[9 Hours Wanderlust ] EP3 "ตำนาน"

ตึก ๆ ๆ ๆ
         ข้าวิ่งตามพวกมันไป "ไอ้พวกวายร้ายเอาของกูคืนมานะ" เสียงหอบแหบพร่าฟืดฟ้าดๆ สลับเสียงย่ำเท้าสุดชีวิต ความมืดปกคลุมกลืนกินทุกสิ่งอย่าง สายตาพร่ามัวมิอาจมองเห็นเกินรัศมีมือเอื้อมคืออุปสรรคในการตามสิ่งที่หมาย ในพงหญ้าสูงท่วมหัวเช่นนี้ จักษุดูเป็นหนึ่งในอวัยวะที่ไร้ค่ายิ่ง การดอมดมและสัญชาติญาณจำเป็นมากกว่า

           ไม่นะ!!! อย่านะ!!! ไม่...ข้าหันซ้ายขวา ลังเลตัดสินใจ ทางไหน!!!

           แสงสว่างวาบทางขวา  ส่องประกายพุ่งขึ้นฟ้า ข้าหยุดนิ่ง หืดหอบมองตามลำแสง ความเงียบแผ่พลังขังขืนข้าแข่งกับความมืด ช้าไปแล้ว ก้อนแสลดดันขึ้นจุกคอ กระเพาะปั่นปิดมวน น้ำสำรอกพุ่งผ่านลำคอออกปากและจมูก สีแดงชาดผสมเขียวปี๋ร่วงหล่นพื้น 
น้ำตาเอ่อไหล 
...
"ใจสลาย"
 
         
            "กูกำลังจะไปพบพญาแถน เพื่อแจ้งให้ผลิตฝนอีกระรอกไปด้วยกันไหม๊?"

 
          ผมทำหน้างงงวยไม่ทันจะเอ่ยปากถามมันก็อธิบายขยายความทันที
         "พญาแถนคือผู้ดูแลน้ำฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล อ่านะถ้าเล่าแค่นี้ก็เดี๋ยวมีถามอีก เมื่อก่อน ไม่ต้องถามนะว่าเมื่อไหร่ ผู้คนแถวนี้มีความนับถือพญาคันคาก พญาคันคากคือคางคกที่บำเพ็ญจิตได้สมบูรณ์ มีร่างกายสีประกายทอง แข็งแรง กำยำ ประพฤติตนเป็นที่น่าเลื่อมใส จนผู้คนต่างนับถือ กราบไหว้ให้ความเคารพ คนสมัยก่อนเก่านั้นมีใจใคร่ครวญเกี่ยวกับธรรมชาติ เข้าถึงและเข้าใจไม่แบ่งแยกสัตว์หรือมนุษย์เหมือนสมัยนี้หรอก" 
         "คนนับถือคางคงเนี่ยนะ เองเล่าเข้าข้างพรรคพวกตัวเองแล้ว"มันมองหน้าแล้วเล่าต่อ

         "จนกระทั่งเรื่องราวของพญาคันคากเข้าหูพญาแถน กอรปกับการแลดูบูชาพญาแถนจากประชาชนลดน้อยลง ความไม่พอใจบันเกิดในใจพญาแถนจึงกลั่นแกล้งด้วยการไม่ปล่อยฝนให้ตกลงเม็ด สร้างความเดือดร้อนทั่วระแหง กว่าแปดปีแปดเดือนที่ทนทุกข์ ชาวมนุษย์เลยเข้าพบพญาคันคากให้ช่วยเจรจาต่อรอง ครั้นพญาคันคากเข้าขอความเมตาพญาแถนกับมิใยดีป้องปัดเปิดศึกตัดขาดจากโลกมนุษย์ มุ่งสู่ฟ้ามิเหลียวกลับมาดูดำแดง"
        "แปดปีแปดเดือน อิตาพญาคันคากทำอะไรอยู่วะ จำศีลหรือไง"ผมขำนิดๆ

        "พญาคันคากกับมดปลวก ร่วมด้วยตะขาบแมงป่อง มอดแมงทั่วระแหง ใต้หล้า ก่อเนินดินหินแกร่ง กลายเป็นจอมปลวกใหญ่ยักษ์พุ่งมุ่งขึ้นฟ้า แมงป่อง ตะขาบพิษ เคลื่อนทัพล่วงหน้าสู่ปราสาทฟ้าพญาแถน ซ่อนแอบกำบังกายตามขอบชายปราสาท บ้านเรือน กองฟืน และเสื้อผ้าเหล่าลูกสมุนพญาแถน เมื่อถึงเวลาก็กัดต่อยปล่อยพิษให้อ่อนแรง มอด มดอีกเหล่าเข้าทำลายอาวุธ กัดกินด้ามมีดพร้า พญาคันคากตามขึ้นฟ้าพร้อม เหล่ากบเขียดบริวาณ" 
         "ทำจอมปลวกขึ้นฟ้า...ไปกันใหญ่"

         "พญาแถนเข้าโรมรันฟันรบเข้าพบประจันพญาคักคาก พญาคันคากร่างกำยำ แขนขาแข็งแกร่งแรงมาก ส่วนทางด้านพญาแถนถือดาบประกายแสงแรงกล้า เข้าสู้กันอย่างดุดัน พรั่นพรึง เสียงดังกระจาย ฟ้าแล่บร้องซ้องแซ่สงคราม กว่าเจ็ดวันเจ็ดคืน แต่ด้วยพิษแมงป่องกำเริบพญาแถนมือไม้อ่อนแรง ดาบประกายแสงพลันร่วงหล่นจากมือ จังหวะประจวบเหมาะพญาคันคากคว้าคอพญาแถนชูขึ้น กบเขียดรุดเข้าเก็บดาบคู่กายพญาแถนออกให้พ้นมือ พญาคันคากให้เหล่าสมุนนำดาบประกายแสงไปซ่อนให้ไกลตา พญาแถนยอมแพ้ล่าถอย"
         "ขี้โกงนิหว่า ถ้าไม่โดนแมงป่องกัดจะชนะไหม๊"
  
         "พญาคันคากกับพญาแถนต่างเป็นผู้มีจิตกล้าแข็ง เอาเข้าจริงไม่มีใครเข่นฆ่ากันได้ลงหรอก หากแต่พญาคันคากยื่นข้อเสนอให้พญาแถนทำตามเพื่อความสงบแห่งเหล่าสรรพสัตว์และธรรมชาติวัฏจักรที่ถูกที่ควร ให้พญาแถนทำการกระจายน้ำฝนลงสู่เบื้องล่างอย่างสม่ำเสมอ พญาแถนกล่าวกลับอย่างมิพอใจว่าตนต้องบำเพ็ญสมาธิมิอาจล่วงรู้หรอกว่าเหล่ามนุษย์ สรรพสัตว์ต้องการฝนเมื่อใด พญาคันคากเสนอว่าตนเองและเหล่าบรรดากบเขียดจักร้องป้องป่าวประกาศสัญญาณแห่งฤดูเพาะปลูก หากเสียงไม่ดังพอก็จะขอให้ก่อทางขึ้นสู่ฟ้า เพื่อขึ้นมาแจ้งข่าวตามกาล และจักให้ฝ่ายมนุษย์ทำแท่งไฟบินขึ้นฟ้ากระตุ้นเตือนอีกทาง หากทางพญาแถนได้ยินสัญญาณจักต้องส่งฝนตามคำขอต่อไป"
         "ไม่มีหรอก ฝนตกมันมาเองตามฤดูกาล วิทยาศาสตร์เอ็งเคยเรียนไหม๊วะ"
         "อ้าวไอ้สัส!!! มึงจะฟังกูไหม๊ เห็นกวนตีนกูทุกประโยค เดี๋ยวกูถีบหน้าเลย"
         "ต่อเลยครับ แฮ่ๆ"ผมยิ้มนอบน้อม
  
     "พญาแถนตอบตกลงและเป็นที่มาของบั้งไปที่พวกมึงทำกันอยู่ทุกวันแต่ปัจจุบันแปลงเปลี่ยนเป็นการพนันขันต่อให้เหนื่อยหน่ายใจ และที่น่าขำของเรื่องนี้ ก็คือมนุษย์ขี้เหม็นอย่างพวงมึงมิได้เข้าช่วยเหลืออันใดนอกจากตีอกชกตัวว่าเดือดร้อนขอความช่วยเหลือแล้วนั่งรอผลที่เกิดอย่างสบายใจ" 

         มันร่ายยาวให้ผมฟังตำนานและจบสรุปด้วยการด่ามนุษย์อีกครั้ง คำชักชวนให้ผมเดินทางสู่สิ่งลึกลับถูกกล่าวอีกครั้ง "นานไหม๊" ผมทำเสียงสนใจ "ไม่หรอก" แต่หากจะขึ้นไปมึงจะไปด้วยกายหยาบไม่ได้ ต้องทำการ-ถอดจิต-

        "ถอดจิต!!!"    "ใช่ จิตของมึงตอนนี้พอจะมีพลังและสามารถถอดออกมาได้ เพราะที่มึงสื่อกับกูได้ถึงกันเพราะจิตมึง จิตที่คุยกับมึงตอนที่มึงอยู่คนเดียวนั่นแหละ 
"เฮ้ย ไอ้ที่คุยกับกูในขมองไม่ใช่ตัวกูเหรอ"ผมอุทาน

         "เออ!!!สนใจใช่ไหม๊?"
          ผมลังเลกับสิ่งที่มันชวนกระทำ เหงื่อที่ชุ่มมือและแผ่นหลัง ผมเริ่มเหนียว ตามองซ้ายขวาเม้มปาก นั่งนิ่งไม่กล้าตอบรับหรือผลักใส ใจลึกๆยึงคงตะโกนว่าไม่เชื่อสลับกับ ตื่นได้แล้ว

         "ไปที่ไหน ไกลไหม๊"คำถามเปลี่ยนเรื่องชะลอการตัดสินใจ สมองใคร่ครวญชั่งใจว่าควรทำอย่างไร คำตอบของมันคือบ่อน้ำกลางนาระยะสองร้อยเมตร เดินตรงตามคันนาไปแล้วตัดทุ่งเข้าไปนิดเดียวก็ถึง

         "ข้าต้องทำไงละไอ้การถอดจิตเนี่ย และร่างกายข้าละ"

         "หึๆ ไม่ต้องกลัวหรอกมึงแค่ขึ้นไปนอนบนแคร่ให้สบาย หลับตานึกถึงตัวตนของตนเอง ใบหน้าเอ็งนั่นแหละ แล้วท่องบทง่ายๆห้าประโยค" 
มันพูดจบจ้องหน้าผมสายตาเชิญชวนให้ลอง
          "แล้วจะกลับเข้าร่างยังไง"

          "ง่ายมากเอ็งกลับมาที่ร่างหยาบเอามือจับหน้าผากแล้วหลับตาแค่นี้เอ็งก็กลับเข้าร่างแล้ว ข้อแม้อย่างเดียวคือต้องกลับมาภายใน 24 ชั่วโมง" 
          "ลองก่อนได้ไหม๊?"

           "เอ็งนิมันเรื่องมากจริงๆ อยากมาก็มาทำเป็นถามซอกแซก"
           "แล้วบทคาถาที่จะให้ท่องละ"

             มันกระโดดมาตรงหน้า หลับตาแล้วนิ่ง สักพักมันลืมตา"เจ้าจำได้แล้ว"
             สิ้นคำพูดของมัน ผมก็รู้ทันทีว่าห้าประโยคที่ต้องท่องมีอะไรบ้าง

            "เฮ้ยเป็นไปได้ไง" 
           "ข้าส่งผ่านจิตไปให้หน่ะ เดี๋ยวจะอธิบายเพิ่ม รีบๆเดี๋ยวมันจะช้าไม่ทันเที่ยง พญาแถนออกไปหาเที่ยวเล่นจะเสียเวลาเปล่า"

            ผมถอยกลับไปนั่งบนแคร่ แล้ววางหัวลงบนหมอนขิดใบน้อยสองมือประสานไว้ที่ท้อง สูดหายใจเข้าเต็มปอดจนอกฟูพอง

"พ่อเอยเปิดตา เมียงมองส่องหล้า

จิตตะเปิดอ้า รับแรงแสงล่อง

ถอดกายลงวาง เดินทางตามปอง

ลู่ลมลอยล่อง แบ่งใจแบ่งกาย

แบ่งทางสองสาย แยกย้ายลงดิน"

 
          สิ้นคำสุดท้ายลมเย็นโชยผ่าน ปอยผมของผมปลิวไหวตามกระแส ผมสูดหายใจรับลมเย็น ยังไม่ทันปล่อยลมหายใจออก หัวผมหมุนติ้วรุนแรง ผ่าเท้าและปลายมือเย็นยะเยือก เบาหวิวล่องลอย ทวารทั้งหมดบีบรัดเกร็ง กระเพาะผมเหมือนจะขับเอ็กเพลสโซ่ที่ดื่มเข้าไปกลับเส้นทางเดิม แรงกดมหาศาลผลักดันให้ร่วงลง ดวงตาหลับมืดบอดพยายามตื่นขึ้น จิตจินตนาเห็นบ่อที่ไร้ก้น แสงขาวโพลนสว่างจ้าต่อด้วยแรงลมปะทะคล้ายถูกอัดเป็นก้อนกำปั้น ซัดเข้าที่หัวผมไม่ยั้ง อาการคล้ายตกจากภูเขาสูงพร้อมๆกับโดนต่อยรัว แสงขาววาบไปมาในดวงตาที่ยังหลับ แล้วทุกอย่างก็หยุดนิ่ง ลมเย็นแผ่วเบาโชยพัดหน้าผมอีกครั้ง

          "ลืมตาสิ จะนอนต่อหรือไง"เสียงกวนตีนร้องเรียก ผมลืมตาเห็นหลังคาหญ้าแห้ง รู้สึกว่าตัวเบาหวิว สัมผัสกับลมที่โชยพัดแต่กลับอบอุ่นอย่างประหลาด พอลุกขึ้นนั่ง ก้นสัมผัสกับพื้นที่นุ่มนวล มองซ้ายขวาปรากฏภาพที่น่าตนก ผมนั่งอยู่บนอกของตนเอง ตัวเล็กลงเหลือขนาดเท่าฝ่ามือคน เสื้อผ้าที่สวมใส่เป็นผ้าแพรขาวทั้งตัว ไม่รัดและไม่รุ่มร่าม เนื้อผ้าเบาบาง เหลียวมองข้างหลังเห็นคางตนเองที่นอนหลับตา แบบคนไร้ความรู้สึก สีผิวดูซีดเผือกกว่าความจริงเล็กน้อย ร่างกายมหึมาไม่ไหวติง ผมลุกพรวดด้วยความตกใจทำอะไรไม่ถูก

             "มานี่ โดดลงมาเลยข้ารออยู่ด้านล่าง"แฟรงค์ปรารภเร่งเร้าให้ไปหา ผมยื่นขาลื่นไถลลงจากอกไปที่ท่อนแขนแล้วกระโดดลงจากแขนวิ่งไปที่ปลายแคร่ฝั่งที่มันร้องเรียก
"แล้วข้าจะลงไปยังไง"

            "โดดสิโดด เอ็งเป็นจิต เป็นเสมือนวิญญาณ ตกลงมาไม่ตายหรอก เร็วเข้าข้าจะรีบไปจะไม่ทันกาล"

                ผมสองจิตสองใจโดดหรือไม่โดด ก่อนเปลี่ยนใจวิ่งไปที่มุมแคร่กอดเสาไต่ลงพื้นโดยมีเพื่อใหม่รออย่างหงุดหงิด บ่นพลางด่าว่าโง่เง่า ขี้กลัว และสบถคำด่าต่างๆนามากมายตามที่มันจะนึกได้ ผมลงมาถึงพื้น มองรอบๆทุกอย่างใหญ่โต ทุ่งนาข้าวที่เห็นสวยงามก่อนหลับตา กลายเป็นต้นไม้มหึมา เรียงอัดแน่นสร้างความพรั่นพรึงให้ผม หญ้าต้นเล็กต้นน้อยที่ผมเหยียบย่ำ แปลงเปลี่ยนเป็นต้นสูงเทียมอก เพื่อนใหม่กระโดดมาต้อนรับ 
               แฟรงค์จากมุมนี้เห็นได้ชัดว่าร่างกายกำยำแข็งแกร่งน่าเกรงขาม ตุ่มที่น่าขยะแขยง พอมามองใกล้ๆกลับดูคล้ายกล้ามเนื้อเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ สีชมพูที่ปกคลุมเห็นได้ชัดว่าเป็นเม็ดสีเม็ดใหญ่เกาะติดเเน่น ใต้เม็ดสีชมพูสว่างตาสังเกตเห็นผิวสีทองอำพัน ประกายเล็กแวววับสลับแอบซ่อนอยู่ สองขาหลังใหญ่ยาวงอขดอยู่อย่างน่าเกรงขาม ปากกว้างอันนั้นสามรถกินผมได้เลยหากผมไปกวนตีนให้มันไม่พอใจ เห็นแบบนี้ไม่แปลกใจเลยที่แฟรงค์มีชื่อจริงว่า"รณกร" 
              "จุดหมายเรารออยู่"แฟรงค์ชี้ไปที่ป่าข้าวด้านหน้า สองร้อยเมตรที่ผมเห็นตอนแรก เปลี่ยนเป็นไกลลิบตา ทางที่เราเลือกไปคือถนนคันนาทางขวามือ ผมมองหน้าแฟรงค์ทำหน้าเลิกลักเคลือบความกลัว แฟรงค์ยิ้มให้เงยหน้าขึ้น อ้าปากกว้างเหลือกตาโปนๆยกขาหน้าขึ้น กำเท้าหน้า เท้าหลังจิกลงพื้น เข่าออกแรงยกตัวช้าๆเสียงกล้ามเนื้อ และเส้นเอ็นดังปึดปัด ก้นยกสูง ปลีน่องแข็งเกร็ง ยืดตัวขึ้นตรงและยืนสองขา ลักษณะคล้ายหนุ่มนักกล้ามตามฟิตเนสต่างๆ แต่ใหญ่กว่านั้นมาก เท้าหน้าทำหน้าที่เป็นมือยื่นมาที่ผม ก้มหน้ามองมาช้าๆ แล้วเอ่ยว่า

             "ไปกันเถอะ" 


EP1"หนีเที่ยว"             https://storylog.co/story/56274dc0ee0ba426268e5206
EP2 "คางคกสีชมพู"      https://storylog.co/story/5629cf7a5159cda249cb6dc6
SHARE
Writer
imonkey7
ขี้เกียจ
มีเรื่องมากมายจะเขียนแต่ก็เขียนไม่เสร็จ Blog : https://imonkey.blog/ และ https://bookster.blog/

Comments

Silencewaltz
4 years ago
เม้นที่สอง ... อ่านถึงกลางเรื่อง :: เฮียรอง เขียนผิดค่ะ !!! ตรง 'คนนับถือคางคกเนี่ยนะ เอ็งเล้าข้างตัวเองแล้ว' ค่าาาาาา
Reply
Silencewaltz
4 years ago
หนูง่วงแล้ว ไปนอนดีกว่าาาาาาาา บ๊ายบายอาเฮียยยยย
PonKyNaJa
4 years ago
ฝันดี ฝันถึงคางคกสีชมพูนะ:p
Silencewaltz
4 years ago
เออะ ... ถ้าแบบนั้นบอกให้หนูฝันร้ายดีกว่า 5555555 หนูไม่อยากถอดจิตไปกับคุณรณกร
Silencewaltz
4 years ago
เม้นที่สาม ... อ่านจนจบเรื่อง :: โอ้มายก็อด เฮียเขียนได้แฟนซีสุดๆจริงๆค่ะ ตอนที่อ่านตำนาน ถึงปลวก ตะขาบหนูขำง่าาาาา หนูว่าตรงนั้นตลก ไม่รู้เฮียตั้งใจให้ตลกหรือซีเรียส

ตรงบทนำตัวเอียงๆเขียนดีค่ะ

คาถาก็ดีค่ะ นึกว่าจะเป็นแบบตลกๆ

เนื้อเรื่องน่าสนใจ น่าติดตามดีค่ะ แต่ไม่เอาแบบออกกทะเลนา ต้องติดตามตอนต่อไปฮับ !! :D
Reply
imonkey7
4 years ago
เป็นตำนานจริงครับกำเนิดบั้งไฟ....พญาคันคางชาวอิสานนับถือ แต่มีเรื่องราวอยู 3 แบบผมเลือกมาอ้างอิงแบบนึงครัช เนื้อเรื่องคิดๆไว้กว้างมากๆเลย พยายามคุมให้อยู่ จะเขียนให้จบในสัก 10 ตอนนับเป็นดราฟแรกแล้วจะขยายเรื่องให้เป็นนิยายเรื่องแรกให้ได้ครับ
Silencewaltz
4 years ago
อ่ะ หนูไม่เคยได้ยินเลยแหะ นึกว่าเฮียแต่งตำนานกำเนิดบั้งไฟขึ้นมา โอ้ ได้ความรู้ใหม่ค่ะ -/\-
imonkey7
4 years ago
มีดัดแปลงนิดหน่อยเพื่อปูทางให้เนื้อเรื่องในอนาคตครัช
#หยอดขนมปังแล้วตามเก็บ
lalajinx
4 years ago
เรื่องพญาแถนกับพญาคันคากนี่ ลืมไปเลยนะเนี่ย
จำได้แต่ชื่อ อิอิ ขอบคุณที่เอามาเล่าให้อ่านใหม่

แต่ว่า . . . พี่คกเท่กว่า #ฮิปสัสๆ #ชูป้ายไฟ
Reply
imonkey7
4 years ago
ก็สิบตอนนะแหละ แต่กลัวมันไม่หนุก เกรงจะออกทะเล กลายเป็นพญาน้ำเค็ม
lalajinx
4 years ago
จะมีตัวละครสาวมะ? อยากเห็นพี่คกพูดถึงสาว
imonkey7
4 years ago
มีแต่ไม่ถนัดเขียนตัวละครหญิงง่ะ...รอดูนะครับ
noi_tipa
4 years ago
รอ ep.ต่อไป ^^
Reply
imonkey7
4 years ago
^^
woodpen
4 years ago
เปลี่ยนแนวแบบพลิกเลย คาดไม่ถึง!! รอตอนต่อไปฮะๆ
Reply
woodpen
4 years ago
เก็บตัวฝึกวิชามาครับ 5555
imonkey7
4 years ago
รออ่านเลยจัดมาหนักๆ
woodpen
4 years ago
น่าจะต้องรอีกนานเลยครับเฮีย 5555