ลวด เกี่ยว เรา Man on Wire
(เขียนให้เพื่อนในกรุ๊ปเฟซบุคอ่าน แต่ขอมาดัดแปลงให้เพื่อนในนี้อ่านด้วยครับ - คงมีนิดๆที่ดูเป็นการสปอยล์ ถ้ากลัวก็ไม่ต้องไต่ตามมาครับ:)

ผมได้มีโอกาสดูสารคดีในโครงการ Doc Holiday สามเรื่อง นอกจากเรี่อง Man on Wire นี้ก็มีเรื่องก่อนหน้าคือ บูรณะโกลาหล และ วีเวียน มายเออร์ ผมชอบทั้งสามเรื่อง ตรงจุดที่ผู้เล่าเรื่องแสดงให้เห็นทั้งสองฟากฝั่งของความเป็นบวก และ ลบ ในสิ่งที่กำลังเล่า

โอเค + กับ - ในเรื่องมันอาจจะไม่ได้เท่ากันเหมือนระดับชั้นตึก WTC ที่ คุณฟิลิป เปอตีต์ กำลังจะไต่ แต่เขาก็ไม่ละเลย หรือ ทำเป็นว่ามันไม่มี (ซึ่งเอาเข้าจริงๆเรื่องแย่ๆบางเรื่องถึงจะมวลน้อย แต่ก็อาจจะหนักแน่นและพอฟัดกับเรื่องดีๆได้สมดุลกันก็ได้ และในสารคดีเหล่านี้ก็แสดงให้เราเห็นและฉุกคิดได้อย่างดี ไม่ยัดเยียดดราม่าจนเกินไป)

แต่ส่วนที่สารคดีนักไต่ลวด แสดงให้เห็นได้ชัดกว่าเรื่องอื่นๆ ก็คือ การกระทำของนักไต่ลวดบนเส้นลวดเล็กๆที่ขึงระหว่างตึกแฝด (ชื่อเดียวกับพื้นที่ห้างเก่าที่เราเข้าไปดูหนัง) ในเวลา 45 นาที(ตามที่ข่าวอ้าง) นั้นมันสื่อสารได้ถึงประเด็นที่ใหญ่เลยกว่าตัวเขาไปมากๆ มันมากจนกระทั่งภาพถ่ายที่เงยมองจนเห็นตัวเขา ไม้ทรงตัว และเส้นรวด ดูกลายเป็น รอยปริแตกเล็กๆบนท้องฟ้า

ในขณะเดียวกันน้ำหนักของสาระสำคัญที่มาพร้อมกับวิกฤตที่เขาสร้างขึ้นเองบนเส้นลวดน้ัน ก็หนักจนลวดที่เขาเหยียบน่าจะห้อยย้อยจนพาเขาลงมาแตะพื้นได้ด้วยซ้ำ ซึ่งในสารคดีอาจจะกล่าวถึง Dream หรือ Goal ส่วนตัวของเขาและปล่อยให้เราต่อจิ๊กซอว์เอาเองว่า มันเกี่ยวกับเรายังไง? พูดลวกๆว่า มึงสนุกของมึง แล้วเกี่ยวไรกะกู?

เกี่ยว และ เกี่ยวชัดมากเลยว่า เหตุการณ์กว่า 40 ปี บนตึกที่พังทลายไปแล้วนั้น ได้สร้างจุดเชื่อมบางอย่างมาที่เรา ผ่านสารคดีที่ ร้อยเรียง และ สร้างสรรค์ ฟุตเตจใหม่ เก่า เสียง ภาพถ่าย หรือ บางทีแทบจะได้กลิ่นของอากาศ ลม ความมืด จากการเล่า จนกลายเป็น บันทึกชิ้นเยี่ยมของ'ส่วนรวม'

ที่ผมใช้คำว่าส่วนรวมเพราะมันถูกออกแบบมาแล้ว ให้กลายเป็นหนัง ให้กลายเป็นเครื่องมือสื่อสาร คือเราจะเรียกมันว่า วอล์คกี้ ทอล์คกี้ ก็ได้ถ้าไม่อยากเรียกว่า Film มันกำลังเป็นวิทยุสื่อสาร ที่ถูกยิงธนู ผูกเชือก ส่งข้ามตึกมาหาเรา มันข้ามทวีป มันข้ามเวลา มันข้ามข้อจำกัดทางภาษา (อันนี้ต้องขอขอบคุณโครงการนี้เป็นพิเศษสำหรับ Sub ไทย) เพื่อให้เราถอดรหัสต่างๆที่อยู่ในเรื่อง แล้วใช้สิ่งเหล่านั้นสร้างเส้นลวดใหม่ๆในขีวิตของเราแต่ละคน

ผมไม่รู้สึกว่านี่เป็นงานส่วนตัวเลย เมื่อเราสังเกตท้ายเรื่อง ที่ผู้สร้างจงใจทำให้เห็นว่าตัวฟิลิปมีความหลงระเริง และเสียรังวัด จนขั้นเสียเพื่อน เขายอมใส่เหตุการณ์ช่วงนี้เข้ามา เพื่อให้กลายเป็นไม้ทรงตัวสำหรับเรา ให้คนดูอย่างเราประคองความรู้สึกว่า อย่าชอบ อย่าเชื่อกูมากนะ กูไต่ กูดัง กูก็ไปฟันสาวนะ ไม่มีอะไรงดงามตามที่เห็นเสมอไปหรอกนะ และในความจริงก็มีความเจ็บปวดแบบนี้เสมอ

ลวดของเขาพาดผ่านหลายอย่าง มันกลายเป็นพื้นที่ระหว่าง ที่เขารู้สึกแฮปปี้ และ อยากชวนให้เราแฮปปี้ไปด้วยกัน โดยที่เราไม่จำเป็นต้องไปยืนเสียวเป็นเพื่อนเขาบนนั้นก็ได้ ขอแค่เรามองหา 'ลวด' นั้นของเราให้เจอ แล้วอย่าลืมหาไม้ทรงตัวด้วยล่ะ ร่วงไปเจ็บแน่ครับ :)

PolyStory
5.11.15
SHARE
Writer
Polystory
Life Watcher
มาเติบโตไปพร้อมๆกันผ่านการเขียน และ การอ่าน กันครับ ถ้าจะให้บอกลักษณะงานที่กำลังจะเขียน ก็คงบอกได้เพียงว่า ไม่มีลักษณะ ไม่ได้เขียนถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่งบ่อยๆจนเป็น จุดจำ ที่ตั้งใจจะทำก็คือ "เขียนมันออกไป" แค่นั้นครับ

Comments

imonkey7
4 years ago
น่าดูครับ....^^
Reply
Polystory
4 years ago
จริงครับ น่าดูมากๆ