เป็นอยู่นี้แค่ไหน

ความเงียบเหงานั้นน่ากลัวก็จริงอยู่ ช่วงเวลาเปล่าเปลี่ยวเดียวดายของการที่ไม่มีใครนั่นก็น่าขื่นขมตรอมตรมทุกข์ทรมาน

แต่ชีวิตคนเราเลือกกันได้ทุกคนเสียที่ไหน หลายคนที่แม้ไม่ได้เลือก แต่หนทางชีวิตก็ลิขิตให้ต้องเดินอย่างโดดเดี่ยวลำพัง

เกิดมาคนเดียวตายคนเดียว โตๆ กันแล้ว เราควรทำความเข้าใจ รับรู้ร่วมกันได้ว่า ไม่ว่าเพื่อนหรือคนรัก ต่างก็ไม่ได้อยู่กับเราตลอดเวลา

เหงาแล้วอยากนั่งคุยด้วย แต่อีกฝ่ายไม่สะดวกสนทนา หรือคิดถึงแล้วอยากโทรไปหา เขาหรือเธอตอบกลับมาว่าไม่ว่าง กำลังทำงานอยู่

ไม่ว่าแบบใดก็ลงเอยด้วยการที่เราต้องอยู่คนเดียว

ปัญหาในชีวิต เราพึ่งพาอาศัยคนอื่นไปไม่ได้ตลอด โตๆ กันแล้ว ผมคิดว่าจำเป็นที่เราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่คนเดียวให้เป็นบ้าง ไม่ว่าจะดูหนัง กินข้าว หรือออกไปเที่ยว ถ้ามันจำเป็นต้องไปคนเดียวก็ควรทำ

เหน็บหนาวบ้างก็เป็นธรรมดาของฤดูกาลที่พ้นผ่าน ไม่มีวันคืนใดที่เราจะรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยไปได้ตลอด

ยามล้มตัวลงนอน สิ่งที่เราต้องพบเผชิญก็คือความเงียบ เราหนีมันไม่พ้น หนทางบีบคั้นให้เราต้องเผชิญหน้า โตๆ กันแล้ว เราควรสังเกตว่าเพลงที่เปิดไว้แต่ไม่ได้ฟัง โทรทัศน์ที่เปิดไว้แต่ไม่ได้ตั้งใจดู ไม่ได้นำพาเราไปพ้นไกลจากความเหงา มันเป็นเพียงการหลอกลวงตัวเอง เป็นคล้ายเสียงที่ดังกลบเกลื่อนความจริงเพียงชั่วคราว ความจริงที่ว่าเราทนอยู่เงียบๆ เพียงลำพังไม่ได้

คล้ายว่าเราทำเป็นมองไม่เห็นปัญหา เราทำทุกอย่างเพียงเพื่อจะได้พาตัวเองออกไปให้พ้นๆ ความเหงานี้ เราไม่เคยขุดค้นหัวใจตัวเองออกมาดูเลยว่าทำไมถึงได้เหงา ทำไมถึงรู้สึกว้าเหว่ ทำไมเราอยู่คนเดียวกันไม่ได้

การอยู่ลำพังคนเดียวนั้นไม่ได้หมายถึงความโดดเดี่ยวเสมอไป และถ้าชีวิตนี้คนเราไม่เรียนรู้ที่จะอยู่คนเดียวให้เป็นเสียบ้าง เราก็อาจต้องดิ้นรนพึ่งพาอาศัยคนอื่น สิ่งอื่นอยู่ตลอดเวลา หาเพลงอะไรก็ได้ไว้ใส่หัวใส่หู ถามคำถามอะไรก็ได้ที่พอจะทำให้บทสนทนาไม่ว่างเปล่า กระทั่งทักไลน์หรือโทรหาเพื่อนสักคน ว่าวันนี้เขาหรือเธอว่างหรือเปล่า

เราออกไปดูหนังด้วยกันสักหน่อยดีไหม.
SHARE
Writer
Thankwian
labour worker
Nothing important

Comments

maneein27
5 years ago
บางครั้งความเงียบที่อยู่ในใจ..แม้เสียงจะดังแค่ไหนก็ไม่เคยทำลายความเงียบนั้นลงได้เลย...ความเงียบที่ทรมาร
Reply
zupisets
5 years ago
เป็นบ้างบางคราวนะฮะ ที่ออกจากผับแล้วรู้สึกเหงามากๆ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นอยู่กับเพื่อนมากมาย แต่พอทุกคนแยกย้าย ก็เหงาขึ้นมาซะอย่างนั้น ไม่อยากกลับบ้าน อยากไปต่อ ที่ไหนก็ได้ที่เราไม่ต้องอยู่คนเดียว 

แต่บางครั้ง ก็ไม่อยากให้ใครมายุ่งกับเรา อยากไปคนเดียว เดินคนเดียว กินข้าวคนเดียว ดูหนังคนเดียว ก็แปลกๆ ดีเหมือนกันฮะ :D
Reply
5W1H
5 years ago
เราออกไปดูหนังด้วยกันสักหน่อยดีไหม.
Reply
imonkey7
5 years ago
^^
Bastet
5 years ago
มาไรท์เตอร์สิครับ เดี๋ยวชงกาแฟอร่อยๆ ให้ดื่ม
Reply
lalajinx
5 years ago
เคยไปนั่งกินข้าวคนเดียว แล้วคนรู้จักมาเห็นเข้า
แล้วทักว่า "เฮ้ย กินข้าวคนเดียวไม่เหงาเหรอ" //หืม?

การทำอะไรคนเดียวมันดูโดดเดี่ยวขนาดนั้นเลยเหรอ
การทำอะไรคนเดียวมันดีจะตาย อิสระออก
Reply