If I  if had a magic rhyme . I'd draw a cast to turn back time
เชื่อว่าหลายคนอาจจะเคยเป็น 
เวลาที่เราทำความสะอาดบ้านหรือบังเอิญกวาดใต้โต๊ะ เช็ดตู้ ดูลิ้นชัก
เราจะพบสิ่งของที่เราเคยตามหา และต้องการใช้มากๆในตอนนู้นนน 
แต่พอมาเจอตอนนี้ . . . กลับไม่ได้ใช้ หรือ ใช้ไม่ได้แล้ว 
.

วันนี้เราแบกร่างเลื่อนลอยไร้จิตวิญญาณไปเซเว่นหาอะไรเย็นๆดื่ม 
เพราะเชื่อว่าน่าจะทำให้หน้าตาที่ดูมึนๆอึนๆของเราสดชื่นขึ้น 
เราเดินไปตรงโซนเครื่องดื่ม พลันหูทั้งสองข้างก็ได้ยินเพลง "แสงสุดท้าย" 
ซึ่งเป็นเพลงชาติของเราสมัยปี 1 เราเปิดฟังทุกวันเพื่อปลุกใจอ่านหนังสือสอบเตรียมซิ่ว 
ตอนนั้นทำให้เราลุกฮือมาอ่านหนังสือเตรียมสอบแอดมิดชัน 
และก็ติดคณะที่(คิดว่า)อยากเรียน 
เราเรียนมาเรื่อยๆจนถึงปีสุดท้าย 
อยู่ๆเกิดสภาวะไฟมอด ล้า ไม่อยากทำสิ่งที่กำลังทำอยู่ 
กลายร่างเป็นเครื่องจักรที่ทำให้มีส่ง ทำให้เสร็จ 
หรือเรารู้แล้วว่า ... ณ จุดๆนี้ ไม่ใช่จุดสูงสุดแห่งความฝันของเรา
.

เรายอมรับตรงๆเลยว่าระบบทุนนิยมมันกลืนให้เรากลายเป็นมนุษย์ที่โฟกัสเรื่องเงินเป็นหลัก 
และต้องยอมรับตรงๆเลยว่า อุดมการณ์อย่างเดียวมันคงกินไม่ได้ 
อุดมการณ์อย่างเดียวไม่สามารถปลดหนี้ให้ทางบ้าน 
หรือทำให้ทางบ้านมีกินมีใช้อย่างสุขสบายได้ 
จะว่าเราเห็นแก่ตัว เห็นแก่เงินก็ได้นะ .... เรายอมรับและไม่มีการโต้แย้งใดๆ 
เราเชื่ออย่างหนึ่งว่า ถ้าความต้องการทางกายภาพ ความปลอดภัย เรายังไม่ถูกตอบสนอง 
เราคงไปขั้นอื่นๆได้ยาก เพราะความต้องการด้านกายภาพและความปลอดภัย ยังไงๆก็ต้องใช้เงินซื้อ (หลักของมาสโลว์ เรื่อง ความต้องการห้าลำดับขั้น  self actualization) 
สิ่งเเรกที่เราคิดหลังจากเรียนจบ ก็คงจะเป็นการหางานที่ได้เงินเยอะๆ
เเล้วค่อยเรียนต่อ เพื่อที่จะทำงาน และได้เงินเยอะๆ 
พอยกระดับฐานะของที่บ้าน ทุกคนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแล้ว ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง 
เราก็คงออกเดินทางตามอุดมการณ์ สานฝันเล็กฝันน้อยที่เคยใฝ่
(อยากเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือสัตว์บาดเจ็บ l นักแต่งเพลง l นักเดินทาง l หมอฟัน l ปลูกบ้านอยู่ในป่าคนเดียวเงียบๆ โอ้ย เยอะ )
หรือไม่ ... เราไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เราจะเปลี่ยนมากขนาดไหน เราไม่มีทางรู้
เผลอๆตอนนั้นเราอาจจะกลายเป็นคนหนึ่งที่วันๆหาแต่เงินจนไม่รู้จักพอก็ได้ ใครจะรู้


เม่ือวานขณะที่เลื่อนๆดูหน้าไทม์ไลน์ มีเพื่อนคนหนึ่งแชร์กระทู้พันทิพ 
เราไม่รอช้าที่จะคลิกเข้าไปดู 
ชื่อกระทู้ว่า "ถ้าตัดเรื่องเงินเดือนออก คุณมีอาชีพในฝันอะไรกันบ้าง" 
คำตอบของหลายๆคนทำให้เรายิ้ม เพราะคำตอบส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากมากเมื่ออยู่ในยุคแห่งทุนนิยม หลายๆคนมีความฝันอยากจะทำเพื่อคนอื่น หลายๆคนอยากจะทำอาชีพที่ได้เงินเดือนไม่สูงนัก แต่แค่คิดว่าจะทำเขาก็มีความสุข 
พอเราถามตัวเองกลับ 
ถ้าเป็นเราบ้างล่ะ เราอยากเป็นอะไร ? 
เหมือนคำถามนี้เป็นจอบอันใหญ่ๆที่ขุดลึกลงไปในใจเรา ... 
พอจะเข้าใจอารมณ์ที่ทำความสะอาดบ้านแล้วอยู่ๆ เจอสิ่งของที่เคยตามหามานาน
แต่ตอนนี้กลับไม่ได้ใช้แล้วไหม ?

นั่นแหละ  สิ่งที่เราพบ ... ก็ยังคงเป็นความฝันสมัยมอหก 
นั่นคือการเป็นหมอฟัน 
เพราะตอนประถมเราเจอหมอฟันดุ ว้ากเรา ถอนฟันเราทั้งๆที่ยายังไม่ทันชา 
ตลอดจนฟันหน้าของเราใหญ่เหมือนจอบ โดนเพื่อนล้อจนไม่กล้ายิ้ม
หัวเราะที ยิ้มทีต้องปิดปาก 
วันหนึ่ง ... มีเหตุจำเป็นให้ได้จัดฟัน ก็สามารถทำให้เรายิ้มได้ 
สิ่งที่ยังฝังอยู่ในใจเราคือ ... หมอฟัน คืออาชีพหนึ่งที่สร้างรอยยิ้มสวยๆให้คนมากมาย 
แต่ตอนมอปลายเราสอบไม่ติด ไปติดคณะโควตาที่เลือกไว้เป็นอันดับสองแทน 
เราว่าถ้าตอนนั้นเราไปเรียนกวดวิชา อ่านหนังสือ และตั้งใจเรียนให้มากขึ้น 
เผลอๆตอนนี้เราอาจจะนั่งแกะแวกซ์รูปฟันอยู่ที่แลปทันตะที่มอไหนสักแห่ง 
ยิ่งตอนมอหกเราเคยเข้าค่ายอยากเป็นหมอฟัน ได้ทำกิจกรรมหลายอย่างที่เด็กทันตะเรียน 
ไม่ว่าจะเป็น แกะแวกซ์ กรอโมเดลฟัน ทดลองกรอโมเดลฟันเพื่ออุด ใส่ฟันปลอม ตรวจฟัน 
ได้สัมผัสเครื่องไม้เครื่องมือของหมอฟันทุกอย่าง 
และสุดท้ายตอนจบค่ายจะมีคิดคะแนนรายบุคคลจากชิ้นงาน คะแนนที่ได้เราก็ถือว่าเราพอใจ 
และเราอยากเข้าคณะนี้มาก 
แต่สุดท้ายก็เป็นเพราะเราเองที่แค่อยาก แต่ไม่พยายามมากพอ 

พอได้เรียนคณะที่เลือกเป็นอันดับสอง .. ก็ไม่ใช่่ กลายเป็นเด็กซิ่ว 
พอไปสายศิลป์ คณะนี้ก็เรียนหนักและปฏิบัติหนักเอาการ 
ตอนปีหนึ่งสองสามเราสนุกนะ 
แต่พอขึ้นปีสี่มา ... เราล้า และงานเยอะเกินกว่าจะรับไหว 
อีกทั้งเริ่มรู้แล้วว่า เราคงไปต่อกับวงการนี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว 
มีหลายเสียงคอยบอกเราว่า งานแม่งห่วย แม่งแย่ ไม่ดี เป็นอะไรไป 
หรือเพราะเราไม่มีใจ 
มีแค่ร่างกายที่ไร้จิตวิญญาณ ? 


เราเรียนด้านสื่อสิ่งพิมพ์ 
และเรากำลังอยู่ในยุคสมัยที่สื่อสิ่งพิมพ์ไม่ได้มีบทบาทโดดเด่นเท่าเมื่อก่อน
การเข้ามาของสื่ออื่นๆ และการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างทำให้เราต้องปรับตัว
และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ 
เมื่อก่อนเรานั่งเขียนไดอารีเป็นเล่มๆ ดูตอนนี้สิ เรามานั่งเขียนในสตอรี่ล็อก 
ใช้งานง่าย แก้ไขง่าย แถมยังใส่รูปได้ ฟรีอีกต่างหาก 
คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม 
อีกเหตุผลหนึ่งคือ ภาพของสื่อในสายตาคนส่วนใหญ่ ก็ดูไม่ค่อยจะดีนัก
แต่สุดท้าย 
ข่าวสารที่หลายๆคนเลือกเสพในปัจจุบันมักเป็นสิ่งที่ย่อยง่ายกินง่าย สีสันสดใส ไม่หนักหนาเคร่งเครียด มิใช่หรือ ..... 
อุดมการณ์ที่จะทำให้คนส่วนใหญ่หันมาสนใจระบบ โครงสร้าง และพร้อมจะทำให้สังคมดีขึ้น
กลายเป็นสิ่งที่ดูจะเคร่งเครียดและหนักหนาจนเกินไป แต่ก็ยังมีคนส่วนหนึ่งที่สนใจเรื่องระบบ โครงสร้าง การเคลื่อนไหวเพื่อเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆในสังคม 
ถามว่าดีไหม . . . เราว่าดีนะ 
แต่คนเราต่างก็มีข้อจำกัด และคงไม่มีใครจะเห็นพ้องต้องกันไปเสียหมดทุกอย่างได้ 
.
แต่สำหรับมุมของเรา ... เรายังติดภาพความสนุกสนาน ความไม่น่าเบื่ออยู่ 
อาจเป็นเพราะเราเป็นคนขี้เกียจ เหลาะเเหละ จับจด โง่ เห็นแก่ตัว 
ชอบแต่สิ่งสวยงามอย่างที่เขาว่ามาก็ได้ .... 
.
นั่นแหละมั้ง
ที่เราพยายามทำให้งานเสร็จเร็วๆ มีส่งไวๆ แล้วไปทำอย่างอื่น . . . 
บางทีเราก็รู้สึกว่าการนั่งเครียดหน้าคอมพ์ ไม่ได้แบ่งเวลาดูแลสุขภาพตัวเอง ไม่ได้ไปทานข้าวดูหนังกับเพื่อน ไม่ได้พัก ไม่ได้มีช่วงให้คิดหรือทำอย่างอื่น ... มันโคตรบั่นทอนพลังชีวิตเราเลยว่ะ 

หรือการที่ถูกบอกว่าเราแย่ เราทำอะไรได้ไม่ดีสักอย่าง เราห่วย
หรือการที่เราตั้งใจทำงาน โดนด่าจนไม่เหลือชิ้นดี เงินก็ไม่ได้ 
อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พลังชีวิตในช่วงนี้อยู่ในระดับร่อแร่ 
ก็เป็นได้ 
.

 
นั่นแหละ ... อยู่ๆตอนนี้ความฝันที่เราอยากเป็นหมอฟันมันกลับมาอีกครั้งแล้ว 
แต่ด้วยอายุอานามและสติปัญญา ก็คงยากละเเหละ 
จบมาก็ต้องทำงานก่อน จะได้ช่วยผ่อนแรงที่บ้าน 
ฝันก็คือฝันเนาะ อย่างน้อยครั้งหนึ่งเราก็เคยมีโอกาสได้จับต้องเครื่องมือทันตกรรมทั้งหลาย
ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ 
เราคงพยายามให้หนักกว่านี้ .... และแอดให้ติดทันตะให้ได้ ... 

แล้วเพลง Magic rhyme - Part time musicians ก็ลอยมา ... 
If had a magic rhyme 
I'd draw a cast to turn back time

นึกดูอีกที แม่ง..เหมือนเด็กชายชาลีที่พ่อผู้เป็นหมอฟันห้ามเขาทานขนมหวาน 
จากนั้น..
พลังที่ถูกหักห้ามก็แปรเปลี่ยนเป็นแรงผลักสำคัญให้เขาเปิดโรงงานช็อกโกเเลต วิลลี่วองก้า 


มาบ่นอะไรเยอะแยะ 
ไปทำงานให้เสร็จเร็วเข้า เดดไลน์ไม่มานั่งรอแกหรอก 

SHARE
Writer
Kimhunt
นักฝึกเขียน
passion ในชีวิตตอนนี้หลงเหลือแค่ passion fruit เท่านั้น

Comments

Sorayanaja
3 years ago
เอฟเฟคจากวันนี้สินะ 
ต้องสู้นะป้าาาา
คงไม่ขอร้องให้ไฟจิตวิญญาณกลับมาลุกโชน 
(หากมันฝืนจิตใจเกินไป)
แต่อย่าให้ภาวะนี้ลุกลามแผดเผาสิ่งที่เหลืออยู่เลยนะ  

Reply
Kimhunt
3 years ago
T T นั่นดิ ช่วงนี้ประจุลบชักเยอะเกินและ 
Pinball
3 years ago
เป็นคนหนึ่งหลุดเข้าระบบทุนนิยมเหมือนกัน แต่ที่ต่างกันคือรู้มาตลอดว่ามันไม่ใช่ตัวเราเลย แต่ด้วยอะไรหลานที่ผูดมัดอยู่ทำให้ต้องยอมรับสิ่งที่เราได้เลือกแล้ว ทุกวันนี้ยังคิดถึงความฝัน และรู้สึกผิดมาตลอดที่หักหลังตัวเองแบบนี้ แต่เราก็เลือกแล้ว
Reply
Kimhunt
3 years ago
แต่พอมองอีกมุมหนึ่ง เราคิดว่าการยอมทิ้งความฝันไปมันก็ต้องใช้ความกล้าหาญในการสลัดฝันทิ้งเยอะเหมือนกันเนาะ  ... เราว่าคุณกล้าหาญที่ยอมเก็บความฝันตัวเองไว้ในลิ้นชักแล้วลุกมาทำอะไรเพื่อคนรอบข้าง :)  อ่างน้อยเราก็ได้ฝันเนาะ :) 

Cinjungz
3 years ago
สู้ๆ นะ :)
Reply
RIDICULOUS
3 years ago
เคยสงสัยว่า..* ตาข่ายดักฝัน * มีอยู่จริงรึป่าว..!!
Reply