Model Study
เคยไหม?...เวลาเห็นนายแบบนางแบบ กำลังเดินแบบ แล้วมักมองแต่ความสวยงามของ "ตัวแบบ" จนเราลืมจินตนาการให้เห็น "ตัวเรา" ที่สวมชุด สวมเสื้อผ้า แทนนายแบบและนางแบบเหล่านั้น 

เคยไหม?....เวลาเข้าไปเยี่ยมชมบ้านตัวอย่างสวยๆ แล้วแอบมองเห็นชีวิตเราปรากฏอยู่ตามมุมต่างๆจองบ้าน จนแทบจะคิดว่านี่แหละ! บ้านของเรา ถ้ากระเป๋าสตางค์ไม่สะกิดเตือนใต้ร่มผ้าให้ตื่นจากภวังค์ซะก่อน

หุ่นจำลอง บ้านตัวอย่าง ชิ้นงานต้นแบบ (Prototype)เหล่านี้ ล้วนถูกสร้างขึ้นมา เพื่อให้เรา จำลองสถานการณ์ว่า เมื่อเราหยิบใช้ สวมใส่ หรือ เข้าไปอยู่ใน สิ่งนั้นๆแล้ว เราจะรู้สึกอย่างไร ช่วยเราในการตัดสินใจว่าจะปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือ ยอมควักเงินจ่าย เพื่อได้สิทธิ์เป็นเจ้าของตัวงานที่เป็น "ของจริง"

แต่จริงๆแล้ว เราสามารถทำการศึกษาผ่านหุ่นจำลอง (Model Study) ได้จากทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตรอบตัว ด้วยการปรับแว่นตาวิเศษในตัวเรา ที่เรียกว่า "เจตคติ" (Attitude) ให้ถูกต้อง เหมาะสม กับ สิ่งที่เรากำลังมอง หรือ พิจารณาอยู่ ณ ขนะใดขณะหนึ่ง 

วันนี้ผมมีตัวอย่างหนึ่ง มาจากประสบการณ์หลายๆวันที่ต้องเดินผ่านชั้นบนสุดของห้างเกือบทุกห้าง แล้วพบว่า บูธขายมือถือ มีมากกว่าคนเดินดูมือถือ ผมเห็นบูธมือถือเหล่านี้ เป็น Model Study ของชีวิตมนุษย์ทั้งในเชิงสังคมและชีววิทยา 

แต่ก่อนอื่น ผมอยากให้คุณหลับตาแล้วคิดก่อนว่า ถ้าในบูธนั้นเป็นตัวคุณที่ยืนเฝ้าร้านอยู่ คุณจะมีอะไรให้ขายบ้าง? เดี๋ยวอีก 5 วินาทีเจอกันครับ . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . ลืมตาแล้วนะครับ โอเค คุณอาจจะได้คำตอบที่ดูเหมือนจะหลากหลาย เช่น คุณต้องขายฟิล์มกันรอย ขายพาวเวอร์แบงค์ สายชาร์จ หูฟัง เคส โหลดแอพ...ที่ผมใช้คำว่า "ดูเหมือนจะหลากหลาย" ก็เพราะว่า มันไม่ได้หลากหลายเลยน่ะสิ ลองให้คุณคิดใหม่กี่ครั้ง ร้านมือถือทุกร้านในหัวของคุณก็จะขายอยู่แค่นี้แหละครับ

แล้วร้านมือถือ จะกลายเป็น Model Study ได้อย่างไร รวมทั้งทำให้เรามองเห็นอะไร เราต้องพิจารณาที่ของขายในร้านนั่นแหละครับ ด้วยรูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำๆจนผมมั่นใจว่า Model นี้นิ่งพอจะศึกษาละ (คุณคงไม่แฮปปี้สินะถ้าดินน้ำมันที่คุณนำมาปั้นเพื่อศึกษาFormของอะไรก็ตาม มันเกิดยืดๆ หดๆ ปรับเปลี่ยนรูปร่างไปเรื่อยๆ หรือ เกิดคุณเป็นห้องเสื้อที่มีนางแบบประจำเป็นคนที่มีรูปร่างอ้วนสลับผอมไปมา จนคุณตัดเสื้อให้ใส่ไม่ได้ซักที) ผมมองเห็นว่า สินค้าแต่ละอย่างทำให้เห็น ร่างกายของมนุษย์ และ พฤติกรรมตามธรรมชาติของมนุษย์ เช่น 

สายชาร์จ+พาวเวอร์แบงค์ : ที่เหมือนแป้งและไขมันในอาหาร ร่างกายเราต้องมีมัน ต้องสะสมมัน เพราะมันจะให้พลังงานในการดำเนินชีวิต และ ช่วยเราให้รอดจากการอดตายในตอนเย็นๆ (แบตในเครื่องหมด) รวมทั้งเปรียบเป็น ความรู้ที่เราหามาใส่ตัวตลอดเวลา เพื่อควักออกมาใช้ในยามจำเป็นก็ได้

หูฟัง(ดีๆ) : ทำให้เราได้ยินเสียงมือถือชัดขึ้น เป็น "หู" ที่ทำให้เราได้ยินเสียงรอบตัว แต่บางครั้งก็ตัดเราแยกขาดออกจากสิ่งรอบตัวก็มี

เคส : ก็เหมือนเปลือกที่ห่อหุ้มเราไว้ ในเชิงชีวะ เราอาจจะคิดถึงผิวหนัง แต่ในเชิงชีวิตมันก็คือเสื้อผ้า เคริ่องนุ่งห่ม หนึ่งในปัจจัยสี่

ฟิล์ม : กันรอย กันนิ้วมือมาทำรอย กันขีดข่วน กันกระแทก กันสายตาเสีย ก็แล้วแต่ว่าจะ "กัน"อะไร เทียบแล้วมันอาจจะเป็น ระบบภูมิคุ้มกันที่เรามีอยู่ในร่างกาย ทำหน้าที่คอยคุ้มครองปกป้อง ผลักดันสิ่งแปลกปลอมให้ห่าง และ ไม่มารบกวนเรา ในเชิงสังคมผมก็จะคิดถึงการปกป้องตัวเองด้วยการหาความรู้ใส่ตัวเยอะๆ เพื่อจะได้ไม่เงิบ

โหลดแอพ : อันนี้เทียบได้กับการปลูกฝังความคิดต่างๆใส่ในเด็ก หรือ ผู้ที่มีการศึกษาน้อยกว่าเรา แต่แว่นเชิงชีววิทยา อาจจะทำให้เรามองเห็น ระบบการทำงานของสมอง เส้นประสาท ที่จะแปรเปลี่ยนไปเป็น Action ต่างๆที่ร่างกายจะทำไปตามสมอง

จะเห็นได้ว่า ผมฟุ้งซ่าน! เอ๊ย! ไม่ใช่ เรามีวิธีมองสิ่งต่างๆรอบตัวให้เป็น หุ่นจำลองของชีวิต ได้แทบจะทุกสิ่ง ร้านมือถือของเรา ทำให้เราเห็นว่า ในชีวิตคนเราเราต้องการอะไรไม่กี่อย่างหรอกครับ 

เราต้องการการปกป้อง (ฟิล์มกันรอย / เคสกันกระแทก) เราต้องการพลังงาน (พาวเวอร์แบงค์) เราต้องการบอกตัวตน (เคสสวยงาม) เราต้องการฟัง (หูฟัง) เราต้องการมี"ชีวิต" (โหลดแอพ) 

จากร้านมือถือเดิมๆที่ไม่ได้สื่อสารแง่คิดอะไร มันกลับมีคุณค่าสำหรับผมในมุมมองใหม่เช่นนี้ แล้วถ้ามองไปรอบตัว ยังมี Model Study อีกมากมายที่รอเราไปศึกษาอยู่ครับ ตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันจักรวาล ก็ขอให้ทุกคนสนุกกับการมองหา และ มองเห็น ครับ
ขอบคุณครับ
PolyStory 
SHARE
Writer
Polystory
Life Watcher
มาเติบโตไปพร้อมๆกันผ่านการเขียน และ การอ่าน กันครับ ถ้าจะให้บอกลักษณะงานที่กำลังจะเขียน ก็คงบอกได้เพียงว่า ไม่มีลักษณะ ไม่ได้เขียนถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่งบ่อยๆจนเป็น จุดจำ ที่ตั้งใจจะทำก็คือ "เขียนมันออกไป" แค่นั้นครับ

Comments