ครบ 60 ปี Bill Gates กับ 6 สุดยอดบทเรียนสำหรับผู้นำ
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2015 Bill Gates ผู้ก่อตั้ง Microsoft อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ แม้ที่ผ่านมาชื่อของชายผู้นี้จะไม่ถูกยกให้เป็นระดับตำนานขึ้นหิ้งอย่าง Steve Jobs หรือ Mark Zuckerberg แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Gates คือชายคนหนึ่งที่ทรงอิทธิพลมากเหลือเกินกับโลกเทคโนโลยี

ชายผู้สร้างระบบปฏิบัติการยอดนิยมในยุคคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเฟื่องฟู ทุกวันนี้ยังคงวุ่นอยู่กับงานการกุศลของมูลนิธิบิลและเมลินดา เกตส์ (Bill & Melinda Gates Foundation) ในการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคเอดส์ และวางแนวทางการศึกษาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ในประเทศด้อยพัฒนา

เกตส์ในวัย 19 ปี ได้เริ่มสร้างบริษัท Microsoft ขึ้นในปี 1975 และตอนนี้เขาอายุครบ 60 ปี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Gates ได้แสดงให้พวกเราเห็นถึงบทเรียนสำหรับการเป็นผู้นำ ซึ่งในบทความนี้เราจะได้เรียนรู้จากมหาเศรษฐีผู้สร้างระบบปฏิบัติการนาม Windows

1. หาดีลที่ใช่

ครั้น Microsoft มีอายุได้ 6 ขวบ บริษัทมีเป้าหมายที่ไม่เพียงแค่ต้องการเปลี่ยนอนาคตของบริษัทเท่านั้น แต่พวกเขาต้องการโฉมอนาคตของวงการคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC) เลยทีเดียว Microsoft ซื้อระบบปฏิบัติการ จาก Seattle Computer Products ด้วยเงิน 75,000 เหรียญ ซึ่งต่อมากลายเป็น MS-DOS (Microsoft Disk Operating System) Microsoft พัฒนาระบบปฏิบัติการนี้ให้กับ IBM เพื่อติดตั้งลง PC เครื่องแรกของบริษัท และต่อมาระบบปฏิบัติการของ MS ก็ได้ครองตลาดหลังจากเปิดตัวสู่สาธารณะในปี 1981

ในปีนั้น Gates ได้ให้สัมภาษณ์กับ PC Magazine เกี่ยวกับประสบการณ์ (ทีม Microsoft และ IBM ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด และสื่อสารกันผ่านทางอีเมล์) และสิ่งที่เขาคาดการณ์ไว้ต่อในอนาคต ซึ่งต้องขอบคุณการดีลกับ IBM “พวกเราสามารถนำเจ้า PC ไปวางไว้บนโต๊ะของทุกบ้าน ด้วยราคาที่ถูกเหลือเชื่อ และตัวประมวผลเองก็มีประสิทธิภาพมากพอที่จะช่วยให้คุณใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ คุณสามารถนั่งลงตรงหน้าโต๊ะของคุณ เพื่อทำสิ่งที่คุณต้องการกับข้อมูล การนำเสนอข้อมูล หรือแม้กระทั่งการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่น่าเหลือเชื่อ พูดอีกนัยหนึ่ง คือ พวกเรากำลังเปลี่ยนวิถีการทำงานของผู้คน”

2. ใช้ฐานะของคุณคืนสู่สังคม

ผู้นำที่สุดยอดย่อมเข้าใจถึงความสำคัญของการใช้ความสำเร็จที่ตนเองมี เพื่อทำให้ผู้ที่เห็นคุณค่าสนใจได้ ยกตัวอย่างเช่น มูลนิธิบิลและเมลินดา เกตส์ ถ้านับปัจจุบันก็ครบ 15 ปี มีผู้บริจาคเงินให้กับมูลนิธิกว่า 42 พันล้านเหรียญ ซึ่งสองสามีภรรยาเกตส์ได้อุทิศเวลาของตนเพื่อช่วยเหลือผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะความหลงใหลของทั้งคู่เกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืน การสนับสนุนด้านการศึกษา สาธารณสุข และโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยี

3. อ่านให้กว้าง

Bill Gates ถือเป็นหนอนหนังสือตัวยงคนหนึ่ง Gates ได้โพสต์หนังสือที่เขากำลังอ่านใน Blog ชื่อ gatesnotes.com/Books และเมื่อปีที่แล้วเขาได้เขียนรีวิว และแนะนำรายการหนังสือสำหรับอ่านในช่วงหน้าร้อน และตลอดทั้งปีไว้ รายการหนังสือของ Gates มีผู้แต่งที่หลากหลาย ตั้งแต่นักเขียนการ์ตูน และนักแต่งชวนหัวอย่าง Allie Brosh ผู้แต่ง Hyperbole and a Half และ Randall Munroe ผู้แต่ง XKCD นอกจากนี้ยังมีนักวิเคราะห์นโยบายอย่าง Vaclav Smil และนักประวัติศาสตร์อย่าง Doris Kearns Goodwin ผู้นำที่ประสบความสำเร็จนั้นเข้าใจถึงความสำคัญของการเอาใจใส่ในเรื่องต่าง ๆ และรู้ดีอีกว่าแรงบันดาลใจสามารถมาได้จากทุกที่

4. อย่าลืมความรู้สึกสนุก

Gates ไม่ใช่คนที่ทุ่มให้กับการอ่านหนังสืออย่างหนัก หรือช่วยแก้ปัญหาให้กับโลกนี้แบบเอาเป็นเอาตาย บางครั้งชายคนนี้ก็ทำงานบ้าน หรือเล่นเกมไพ่ และบางครั้งก็ทำอะไรแผลง ๆ อย่างการเข้าร่วมเป็นซานต้าจำแลง (Secret Santa) เพื่อมอบของขวัญให้กับผู้ใช้ Reddit ซึ่งของขวัญที่เขามอบให้นั้นก็มีเงินบริจาคให้มูลนิธิ Heifer International และหมวกเทพโลกิ

5. จงหลงใหล และทำงานร่วมกันเพื่อไล่ล่าเป้าหมายของคุณ

Gates และ Steve Jobs เคยให้สัมภาษณ์ร่วมกันในงาน D5 Conference ปี 2007 ทั้งคู่พูดถึงอดีตและอนาคตของบริษัท ซึ่ง Gates กล่าวถึงเป้าหมายที่เขาและ Paul Allen ต้องการทำให้สำเร็จ คือ “การนำคอมพิวเตอร์ไปวางไว้บนโต๊ะของทุกบ้าน” ในตอนท้าย Gates พูดถึงความสำคัญของการสร้างทีมที่ใช่ ว่าเป็นบททดสอบที่ยิ่งใหญ่และคุ้มค่ามาก “ผมอาจทำหลายเรื่องที่ผิดพลาดไป แต่คุณรู้มั้ย ท้ายที่สุดก็เพื่อให้ได้ทีมที่สามารถทำงานร่วมกันได้ดี ผมคิดเสมอว่าเรื่องของคนและความหลงใหลเป็นเรื่องใหญ่”

6. อย่าหยุดถามตัวเพื่อทำสิ่งที่ดีกว่า

ในการพูดปาฐกถาที่ Harvard ปี 2007 Gates กล่าวถึงความสำคัญของการเปลี่ยนความเอาใจใส่เป็นการลงมือทำ เพื่อแก้ปัญหาให้กับโลกนี้ เขาแนะนำให้ว่าที่บัณฑิตอย่าเพิ่งหมดกำลังใจถ้าเผชิญกับปัญหาที่ซับซ้อน แต่ให้ลองแก้ปัญหาไปทีละ Step “กำหนดเป้าหมาย, หาวิธีแก้ที่ดีที่สุด, ค้นหาเทคโนโลยีที่เหมาะสมที่สุดกับการแก้ปัญหานั้น และในขณะเดียวกัน จงสร้างแอพพลิเคชั่นของเทคโนโลยีที่คุณได้มา ที่สำคัญคืออย่าหยุดคิด อย่าหยุดทำ ขั้นสุดท้ายหลังจากที่พบปัญหา และเจอทางแก้แล้ว อย่าลืมที่จะวัดผลกระทบที่เกิดจากงานของคุณ พร้อมแบ่งปันความสำเร็จ และความล้มเหลว เพื่อให้ผู้อื่นได้เรียนรู้จากคุณ”
SHARE
Writer
komkid
writer
Founder of START IT UP

Comments

Afhone
3 years ago
ป๋าบิลล์เป็นบุคคลที่น่าชื่นชมจริงๆ ค่ะ
Reply
lorizzimp
3 years ago
ผมชอบอ่านเรื่องราวต่างๆ และผมจะเป็นฝ่ายแชร์ให้ได้
Reply