3 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ "รักข้างเดียว"
"รักข้างเดียว" เสียใจอยู่ฝ่ายเดียวจริงหรือ ?
แต่ก่อนเวลาใครบอกเราว่า “อกหัก..เพราะรักเค้าข้างเดียว” เราจะรู้สึกเห็นใจมาก (เพราะอกหักบ่อยเหมือนกัน เลยอินมาก 5555) 

และด้วยความที่เป็นฝ่ายไปชอบเค้าก่อนบ่อย เราเลยมักคิดว่า คงมีแต่ “คนที่รักเค้าข้างเดียว” ละมั้งที่ต้องเสียใจ

ดังนั้น วันนี้เราเลยอยากมาบอกเล่า ว่าในสถานการณ์ “รักเค้าข้างเดียว” เนี่ย ทั้งฝ่ายจีบและฝ่ายปฏิเสธต้องเจออะไรบ้าง ?


1.  อาการ “รักข้างเดียว” 

ในงานวิจัยของ Hazan and Shaver (1987) อธิบายปฏิกิริยาหลังจากถูกปฏิเสธ ว่าคนอกหักจะทำอยู่ 3 อย่าง  
 
1) ประท้วง คืองัดเอาอารมณ์ต่างๆมาปฏิเสธการ “ถูกปฏิเสธ" เช่น ร้องไห้ ขอโอกาสอีกครั้ง ขอคำอธิบาย พยายามตื้อต่อไป คลุ้มคลั่ง ยังไง๊ยังไงก็ไม่ยอมรับคำปฏิเสธ

2) สิ้นหวัง  คนอกหักจะเสียใจ สิ้นหวัง สูญเสียความมั่นใจในตัวเอง

3) “ชริใส่” หรือถอนตัวออกมาแบบเท่ๆ (เป็นบางคน) เข้าทำนององุ่นเปรี้ยวมะนาวหวาน
ว่าถึงเธอจะชอบชั้น ชั้นก็ไม่เลือกเธอแล้วโว้ย(รู้ไว้!!)


.......

2.  คนที่รักเค้าข้างเดียวมัก “หลอกตัวเอง” 

มีงานวิจัยหนึ่ง (ในปี 2002) พบว่า คนกว่า 60% เลือกที่จะจีบอีกฝ่ายต่อ แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ชอบตัวเองก็ตาม

คนกว่า 60% เลือกที่จะจีบอีกฝ่ายต่อ แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ชอบตัวเองก็ตาม 
ดังนั้น ต่อให้จะรู้อยู่แก่ใจว่ายังไงเค้าก็ไม่ชอบ แต่คนรักข้างเดียวก็มักยืนกรานที่จะ “หลอกตัวเอง” เพื่อสร้างความหวังให้ตัวเองต่อไป


นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยอีกหลายชิ้นที่พบว่า คนที่รักเค้าข้างเดียวส่วนใหญ่มักจะพยายาม “ไม่รับรู้” สัญญาณปฏิเสธของอีกฝ่ายที่ส่งมา

โดยเฉพาะผู้ชายที่มักจะ “หลอกตัวเอง” มากกว่าผู้หญิง เช่นว่า เวลาที่ผู้หญิงนิ่งๆ ก็คิดเอาเองว่าผู้หญิงคนนี้เล่นตัว หรือบางทีก็คิดไปเองว่า ผู้หญิงเป็นพวกปากไม่ตรงกับใจ 

“ไม่” คือ “ใช่” ทั้งที่จริง “ไม่” ก็คือ “ไม่” โว้ย!!!!

..........

3. ฝ่ายปฏิเสธก็ “เจ็บ” เหมือนกัน 

หลายครั้งเวลาใครอกหักมา เรามักจะรีบปลอบใจหรือเห็นใจคนอกหักเป็นฝ่ายแรกก่อน แต่จริงๆแล้ว ในทางกลับกันฝ่ายที่ต้องปฏิเสธก็เจ็บปวดเช่นกัน

เพราะขณะที่ “คนรักข้างเดียว” ลุ้นระหว่าง “ชนะ(หัวใจ)” กับ “แพ้” แต่คนที่ปฏิเสธกลับไม่ได้อะไรเลยจากเกมนี้

...

มีแต่จะรู้สึกผิดที่ต้องทำร้ายคนอื่น แถมบางทียังกลัวต้องเสียเพื่อนไปอีก

ที่สำคัญ เนื่องจากคนที่รักข้างเดียวส่วนใหญ่มักจะพยายามไม่รับรู้สัญญาณปฏิเสธต่างๆ (เพื่อหลอกตัวเอง)

ดังนั้น ฝ่ายที่ต้องปฏิเสธจึงมักจะเจอปัญหาอีกด้าน คือ ไม่รู้จะสื่อสารยังไงให้อีกฝ่ายยอมรับเสียที
แถมยังถูกตาม “ตื้อ” ยิ่งกว่าเดิม

โดยเฉพาะผู้หญิง ที่ประสบปัญหาว่า การตื้อหนักๆของผู้ชาย กลายเป็น “การคุกคามทางเพศ” พวกเธออย่างหนึ่ง 
 

ดังนั้น จริงๆแล้ว “รักข้างเดียว” ไม่ได้มีแค่ฝ่ายอกหักที่เจ็บปวดเท่านั้นนะ เพราะฝ่ายที่ต้องปฏิเสธก็อึดอัดใจและรู้สึกผิด เช่นกัน

จะว่าไปแล้ว ...เรื่องนี้ทำให้เรานึกถึงคำสอนของท่านติช นัท ฮันห์ ที่บอกว่า “ความเข้าใจเป็นพื้นฐานของความรัก”  


เราว่ามันใช่มากๆเลยนะ อย่างเราเองที่อกหักมาบ่อยๆ ก็ลองกลับมาคิดว่า ..เออนะ ...ถ้าเราอยู่ในสถานการณ์ของอีกฝ่าย เราจะรู้สึกอึดอัดขนาดไหนว่ะเนี่ย!! "ความเข้าใจ" เป็นพื้นฐานของ "ความรัก"
สุดท้ายก็ต้องกลับมาถามตัวเองว่า “ นั่นใช่ "ความรัก" จริงๆหรือเปล่า? " 

อ้างอิงจาก:  Unrequited Love: On Heartbreak, Anger, Guilt, Scriptlessness, and Humiliation“ (1993) โดย Roy F. Baumeister, Sara R. Wotman, & Arlene M. Stillwell

“When Courtship Persistence Becomes Intrusive Pursuit: Comparing Rejecter and Pursuer Perspectives of Unrequited Attraction” (2005) โดย H. Colleen Sinclair & Irene Hanson Friez
SHARE
Writer
Thesismungming
Writer
ถ่ายทอดมุมมอง "ความรัก" ด้วยข้อมูลวิชาการ แบบง่ายๆ สามารถติดตามได้ที่ เพจ: ธีสิสมุ้งมิ้ง

Comments

Afhone
4 years ago
จริงค่ะ เห็นด้วยกับงานวิจัยสุดๆ เพราะเคยปฏิเสธคนที่มาชอบเรา โอ้โห...ตอนนั้นอึดอัดสุดๆ เพราะเขาก็ดีกับเรามาก แต่เราก็ต้องปฏิเสธเพราะมันไม่ใช่จริงๆ ตอนนี้ทั้งๆ ที่เป็นสิบปีแล้วก็ยังรู้สึกผิดอยู่เลย อยากจะทำดีกับเขาให้มากกว่านั้นในฐานะเพื่อนแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก
Reply