อยากลาออกจากจุดนี้ แต่บังเอิญว่าดีแต่ปาก
คำถามหนึ่งผุดขึ้นมาในความคิดของฉัน แต่ฉันไม่ได้เอ่ยมันออกไป อาจเพราะไม่รู้ว่าคนที่รับฟังจะเห็นต่างหรือว่าเห็นด้วย สุดท้ายคำถามที่ฉันยังไม่สามารถตัดสินคำตอบได้ก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของฉันอยู่คนเดียว

เมื่อวันหนึ่งที่เราเริ่มหมดความสุข เริ่มจะไม่สนุกกับสิ่งที่ทำอยู่ คำถามๆ นี้ก็เกิดขึ้นมาว่า

"เราจะพยายามยื้อต่อไปเพื่ออะไร"

ด้วยความที่ฉันเป็นคนทำอะไรตามความรู้สึก ถ้าพอใจจะทำ ต่อให้ไม่เกิดประโยชน์ ฉันก็เต็มใจอย่างยิ่งที่จะทุ่มแรงทั้งหมดลงไปเพื่อมัน พอมาวันนี้ฉันไม่มีความสุขกับมันแล้ว สิ่งที่ทำอยู่ช่างน่าเบื่อหน่าย จืดจาง และชืดชาสิ้นดี แต่จะให้ก้าวออกจากเส้นทางที่เป็นอยู่ก็ทำไม่ได้ ด้วยร้อยแปดประการที่เราต่างหยิบยกมาเป็นข้ออ้างว่ามันคือเหตุผล ซึ่งข้ออ้างก็คือข้ออ้างอยู่วันยันค่ำ

สิ่งที่ฉันเริ่มคิดตอนนี้คือเราจำเป็นไหมที่ต้องมีงานทำที่ดี มั่นคงและเป็นที่เชิดหน้าชูตาได้ จำเป็นไหมที่ต้องทำงานบริษัทใหญ่ๆ ได้เงินเยอะๆ เราต่างก็เรียนให้สูง ทุกคนพร้อมใจกันยกระดับตัวเอง ไม่มีใครอยากลำบาก ไม่มีใครอยากเหนื่อยกายและทนได้เงินเดือนก้อนเล็กจิ๋ว

แต่คุณควรรู้ไว้ว่าไอ้พวกเงินเดือนมากๆ อย่างที่คุณอยากจะเป็นกัน ก็จำเป็นต้องพึ่งพาคนเงินเดือนน้อยๆ ทั้งนั้น ถ้าวันหนึ่งที่ทางเลือกสำหรับพวกเขามาถึง ไม่มีใครเป็นชนชั้นแรงงาน ไม่มีใครอยากทำงานหาเช้ากินค่ำ วรรณะที่ต่ำสุดก็ย่อมขยับมาเป็น "นายคน" คุณคิดว่าคุณขาดพวกเขาไปแล้วระบบมันจะรวนบ้างไหม คุณเคยคิดถึงตรงนี้หรือเปล่า

ฉันไม่ได้จะเหมารวมว่าคนทั้งโลกเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ฉันอาจจะคิดและเขียนมันไปเพราะอารมณ์แห่งด้านมืดของจิตใจอันชั่วร้าย ว่ากันตามตรงคือฉันอยากลาออกจากจุดที่เป็นอยู่ ไปหาความสุขให้ชีวิต ทำงานอะไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องพยายามมาก ให้รวยมาก ให้ได้ใบประกอบวิชาชีพ ให้เป็นหน้าเป็นตาแก่วงศ์ตระกูล จนมีเงินเจ็ดแปดหลักนอนรออยู่ในบัญชี ฉันแค่อยากทำอะไรสักอย่างให้สังคมมันดำเนินไป ให้ตัวเองเต็มใจและยิ้มออกมาได้ตอนที่ทำมัน ไม่ต้องสนเงินมากเงินน้อย สำหรับฉันแค่นี้ก็คงพอแล้ว - ไม่ได้จะโลกสวยอะไรเลยจริงๆ

ฉันเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองยื้อไปทำไม ทั้งที่ปากก็พูดมันอยู่นั่นว่าจะลาออก แล้วทำไมไม่ทำ หรือเป็นแค่พวกดีแต่ปาก ในเมื่อทุกวันนี้ชีวิตแม่งโคตรแย่ ยิ้มไม่ออก ซ้ำยังหาความสุขไม่เจออีกต่างหาก ทำไมมันรันทดขนาดนี้(วะ)ชีวิตเรา
SHARE

Comments